Depressed mom (4)
"สภาวะปริ่มน้ำ"
**บันทึกวันนี้อาจมีการตัดพ้อ พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง วกวน หรือความ positive thinking น้อยกว่าปกติ เพราะอยู่ในโหมดไม่ปกติ

หลังจากที่เข้าข้างตัวเองมาตลอดว่า เราเองก็ทำได้ดี ไม่น่าจะเข้าขั้นเป็นโรคซึมเศร้าอะไรนั่นหรอก เราไม่จมไม่ซึมเท่าไหร่แล้ว นอนก็นอนหลับแล้ว อาจจะอยากนอนมากเกินไปด้วยซ้ำ เหลือแต่สภาวะเอ๋อ จัดการอะไรได้ช้า หรือจัดการ ลำดับอะไรไม่ได้เลยก็มี

ซึ่งก็ราวกับว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่คนอื่นก็เป็นกัน

แต่ภายใต้การควบคุมให้ท่าทีอยู่ในขั้นธรรมดาแบบนั้น มันก็มีจุดที่ขาดผึงอยู่ทุกวัน ตีลูกแรงๆยังตีอยู่ และเราก็รู้สึกเกลียดตัวเองมากขึ้น 

สองวันให้หลังมานี้ กระชากตัวเองออกมาจากการตีได้ 1 จังหวะ กำลังกระยิ้มกระย่องใจ กลับพบว่าพอมีอะไรสะกิดอีกนิดเดียว กลับกระหน่ำตีกเป็นสิบทีแบบยั้งไม่ได้ พอยั้งได้รีบกอดลูกไว้ ลูกร้องไห้ บอกเจ็บๆๆ เราก็ยิ่งเกลียด ยิ่งกลัวตัวเอง รู้สึเหมือนกำลังเป็นพวกโรคจิต และลูกเองไม่รู้ทำไม เหมือนกับยั่วเราเรื่อยๆ จิ้มๆๆๆ จุดอารมณ์เราเรื่อยๆไม่ยอมหยุด รอให้ถูกตีจึงจะนิ่งได้ 

คืนนึง ลูกถึงกับละเมอว่า "ไม่เอา ไม่ตี ไม่เอา ไม่ตี"  ได้แต่แอบกอดลูก ลูบหลังลูกปลอบใจบอกไม่เป็นไร แม่รักลูกนะ ตอนเขาร้องไห้ละเมอ 

ที่เล่าๆ มานั้น เรารู้สึกแย่ แต่พยายามไม่ยึด และไม่จมกับมัน นึกเรื่องอื่นๆ ที่เราสามารถทำได้ดีมาทั้งวันมาชื่นชมตัวเอง ที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีตลอดทั้งวัน(แม้จะขาดผึงตอนช่วงจะเข้านอน หรือระหว่างคืน) 

ซึ่งก็ถือว่า ทำได้ดี จนทำให้เราคิดว่า เราแค่เหนื่อยและอารมณ์ร้าย ไม่ได้ซึมเศร้าหรอก เพราะเราจัดการได้ ไม่ได้ตีโพยตีพาย จมจ่อมกับความผิดนั้น แม้จะรู้สึกถึงมันแบบสะกิดๆ แต่ก็พยายามไม่จทกับมัน(หรือนี่คือการกดมันเอาไว้กันแน่เนี่ย!) 

แต่...วันนี้ เรารูสึกชัดถึงการ "วูบบบ" วูบตกดิ่งลงไป พยายามต้านทานไว้ แต่เหมือนมีแรงดึงดูดให้คุณดิ่งลึกไปเรื่อยๆในห้วงมหาสมุทรและรวดเร็ว เมื่อรู้ตัวพยายามต่อต้านตะเกียกตะกายขึ้นมาได้ เอาหัวโผล่พ้นน้ำได้ ก็แบบผลุบๆ โผล่ๆ เหนื่อยจัง เหนื่อยจนอยากจะขอจมลงไปเลยได้มั้ย? ว่าแล้วก็ร้องไห้เลยก็แล้วกัน

พบว่า เซ้นต์ซิทีฝมากกับเรื่องงาน ไม่เชิงเรื่องงาน เรื่องคุณค่าของตัวเองที่มีต่อคนอื่น ความรู้สึกว่าตนเองไม่มีค่า ไม่คู่ควร เป็นตัวปัญหา และทำอะไรก็แย่ สร้างความวุ่นวาย 

เราอยากช่วยเหลือคนอื่น แต่กลับกลายเป็นว่าเราทำผิดที่ผิดทางไปหมด อันที่จริงมันดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ทำไม??? กูรู้สึกมหาศาลอย่างนี้วะ!!!! 

รู้สึกแย่จนต้องแอบลูกมานอนร้องไห้...อีกแล้ว โพสนี้คงไม่กล้าแชร์ในเฟส เพราะไม่อยากให้คนอื่นลำบากใจ กลัวเค้าจะรู้สึกแย่ แล้วทำตัวไม่ถูกว่าจะทำงานกับเรายังไง เราคงจะยิ่งรู้สึกแย่ ไม่รู้จะทำยังไง ไม่อยากวนอยู่กับความคิดตัวเองก็ลุกมา เขียนๆๆ

อยากตะโกนร้องว่า
เอาตัวกูคนเก่ากลับมาทีเถอะ!!!

แต่
ตัวฉันคนเดิมเหรอ ตัวฉันคนเดิมคืออะไร? คือใคร? แบบไหน? คือคนที่จัดการทุกอย่างได้ในช่วงห้าหรือสิบปีที่ผ่านมารึเปล่า?

หรือตอนนี้ฉันก็กลับไปเป็นฉันคนเดิมแล้ว แต่ย้อนไปเป็นคนเดิมที่นานไปหน่อย มันดันย้อนกลับไปเป็นสภาวะ "ตัวซวย" อีกรึเปล่า

จุดเริ่มอยู่ที่ไหนกันนะ ตัวซวยคนนั้น จุดเริ่มของความคิดนี้อยู่ที่ไหน?

เด็ก ป.4 คนนั้นรึเปล่า ที่แอบร้องไห้ เพราะเสียใจที่ทำให้พ่อแม่ลำบากใจตอนที่เขาจะเลิกกัน เพราะถ้าไม่มีเรา เขาคงเลิกกันได้ง่ายๆ ไม่ต้องมีห่วง ไม่ต้องรู้สึกผิดกับเรา 

ตอนนั้น ภาคกลางวันฉันก็ปกติ เด็กร่าเริง เรียนดี ภาคกลางคืนกลับมีพื้นที่จมจ่อมกับจินตนาการและความคิดของตนเองสุดโต่ง หน้าต่างบานนึงในห้องนอนไม่เคยปิด อาจเพราะหวังถึงอะไรสักอย่างที่จะกลับมา แต่มันก็ไม่เคยกลับมา ความสุขนั้นมันหายไปแล้วจริงๆ 

จึงให้พื้นที่ของตัวเอง สร้างโลกวงกลมสีเทาของตัวเอง บางวันหัวเราะยิ้มร่า(กับเพื่อนชาวตุ๊กตา 11 ตัว) บางวันก็โศกเศร้าปนน้ำตา บางวันก็หวาดกลัว(กลัวผีที่คิดเองเป็นตุเป็นตะ)

ในช่วงหลังจากพ่อแม่เลิกกัน แม่ไปทำงานในเมือง เราก็เลือกที่จะนอนที่บ้านเพียงคนเดียว ไม่ไปนอนกับย่า(บ้านรั้วติดกัน) เพราะไม่อยากให้คนอื่นลำบาก และที่สำคัญ โลกของฉันที่มาพร้อมกับความมืด มันรอฉันอยู่ ไปอยู่กับคนอื่นก็เหนื่อย ที่ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ขี้เกียจเก่ง ขี้เกียจร่าเริงใฝ่รู้ 

ที่เขียนๆมานี่คือ มองย้อนกลับไปดูถึงรู้นะ ตอนเด็กๆก็ไม่ได้มานั่งคิดวิเคราะห์อะไร ว่าฉันเป็นยังไงอะไรแบบนี้หรอก รู้แค่ว่ากลางวันก็สนุกดี แต่ตอนเข้านอนนี่สิ สนุกกว่า 

เหงามั้ย เหงา แต่ก็ชอบมันเอามากๆ 

นี่เรากลับไปเป็นเด็กน้อยคนนั้นรึเปล่า พยายามแบ่งภาคตัวเอง ภาคเพื่อคนอื่น แต่ตอนนี้ พื้นที่ตัวเองมันไม่มี เราจะหาพื้นที่จมจ่อมเวิ่นเว้อ ไม่ได้เลย 

มีแต่พื้นที่ที่อยากจัดการได้ ต้องจัดการให้ได้เต็มไปหมด

รู้สึกหมดพลัง อยากปลีกวิเวก ไม่อยากยุ่งกับใคร แต่ก็ทำไม่ได้!!! ทำไม่ได้!!! ทำไม่ได้!!! เรายังมีหน้าที่ มีงานที่ต้องทำ เพราะมีรายจ่ายทั้งหลายแหล่รออยู่! 

กลางวันรอเราอยู่ กลางวันที่ไม่รู้จะจัดการชีวิตยังไง ส่วนกลางคืน...กูจะนอน!!!! 

จะขึ้นจากน้ำก็ขึ้นไม่ได้ จะปล่อยให้ตัวเองจมลงไปเลยก็ไม่ได้ ได้แต่พยายามตีขา ประคองตัวให้หัวพ้นน้ำอยู่อย่างนี้ สภาวะ "ปริ่มน้ำ" นี่..เหนื่อยจัง                     ถ้าดิ่งลงไปจนสุดได้ แล้วค่อยถีบตัวเองขึ้นมาใหม่ ก็คงดี




11 ตุลาคม 2559 วันที่อาจารย์หมอศิริณานัดอีกครั้ง 

แต่ภารกิจแม่ลูกสอง ต้องพานามิไปฉีดวัคซีน เพราะเลื่อนมา 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกเพราะเราตัดสินใจไปพบ 
 อ.หมอศิริณา ครั้งที่สองคือนามิป่วย หมอให้งดวัคซีน 

แถมยังปิดเทอมอีก ต้องกระเตงนานา ที่พร้อมจะตามแม่ไปทุกที่อีกด้วย ถ้าให้ยายพานามิฉีดวัคซีน แล้วเรากระเตงนานาไปหาอาจารย์หมอ มันจะโอเคมั้ย เราจะได้คุยกับคุณหมอมั้ยล่ะ บางเรื่องก็ไม่อยากพูดให้ลูกได้ยินหรอกนะ

คงต้องขอผ่านคุณหมอไปก่อน จนกว่าจะเปิดเทอม (มันจะดีมั้ยนั่น) เฮ้อ!!!
SHARE
Writer
passwayofwind
เป็ดสวยๆ
ป้าคนนึง หน้ามันๆ ดำๆ เตี้ยๆ มีกุมารสองตัวป้วนเปี้ยนอยู่รอบกาย

Comments