ในช่วงชีวิตของคนๆ หนึ่งอยากทำอะไรให้สำเร็จบ้างไหม
พลังของวัยหนุ่มสาวนั้นเต็มเปี่ยมนัก
ในช่วงชีวิตของคนๆ หนึ่ง คุณคิดว่าอยากทำอะไรให้สำเร็จบ้างไหม
แน่ล่ะ...ว่านอกจากปัจจัยสี่ ห้า หกแล้ว
เราทุกคนต่างมี "ความฝัน" ไกลๆ ที่เขียนไว้ในใจเมื่อนานแล้ว
ความฝันนั้นอาจเป็นสิ่งที่อาจจะทำเพื่อคนอื่น หรือตัวเองก็ได้
แต่เพราะเรารู้ว่ามันไกล...
หลายๆ คนจึงเลือกฉวยและทำในสิ่งที่ใกล้ก่อน
เรามีสิ่งหลายสิ่งที่อยากทำให้สำเร็จ
แต่เราเลือก "เก็บมันไว้ก่อน"

ฉันเพิ่งกลับมาเขียนบันทึกส่วนตัวหรือไดอารี่ได้สามสี่วัน
เหตุผลง่ายๆ เพราะรู้สึกว่าทุกวันนี้เรามีงาน ภาระ และ "ลิสต์" ที่อยากจะทำมากมาย
เราอยู่ในโซเชียลมีเดียที่ไม่ต่างกับการยกเป้บนหลังข้ามน้ำเชี่ยวในทะเลสาบ
น้ำก็เชี่ยว ภาระบนหลังก็หนัก...
เราเป็นมนุษย์เป้ที่ไม่มีแรงจะไปนึกฝัน หรือ มีสมาธิอะไรกับความฝันอีกแล้ว
สมาธิฉันสั้นขึ้น
เวลาที่ได้ใคร่ครวญคิดกับตัวเองน้อยลง
บางทีแค่จะตั้งต้นอ่านบทความสักชิ้น
ก็ใช้พลังเทียบเท่ากับการดึงเชือกที่มีช้างอยู่ข้างหลัง
สมาธิฉันหายไปกับการสโคลหน้าเฟซบุ๊ก
เช็คเมล...
และการตรวจสอบว่าในวันนี้เพื่อนๆ ของฉันไปทำอะไรบ้าง
บางวันพอถึงที่พัก ฉันก็ผล็อยหลับไปด้วยความเพลีย
แต่ถ้าถามถึงปริมาณงานที่ทำ นั้นน้อยกว่าที่ตั้งใจไว้มาก

เคยคิดบ้างไหม...ว่าข้อมูลและความรับผิดชอบสารพัดที่โซเชียลโยนให้เรา
บางครั้งมันก็หนักเกินกว่าที่เราจะรับไหว
พอรู้ตัวว่าทำแบบเดิมๆ ไม่ได้อีกแล้ว 
เพราะพฤติกรรมเหล่านี้กำลังกัดกร่อนฉันทีละน้อยๆ
ฉันจึงตัดสินใจเปลี่ยนพฤติกรรม
อย่างแรก คือ อ่านหนังสือให้มาก , เขียนบันทึกก่อนนอน
และแน่นอน เล่นโซเชียลมีเดียอย่างเป็นเวลา
(แม้จะตั้งใจไว้อย่างนี้แต่เอาเข้าจริงก็หยิบโทรศัพท์มาเล่นตลอดเช่นกัน)
ก่อนนอน 15 นาทีจะไม่แตะโทรศัพท์เด็ดขาด
ขณะที่เมื่อตื่นเช้าก็จะรีบลุกมาอาบน้ำและเช็คงานนิดหน่อย
ไม่นอนเล่นมือถือจนกินเวลาและพลังใจเหมื่อนแต่ก่อนอีกแล้ว

ฉันเริ่มเขียนเป้าหมายสั้นๆ ในสมุด
เป้าหมาย 1 ปี , 2 ปี จนถึงระยะยาวอย่าง 10 ปี
เขียนความฝันที่อยากทำเพื่อตัวเอง
และความตั้งใจบางอย่างที่อยากทำเพื่อผู้อื่นบ้าง
ส่วนสมุดอีกเล่ม ฉันเขียนความตั้งใจรายวันที่จะทำให้ได้
เช่น หงุดหงิดกับสิ่งรอบข้างน้อยลง
เป็นผู้ให้มากขึ้น
พอออกไปทำงาน ใช้ชีวิต ฉันก็จะเริ่มเปิดระบบปฎิบัติการเตือนตัวเองเสมอ
เมื่อไหร่ที่ใจร้อน ที่เริ่มจะหงุดหงิด
ก็จะนึกถึงบันทึกที่ตัวเองตั้งใจให้สัญญาไว้
แล้วแก้ไขนิสัยนั้นทันที
ฉันไม่ได้เชื่อในฮาวทู พอๆ กับโค้ชชิ่งสารพัดที่เสนอขายคอร์สเต็มเว็บไซต์
แต่เชื่อในการใช้อะไรก็ได้ให้ชีวิตเราดีขึ้น
ถ้าต้องใช้ระบบบางอย่างมาบังคับก็ใช้
แต่สิ่งนั้นต้องแมทช์กับชีวิตและไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น  : )



ในช่วงชีวิตของคนๆ หนึ่ง คุณคิดว่าอยากทำอะไรให้สำเร็จบ้างไหม
ฉันมีหลายอย่างเลย
เมื่อถอยหลังกลับมา ก็รู้ว่าที่ผ่านมาแม้โซเชียลจะทำร้ายเราอย่างที่คิด
แต่จริงๆ เราเลือกได้นี่นา
เราเลือกที่จะรับสื่อ
เราเลือกที่จะปิดมือถือ ในเวลาที่เราอยากปิด
เราเลือกที่จะปลดเป้ออกจากบ่าเราได้ 
ต่อเมื่อเราอยากทำมันจริงๆ




SHARE

Comments

windygallery
8 months ago
:)
Reply