ผู้สังเกตการณ์
หากผมสนิทกับใคร ผมจะชวนเขาคุยไปเรื่อย ๆ ผมถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็น และเป็นการอัพเดตข่าวสารไปในตัว

แต่หากเป็นงานที่มีคนรู้จักเยอะ ๆ ไม่ว่าจะมีคนที่ผมสนิทมากเท่าไหร่

ผมจะเงียบ
 
เมื่อเพื่อน ๆ ที่จากกันไปหลายปีกลับมาปฏิสัมพันธ์ดั่งเพื่อนอีกครั้ง พวกเขาย่อมกลับมาพร้อมกับความแตกต่างจากความทรงจำของแต่ละคน พวกเขาแลกเปลี่ยนข่าวสาร อยากทราบความเป็นไป และไม่แปลกที่พวกเขาจะกอดคอคุยกันเหมือนแต่ก่อน

บ้างก็เปิดทอล์กโชว์เรื่องราวชีวิต
บ้างก็ให้คำแนะนำเป็นศิราณีประจำคืน
บ้างก็เป็นตัวตลกแห่งโต๊ะ
บ้างก็เปิดรายการก็อซซิปกลางวงอาหาร
บ้างก็แปลงร่างเป็นยอดมนุษย์
บ้างก็แปลงร่างเป็นนักปรัชญา
บ้างก็แปลงร่างเป็นนักประวัติศาสตร์
บ้างก็แปลงร่างเป็นนักการเมือง

และผมก็เป็นคนเดียวที่นั่งทานอาหารแกล้มบรรยากาศอย่างเงียบ ๆ

อาจเป็นเพราะผมชอบถ่ายรูปด้วยกระมัง ผมชอบยินดีกับบรรยากาศในงานต่าง ๆ แต่การถ่ายรูปนั้นหมายความว่าจะต้องไม่รบกวนบรรยากาศของงาน

แล้วผมก็ชอบเสพบรรยากาศของงานเสียด้วย ทำอย่างไรได้ล่ะครับ รอยยิ้มที่เกิดขึ้นหลังกล้อง กับรอยยิ้มที่เกิดขึ้นเพื่อกล้อง มันมีเจตนาต่างกัน และบางครั้งการเสพรอยยิ้ม บรรยากาศดี ๆ พวกนั้น
ก็หมายความว่าผมจะต้องไม่มีส่วนในประสบการณ์ครั้งนี้

ผมเป็นผู้สังเกตการณ์ ผมเป็นผู้ถ่ายภาพ ผมก็แค่นั่งชิมบรรยากาศไป แล้วปล่อยให้ความทรงจำเข้ามาเล่นงานตามอารมณ์ แล้วปล่อยให้อดีตกับปัจจุบันมาเคล้าให้เข้ากันดั่งค็อกเทลชั้นดี

แน่นอนครับ บรรยากาศก็เหมือนกับเหล้า
ดื่มไปมาก ๆ ก็โงหัวไม่ขึ้น
อยากดื่มไปเรื่อย ๆ

แต่ร้านมีวันปิด งานมีวันเลิก เหล้าก็มีวันหมด
และเพื่อนที่เคยจากกันไปหลายปีก็ต้องกลับไปจากกันต่ออีกหลายปี

สุดท้ายเราก็ต้องแยกย้ายกลับไปตามที่ ๆ เราจากมา

และความเป็นจริงในเช้าวันถัดมา ก็เป็นอาการเมาค้างชั้นดี



สมัยที่ผมยังเรียนมหาลัย เพื่อนของผมมักพูดอยู่บ่อยครั้ง
หากผมไม่ไปงานนั้น คือผมเป็นคนพลาด

ผมเคยคิดว่าเป็นคำพูดที่ผิด และแย้งเขาอยู่บ่อยครั้ง
เพราะเรายังบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ของกันและกันได้ จึงไม่ถือว่าพลาด

แต่มารู้อีกทีว่า
เขาหมายถึงรสบรรยากาศ

รสแต่ละสมัยมันก็ไม่เหมือนกันด้วย
SHARE
Writer
Coury
Breather
สร้างฝัน สร้างสาร สร้างสรรค์ สร้างเรื่องด้วย

Comments

inistowrite
3 years ago
I have never known.
Reply
JaeJune
3 years ago
Keep it up, bro!
Reply