ผมวิ่งจนถึงหน้าผาสูงชัน
ผมกำลังวิ่งอยู่บนทางขรุขระ ที่นั่นคือภูเขาที่อยู่ติดทะเล รอบข้างผมนั้นมีผู้คนมายมากรายล้อม ผมวิ่งจนสุดแรง ถ้าผมเหนื่อยผมก็พัก แต่ตอนนี้ผมหยุดพักไม่ได้ ไม่ว่าจะเหนื่อยสักแค่ไหนผมก็ต้องผ่านเช็คพ้อยต์ตรงนั้นให้ได้ มันคือจุดที่ผมต้องไปให้ถึง

จุดที่เรียกว่า ชีวิตมหาลัย จุดที่สามารถกำหนดอนาคตตัวผมเองได้ ผู้คนเริ่มตะโกนดังขึ้น ทั้งให้กำลังใจ ทั้งซ้ำเติม ผมวิ่งจนสุดแรง แต่มันก็ช่างไกลเหลือเกิน คุณรู้ไหม ผมวิ่งโดยที่เท้าของผมเปลือยเปล่า

บางคนมีรองเท้าดีๆใส่ พวกเขาวิ่งอย่างสบายใจ บางคนวิ่งเท้าเปล่า บางคงเลือกที่จะหยุดวิ่ง ผมคือคนที่วิ่งโดยไม่สวมรองเท้า เพราะผมหยิบรองเท้าไม่ทันคนอื่น เพราะผมมัวแต่ลอยชาย เพราะเอาแต่เดินสบายๆ จนเมื่อถึงตรงนี้ ตรงที่ผมหยิบรองเท้าไม่ทันทำให้ผมต้องลำบาก

ผมวิ่ง แต่ผมไม่รู้เลยว่าปลายทางอยู่ที่ไหน มีแต่เช็คพ้อยต์เท่านั้นที่ผมกำลังจะไปถึง หลายๆคนบอกผมว่ากว่าจะถึงเส้นชัยผมก็อีกยาวนาน บางคนบอกว่าผมใกล้จะถึงเส้นชัย บางคนบอกว่าเส้นชัยอยู่ที่เดียวกับเช็คพ้อยต์นั้น บางคนบอกว่าเส้นชัยนั้นคือสิ่งที่เรากำหนดเอง บางคนบอกว่าเส้นชัยนั้นไม่มีอยู่จริง

ผมจึงวิ่งสุดแรง วิ่งจนล้ม ทุกอย่างหนักและเจ็บปวด ผมมองไปที่ทะเลด้านข้าง ผมเห็นผืนน้ำกว้างใหญ่และฝูงปลามากมาย ผมมองไม่เห็นอีกด้านของทะเล ผมแค่มองแล้วพูดกับตัวเองว่าผมต้องไปให้ถึงทะเล ผมจึงเริ่มวิ่งอีกครั้งแม้มันจะเจ็บปวดก็ตาม ผมก็ยังต้องวิ่งต่อไป

ผมนึกย้อนกลับไป ผมเคยเป็นแบบนี้ ผมคนที่วิ่งจนหกล้มคลุกคลาน วิ่งจนหมดแรง ตอนนั้นผมจำได้ ตอนที่ผมกำลังจะจบม.ต้น ผมวิ่งมาจนถึงปลายทางที่ว่างเปล่า มันว่างเปล่า มีแค่ทะเลอยู่เบื่องหน้า ผมวิ่งมาจนถึงหน้าผม แต่มันไม่ใช่เส้นชัย มันแค่อุปสรรค์ที่ผมต้องผ่านมัน และผมผ่านมันมาได้แล้ว

คำถามตอนนี้ ถ้าผมเจอหน้าผาสูงชันนั่นอีก ผมจะทำยังไง ผมที่ยังไม่พร้อมนั่น จะสู้ต่อจนกว่าจะหมดลมหายใจ หรือเลือกที่จะหยุดวิ่งแล้วกระโดดลงหน้าผาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
SHARE
Writer
Open
etc.
มันเหมือนเรื่องบ้าๆในชีวิตมันมากมายเกินกว่าที่เราจะวิ่งหนี ผมเลยเลือกที่จะยืนเผชิญหน้ากับมัน และแล้ว...ผมก็กลายเป็นบ้า เรื่องมันน่าเศร้ามากเลยนะครับ

Comments