หมากรุกกระดานใหญ่
         จิตใจมนุษย์นั้นมีความโลภมีความต้องการกันทุกคน อย่างกับคำกล่าวเปรียบเปรยของนักเขียนท่านหนึ่งที่ผมชอบในวัยเด็กจวบจนทุกวันนี้  ที่ว่า . . . 
เมื่อวาน . . .  มนุษย์เดินอยู่บนปล่องภูเขาไฟที่สูงเสียดฟ้า     วันนี้ . . . พวกเขาเหยียบไปบนดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยฝุ่น     พรุ่งนี้ . . . เขาอาจดำลึกลงไปใต้มหาสมุทรที่เร้นลับ          แต่จะมีสักกี่คนที่ดำดิ่งไปถึงก้นบึ่งหัวใจของตัวเขาเอง
          ย้อนกลับไปสักสิบกว่าปีที่แล้ว ในวันที่ฝนตกเททั้งวันในเดือนสิงหา ผมวิ่งเข้าไปหลบฝนในร้านกาแฟเก่าๆ ผมลงนั่งกับเก้าอี้ไม้พลางหันไปสั่งกาแฟร้อนกับอาแปะ สายตาผมก็สำรวจไปทั่วๆร้าน เป็นร้านแฟเก่าที่น่าจะเปิดมานาน สายตาผมไปหยุดที่ชายแก่ที่แต่งตัวเรียบๆแต่ดูดี นั่งก้มหน้ามองกระดานหมากรุกที่อยู่บนโต๊ะ ผมหยุดมองอยู่นานจนชายแก่เงยหน้ามามองผมด้วยสีหน้านิ่งๆแต่อบอุ่น ผมหยุดมองและหันกลับมาจิบกาแฟ 

"หนุ่ม เล่นหมากรุกเป็นไหม?" เสียงคำพูดดังมาจากทางชายแก่ ผมหันกลับไปมองตามเสียง

"พอเล่นได้คับ" ไหนๆฝนก็ยังไม่มีทีท่าจะหยุด เล่นหมากรุกฆ่าเวลาก็ดี ผมลุกจากเก้าอี้พร้อมกับหยิบถ้วยกาแฟไปนั่งกับชายแก่คนนั้น การเล่นหมากรุกกระดานนี้เดินทางไปด้วยความเงียบที่ไม่มีการพูดคุยอะไรกันระหว่างผมกับชายแก่คนนั้น และหมากรุกดำเนินไปจนผมแพ้และฝนก็หยุดตกพอดี

"ทำงานอะไรหรือ?" ชายแก่ถามผมพร้อมกับเอนหลังไปพิงเก้าอี้ 

"ผมเป็นทนายความคับ" ผมตอบกลับไปพร้อมกับนามบัตร ชายแก่พยักหน้าตอบผมและรับนามบัตรไว้ 

"ผมขอตัวก่อนน่ะคับ" ผมลุกจากเก้าอี้และหยิบกระเป๋าเดินออกจากร้าน โดยไม่ถามชื่อของคนที่ได้เล่นหมากรุกด้วย เหมือนผมรู้สึกว่าจะได้พบกันใหม่

          ผ่ามมาหนึ่งเดือนจากวันนั้น ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากชายแก่คนนั้น โดยขอให้ผมไปหาที่บ้านพร้อมกับบอกว่ามีงานให้ทำ  
          แล้วผมก็มาอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่น่าจะเรียกว่าวังจะดูสมกว่า ชายแก่คนนั้นนั่งรอผมอยู่ที่โซฟาที่ห้องโถงสำหรับรับแขก พอผมนั่งลงตรงข้าม ก็มีคนรับใช้เดินเอากระดานที่มีตัวหมากรุกตั้งเรียบร้อย ชายแก่ให้ผมเล่นกับเขาสักกระดาน ระหว่างเล่นหมากรุกชายแก่ชวนพูดคุยพร้อมกับบอกว่าจะให้ผมรับงานเป็นผู้จัดการมรดก พร้อมกับบอกว่าเขาคือใครและบอกรวมถึงมะเร็งตับที่เริ่มแย่ลงบวกกับอายุที่มาก และกระดานนั้นผมก็แพ้ตามเดิม
          ชายแก่คนนั้นในวันที่ฝนตก ในวันนี้กลายเป็นเจ้าสัวเจ้าของที่ดินมากมายรวมถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ผมตอบตกลงรับงานด้วยความตื่นเต้น
          ชัย ชัยกฤษ คือชื่อของชายแก่ อายุ68ปี มีลูกแท้ๆ 1คนกับลูกบุญธรรมอีก 3คน ภรรยาเสียตั้งแต่ยังหนุ่มๆและไม่มีญาติพี่น้องเลย ข้อมูลพวกนี้ผมได้ฟังจากพวกคนใช้บวกกับสืบเองประกอบ 
          ทุกวันเสาร์ผมจะต้องมาเล่นหมากรุกกับคุณชัยตลอด แต่ไม่ค่อยพูดคุยเรื่องส่วนตัวกันมาก ในวันนี้ผมเข้ามาในบ้าน เดินสวนกับคุณสันต์ ลูกชายโดยสายเลือดของคุณชัยที่มีท่าทางหงุดหงิด ผมยกมือไหว้ทักทายด้วยความที่ผมอายุน้อยกว่าและถือเป็นลูกจ้าง ผมเดินเข้าไปในห้องโถง มีคุณชัยที่นั่งด้วยสีหน้าโมโหพร้อมกับลูกบุญธรรมทั้ง 3คนที่นั่งเงียบ ประกอบด้วย คุณกฤษ และคุณเจนกับคุณจ๋าซึ่งเป็นฝาแฝด ผมมาทราบทีหลังว่าคุณสันต์ไม่พอใจเรื่องพินัยกรรมที่แบ่งมรดกให้ทั้ง 4คนเท่ากัน โดยคุณสันต์ต้องการได้มากกว่าเพราะถือว่าตัวเองเป็นลูกแท้ๆคนเดียวของคุณชัย

          หนึ่งปีต่อมาก็เกิดเรื่องขึ้นโดยคุณเจนและคุณจ๋าประสบอุบัติเหตุจากการดำน้ำและเสียชีวิตโดยแพทย์ให้สาเหตุว่าเกิดจากการน็อกเพราะขาดอ๊อกซิเจนทั้งคู่ อาการของคุณชัยแย่ลงมากเนื่องความเสียใจ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างคุณสันต์และคุณกฤษก็ถึงขั้นแตกหัก เนื่องจากคุณสันต์ถูกดักยิงแต่ไม่เป็นไร และคุณกฤษเป็นผู้ต้องสงสัยบวกกับอาวุธปืนที่ใช้ยิงที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุมีชื่อคุณกฤษเป็นผู้ครอบครอง โดยคุณกฤษให้การว่าได้แจ้งปืนหายไปเมื่อ 3เดือนก่อนแล้วเพราะรถถูกโจรทบกระจกลักทรัพย์และปืนก็หายไปจากเหตุการณ์ลักทรัพย์นั้น ประกอบกับไม่มีหลักฐานเอาผิดคุณกฤษ คดีเลยถูกตกไป แต่ก็ทำให้เกิดความระแวงระหว่างคุณสันต์และคุณกฤษ โดยผมมักถูกคุณกฤษหว่านล้อมให้ปลอมพินัยกรรมขึ้นมาใหม่โดยให้คุณกฤษได้รับมรดกบางอย่างเพิ่มขึ้น แต่ผมก็ปฏิเสธที่จะทำ

          เวลาผ่านไป อาการของคุณชัยเข้าขั้นวิกฤต อยู่ที่ว่าจะถอดเครื่องช่วยหายใจเมื่อไหร่เท่านั้น และคุณสันต์ก็รู้เรื่องการพยามทำพินัยกรรมปลอมของคุณกฤษกับคลิปเสียงที่คุณกฤษพูดจาด่าว่าคุณสันต์แบบเสียๆหายๆ เป็นที่มาของข่าวดังบนหนังสือพิมพ์ที่ว่านักธุรกิจดังใช้ปืนยิงน้องบุญธรรมตัวเองแย่งสมบัติเลือด คำตัดสินสุดท้ายอยู่ที่จำคุก 20ปี และคุณสันต์ก็ถูกตัดสิทธิ์รับมรดกตามกฏหมายแพ่งฯ ว่าด้วยมรดก

          อย่างที่ผมเกริ่นไปตอนเริ่มต้นว่าความโลภมันมีอยู่ในจิตใจของคนทุกคนไม่เว้นแม้แต่  
. . ."ตัวผมเอง"

          แต่ผมก็เหนื่อยน่ะ ที่ต้องแกล้งแพ้หมากรุกทั้งที่ใบประกาศนียบัตรและถ้วยรางวัลหมากรุกไทยกองอยู่เต็มห้องเก็บของ กับตามสืบเรื่องเจ้าสัวเป็นมะเร็ง แล้วทำตัวไปติดฝนบวกกับจิตวิทยาทางบุคลิกให้ได้รับความไว้ใจอีก ไหนจะต้องไปเรียนขับเรือเพื่อพาคุณเจนคุณจ๋าไปดำน้ำอีก นักดำน้ำ Skuba ระดับมาสเตอร์ ที่ไหนจะปล่อยให้อ๊อกซิเจนหมดถังให้ตัวเองน็อกตาย แล้วยังสองคนพร้อมกันอีก อุบัติเหตุที่ไหน และผมต้องขโมยปืนคุณกฤษไปยิงเล่นอีก กับต้องคอยส่งเรื่องการพยายามทำพินัยกรรมปลอมกับคลิปเสียงทางโทรศัพท์ให้คุณสันต์อีก ก็คุยโทรศัพท์กับผมนั้นล่ะ แค่ตัดเสียงผมออก ศักดิ์ศรีมันอยู่เหนือความคิดเสมอเมื่อคุณสันต์โกรธ ข้อนี้ผมอ่านขาด นี่ก็ได้ข่าวว่าคุณสันต์อยู่ในคุกเครียดมาก แค่เดือนเดียวน้ำหนักลดสิบโลบวกกับโรคหัวใจความดันบนอายุเกือบๆห้าสิบปี ดูแล้วคงอยู่ไม่เกินห้าปีแน่ๆ

          แล้วก็เหลือแต่กองมรดกที่มีผมเป็นผู้จัดการ ผมก็ได้แต่ค่อยๆโยกย้ายถ่ายเทมาเป็นของผมทีละเล็กละน้อย มันก็คงไกล้จะจบล่ะ หมากรุกกระดานนี้ . . . . . 


SHARE

Comments