ยากนะ จะไหวมั้ย?
กลับมาเยือนเมืองกรุงอีกครั้ง ตึกใหญ่ตระการตาอยู่ตรงหน้า 
"มาสัมภาษณ์งานใช่มั้ยคะ" ฉันตอบรับด้วยการพยักหน้าและยิ้มให้ กล่าวขอบคุณหลังจากที่เจ้าหน้าที่พาไปนั่ง

บริบทการสัมภาษณ์ส่วนใหญ่เป็นการสอบถามทัศนคติการทำงาน ทดสอบภาษา และการแนะนำการทำงาน พร้อมพ่วงคำถามว่า "ไหวมั้ย?"

ได้ยินเสียงหัวเราะจากผู้สัมภาษณ์หลังจากที่เราเลือกที่จะตอบไปตรงๆว่า "ไม่ไหวก็ต้องไหว งานบริการขาดคนไม่ได้" 

ฉันไม่รู้หรอกว่าไหวมั้ย มันเป็นเรื่องในอนาคต ถ้าเรามองเห็นอนาคตได้ คงตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำ มีคำถามเพิ่มขึ้นมาสองสามคำถาม ก่อนที่จะขอบคุณและกล่าวลา

เดินออกมาพ้นประตู คิดทบทวนสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในห้องสี่เหลี่ยมนั้น คิดถึงคำถามต่างๆ
"ไหวมั้ย?" กลับมาถามตัวเองอีกรอบ "ต่อไปต้องเริ่มจริงจังกับชีวิต ต้องเข้มแข็ง ต้องเป็นหลักที่มั่นคง ไหวมั้ย?"

จู่ๆก็นึกตลก ถ้าหากเรามีคำถามแบบนั้นในทุกชั่วขณะของการใช้ชีวิตจะเป็นอย่างไร 

เกิดมาได้ โตขึ้นอีกหน่อยต้องเดินได้ พูดได้นะ ไหวมั้ย?
โตขึ้น ต้องเรียนนะ ไหวมั้ย?
เรียนจบต้องหางานนะ แล้วก็ใช้ชีวิตด้วยตัวเองนะ ไหวมั้ย?
แต่งงานแล้วต้องรับผิดชอบและดูแลคู่ชีวิต แล้วอาจจะต้องมีลูกด้วยนะ ไหวมั้ย?

คำถามพ่วงเล็กๆเพียงสองพยางค์ คงจะดึงเราให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีสติ
คำถามธรรมดาๆ แต่ออกปากตอบได้อย่างยากลำบาก

มีอย่างเดียวที่จะทำให้เราตอบคำถามพวกนั้น 
คือต้องเผชิญกับมัน 

อาจมีผิดบ้าง อาจพลาดไป ล้มลงบาดเจ็บ 
ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไร แล้วจากตายไปอย่างไม่เป็นที่จดจำ



อนาคตข้างหน้ามืดมนนัก พ่อคะ แม่คะ หนูกลัว
แต่นั้นเป็นเส้นทางที่หนูเลือก อย่ากลัวไปเลย
ทางมันจะมืดอยู่อย่างนั้น 
หากหนูไม่เดินเข้าไป จุดไฟให้สว่าง
พ่อแม่อยู่ข้างหลัง มองดูหนูเดินไป หยิบยื่นเชื้อไฟให้หนู
อย่ากลัวเลยลูก


SHARE
Written in this book
Dear, Diary
เรื่องเล่าจากความทรงจำ ความเป็นอยู่ การวิเคราะห์จากสิ่งที่เห็น
Writer
Double9
Nobody
Someone - Something - Somewhere

Comments

Shopkeeper
3 years ago
เดินเข้าอุโมงค์ ไปจุดไฟ
พร้อมเขียนไว้
"อุโมงค์นี้ สีชมพู~ โอ๊ะ โอ๊ะ โอ"
แค่ให้หัวใจของเราได้รู้~

ไหวครับ แค่เชื่อ ก็ทำได้แล้ว
ยินดีกับงานด้วยนะครับ 😆
Reply
Double9
3 years ago
ขอบคุณค่ะ ให้มันเป็นสีชมพูววววว~ ^^
nawtpal
3 years ago
ไหว ไม่ต้องหวั่น...
Reply
Double9
3 years ago
ขอบคุณค่ะ :)