ตอนที่ 5.4 : วันที่แอบรักคุณ (ตอนจบ)

เพลง วันที่แอบรักคุณ

วันที่แอบรักคุณ ที่แอบรักคุณ ที่แอบรักคุณ ที่ทำผมเพ้อถึงคุณตลอด
วันที่อยู่ใกล้คุณ ที่อยู่ข้างคุณ ที่อยู่กับคุณ มันทำให้ผมหวั่นไหว ในใจ

*โอกาสช่างแสนดี จึงทำให้ผมมอบใจให้คุณ
อยากให้เวลาหยุดหมุน เมื่อเราได้อยู่ใกล้กัน

**ก็เพราะ วันคืนที่ผ่านมา แอบรัก ตัวเธอ จนหมดใจ
ในความรู้สึกไม่อาจบอกไป ความจริงบางอย่างที่เก็บเอาไว้
อยากให้คุณรู้ใจ ว่าแอบรักคุณ

วันที่แอบรักคุณ ที่แอบรักคุณ ที่แอบรักคุณ ที่ทำผมเพ้อหลับฝันทุกวัน
หากวันที่อยู่ใกล้กัน ที่อยู่ข้างกัน ที่อยู่ด้วยกัน กลับมาอีกครั้ง อย่างนั้นก็คงดี 

"วันที่แอบรักคุณ" ซึ่งเป็นชื่อตอนที่คุณผู้อ่านได้อ่านอยู่ตอนนี้ ผู้เขียนได้นำชื่อมาจากชื่อเพลงนี้ คงไม่มีเพลงไหนในโลกนี้ ทั้งเพลงที่แต่งเองและที่ไม่ได้แต่งเอง ที่จะเป็นเพลงที่บรรยายความรู้สึกของผู้เขียนในขณะเขียนตอนนี้ได้เป็นอย่างดีเท่าเพลงนี้ได้อีกแล้ว ตอนนี้ได้แบ่งเป็น 4 ตอนย่อย เขียนมาแล้ว 3 ตอนที่มีเรื่องเยอะจนแทบจะเป็นมหากาพย์ไปแล้ว เพื่อนใน facebook มาอ่านก็แซวว่ามีโจทก์มากมายก่ายกองจริงๆ ก็ขอบอกว่าจะขอจบกันเสียทีที่ตอนย่อยตอนนี้แล้วละนะ 

คุณผู้อ่านบางท่านที่ยังไม่ชินกับ storylog ได้ถามว่าจะอ่านตอนเก่าๆได้อย่างไร ก็ขอให้คำตอบว่าสามารถเข้าไปอ่านตอนเก่าๆได้ โดยเลื่อนไปด้านล่าง แล้วจิ้มตรงคำว่า "เพลงแต่งเองของอีตาเบิ้น" แล้วมันจะขึ้นตอนเก่าๆให้เห็นหมดเลย 

ปัจจุบันผู้เขียนมีอาชีพสายโปรแกรมเมอร์ซึ่งไม่ได้สันทัดเรื่องการเขียนเท่าไรนัก แต่อาชีพนักเขียนก็เป็นหนึ่งในความฝันในวัยเด็กที่อยากเป็น ทั้งการเขียนโปรแกรม การเป็นแต่งเพลง และการเป็นนักเขียน ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ถูกสร้างสรรค์จากความคิดเหมือนๆกัน มันเป็นสิ่งที่สนุก และมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำ

ถ้าผู้อ่านได้อ่านตอนเก่าๆดู จะพบว่าผู้เขียนพยายามปรับเปลี่ยนวิธีในการเขียนมาเรื่อยๆ และหวังว่าอนาคตอาจจะเป็นนักเขียนที่ดีได้ หากมีข้อผิดพลาดอันใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ หลังจากเกริ่นมาซะยืดยาว ถึงเวลาแล้วผู้เขียนจะขอเล่าต่อเพื่อไม่ให้เสียเวลามากไปกว่านี้

ไม่กล้า

มีช่วงหนึ่งของชีวิตเคยเช่ากิจการร้านอินเทอร์เน็ทคาเฟ่มาบริหารเอง ตอนนั้นลูกค้าจะเป็นกลุ่มเล่นเกม มีลูกค้าคนหนึ่งเป็นสาวน่ารัก และมาใช้บริการหลายครั้ง ก็แอบปลื้มซึ่งไม่ได้อะไรมาก แต่ก็เป็นแรงบันดาลใจให้แต่งเพลงนี้ ซึ่งพอร้องให้เพื่อนฟังในร้าน ก็ติดหูเพื่อนๆพอสมควร

เพลง ไม่กล้า

ฉันไม่กล้า บอกเธอ แม้เมื่อพบเจอฉันจะละเมอเพียงใด
ฉันไม่กล้า บอกไป ทั้งที่หัวใจฉันเจียนละลายเพราะเธอ

* แม้ว่าฉัน จะคิด ที่จะทักทายและพูดระบายทุกความใน
มันร้อนใจ แต่จะทำอย่างไร เมื่อมันไม่กล้าพอ

** จึงได้แต่แค่แอบเพ้อ แอบละเมอ
เมื่อเจอะเจอคงแค่เพียงหวั่นไหวหัวใจ
ทุกสิ่งที่อยู่ภายใน คงอยู่อย่างนั้นเรื่อยไป
จะให้ฉันทำอย่างไร เมื่อใจ มันไม่กล้า

ฉันไม่กล้า สบตา แม้ว่าตัวเธอจะหันมาส่งยิ้มให้กัน
ฉันไม่กล้า เอ่ยคำนั้น ยามที่พบกันฉันจึงต้องแกล้งไม่หันมอง 

วันนี้ที่จะบอกเธอ

หลังจากผ่านเรื่องราวจากตอนที่ 5.3 มาแล้ว ในช่วงเวลา 1-2 ปีต่อมาเราก็หาแฟนได้เสียที แล้วก็เลิกกันอีก (ซึ่งดราม่าเหล่านี้ก็เอามาแต่งเพลงเช่นกัน แต่ไม่ใช่เนื้อหาของตอนนี้) ทุกๆวันหลังจากนั้นได้ผ่านไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดมุ่งหมาย อารมณ์ตอนนั้นค่อนข้างเป็นคนขี้เหงาเอามากๆ 

สมัยนั้นเรายังฮิตโปรแกรม MSN Messenger กันอยู่ มีอยู่คืนนึงบอลที่เป็นเพื่อนซึ่งกำลังเข้าเวรดึกอยู่โรงพยาบาลออนก็อยู่ ก็เลยทักกันแล้วพูดกันว่าเมื่อ 3-4 ปีก่อนนั้น เราเคยเล่นเว็บแชทของ hunsa.com ลองเข้าไปดูปรากฎว่าแชทรูมยังไม่ปิดให้บริการอีก ก็เลยชวนไปแชทเล่นๆกันในนั้น ตอนนั้นประมาณตีสองตีสามแล้ว ปรากฎว่าเข้าไปก็เจอห้องที่รกร้างว่างเปล่า เหลือก็เพียงสาวคนหนึ่งที่ออนอยู่ เห็นสาวอยู่คนเดียวเรากับบอลก็สุมหัวกันเข้าไปก่อกวน เข้าไปคุยอะไรบ้าๆบอๆกันจนได้ที่แล้วก็แนะนำตัวกันจนได้รู้จักชื่อสาวคนนี้ ที่ชื่อว่า "เกด" (คนละคนกับตอนที่ 5.3) 

ผ่านไปประมาณตีสี่ตีห้า บอลก็ออฟไลน์ไปจำไม่ได้ว่ามีเคสหรือออกเวร ก็เลยเหลือเรากับเกดกันอยู่สองคน พอบอลไม่อยู่เลยขาดกำลังเสริมเลยกวนต่อไม่ไหว จึงเริ่มคุยกันดีขึ้น คุยไปคุยมาถูกคอก็เลยขอ MSN กัน หลังจากวันนั้นก็คุยกันไปคุยกันมาต่างคนต่างเล่าชีวิตความรักหรือการแอบรักของตัวเองให้ฟังกันจนรู้ว่าตอนนี้ต่างคนต่างโสดนะ แม้ว่าคุยถูกคอแต่เราก็ไม่คิดจีบเพราะอยู่ไกลกันมันคงเป็นไปไม่ได้ หลังจากนั้นจำเรื่องราวไม่ได้เหมือนกันว่าเป็นยังไง ทำไมตอนนั้นจึงให้เบอร์เกดไป

ต่อมาวันหนึ่งมีคนยิงโทรศัพท์มา เราไม่รู้ว่าใครก็ไม่โทรกลับ เสร็จแล้วก็โทรมาอีก เราก็รับสายแต่เค้าก็ไม่บอกว่าใคร เค้าให้ทายเราก็ทายไม่ถูกจนคนในสายอดไม่ไหวที่จะใบ้จนให้ทายให้ถูกให้ได้ ซึ่งคนในสายก็คือเกดนั่นเอง สุดท้ายโดนตั้งฉายาว่า "ตาซื่อบื้อ" โดนตั้งฉายาไปอย่างนี้เราก็ต้องเอาคืน เนื่องจากเคยแลกรูปกันดู ในรูปเธอแลดูหัวโตมาก เลยตั้งฉายาเกดว่า "ยัยหัวโต"

เกดเป็นคนคุยเก่งมาก คือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่สามารถคุยโทรศัพท์ได้นานสามชั่วโมงกว่า ซึ่งเวลาเท่านี้นี่ดูหนังจบได้ 2 ภาคเลยนะ คุยกันได้หลายเดือนเริ่มมีความคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะเริ่มจีบละนะต่อให้อยู่ไกลกันก็เถอะ แต่อยากจะรอให้ถึงวันเกิดเกดก่อน พอดีช่วงนั้นคิดทำนองเพลงได้ เลยเอาสิ่งที่คิดนี้มาเป็นเนื้อเพลงซะเลย หวังว่าจะร้องเพลงนี้ให้เกดฟัง เมื่อถึงวันนั้น... วันที่ถึงเวลา 

เพลง วันนี้ที่จะบอกเธอ

ความจริง ซึ่งเธอไม่เคยได้รู้ ว่าบางอย่างที่อยู่ในใจของฉัน
ตั้งแต่วันบังเอิญแรกเราเจอกัน จนทุกวันที่ได้เจอกันในวันนี้
อยากจะบอกว่ารักเธอมากมาย แต่ต้องแอบเก็บซ่อนคำพูดไว้
เพราะว่าหากบอกไปคงเร็วเกินเธอเตรียมใจ

บางที่ฉันอาจจะดูเฉยๆ ที่เราเคยได้เจอะได้คุยทุกครั้ง
แต่ใจฉันอยากตะโกนดังๆ ให้เธอฟังแต่คงต้องเงียบไว้
อาจปกปิดอีกได้นานเท่านาน แต่นานไปมันก็คงไม่ไหว
จึงต้องบอกออกไปให้เธอในวันนี้

*ว่าฉันแอบรักเธอมานานนม ยังคงชื่นชมและฝันใฝ่
ทุกความในใจที่เคยเก็บไว้ จะบอกออกไปในวันนี้
ยังคงเฝ้ารอมานานวันเฝ้าคอยรักนั้นเอ่อล้นปรี่
ก็นานเต็มที จวบจนตอนนี้ ที่มีวันที่ฉันได้บอกว่ารักเธอ

ความจริงสิ่งที่ได้เคยซ่อนไว้ ฉันตั้งจะให้เธอรู้วันนี้
ว่าในใจทั้งหมดใจที่มี นั้นจะมีแต่เธอไม่เปลี่ยนไป
อาจเก็บกดอีกได้นานเท่านาน แต่นานไปมันก็คงไม่ไหว
จึงต้องบอกออกไปให้เธอในวันนี้
 
ชีวิตจริงกลับทำไม่ได้อย่างเพลงที่แต่งไว้ ก่อนที่จะได้ไปถึงจุดนั้น ก็มีสาวคนหนึ่งชื่อ "ติ๊ก" เข้ามาในชีวิต และเอาใจเราทุกอย่าง เราแพ้ให้กับสิ่งดีๆที่ติ๊กทำ คิดว่าความดีที่มีอยู่จริงใกล้ๆตัวควรจะต้องมาก่อนคนไกลๆที่ไม่รู้ว่าจะมีความเป็นไปได้ไหม เราจึงล้มเลิกความตั้งใจนั้นลง และตกลงเป็นแฟนกับติ๊กแทน เกดรู้ความจริงเลยบล็อค MSN เราบ้าง เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหากับติ๊ก

หลังจากนั้น 1-2 เดือน เกดก็ปลดบล็อค MSN และได้กลับมาคุยกันบ้างในฐานะที่ยังเป็นเพื่อนกัน โดยที่เพลงที่เคยเตรียมเอาไว้นั้นไม่เคยได้ถูกร้องอย่างจริงจังอีกเลย จนเกดเรียนจบแล้วก็ทำงานก็มาปรึกษาเรื่องชีวิตการทำงาน ผ่านไปหลายปีจนเลิกใช้ MSN มาเป็น Facebook และ Line แล้วเราก็เปลี่ยนเบอร์จึงทำให้ติดต่อกันยากมาก ปัจจุบันนี้ก็ติดต่อเกดไม่ได้อีกเลย

คุ้น

วันหนึ่งไปทำงานที่ไซด์ลูกค้าแถวคลองตันระหว่างที่กำลังเดินริมถนนปรีดี พนมยงค์ (สุขุมวิท 71) เจอผู้หญิงกำลังเดินสวนมา แน่นอนก็คือมีความสวยประมาณนึง ก็เลยเหลือบไปมองเค้า เค้าก็หันมามองเรา ไม่รู้ทำไมเราถึงจ้องตากันนานมาก รู้สึกคุ้นๆ เหมือนรู้จักกัน จู่ๆเค้าก็ยิ้มให้ และเราก็กำลังจะยิ้มตอบ แต่เค้าอาจไม่ทันเห็น แล้วก็เดินสวนกันไป แล้วหันกลับมามองกันอีก แต่คิดว่าเขาคงคิดว่าเราหน้าเหมือนคนรู้จักเขาหรือเปล่า วันต่อๆมา ก็พยายามมองหา แต่ก็ไม่เจออีกเลย ภาพที่เจอกันวันนั้นยังไม่หายไปจากหัว แอบคิดถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น ก็เลยแต่งเพลงนี้ขึ้นมา

เพลง คุ้น

ตั้งแต่เกิดมาเคยลืมตา ได้พบหน้า
เพิ่งเจอสายตาคู่นั้นที่ช่างอ่อนหวาน
เพิ่งมาเจอเธอเพียงคนเดียวที่เหมือนว่า
เคยพบกันมาในตอนเมื่อก่อน จำไม่ค่อยได้

* อาจเป็นคนนั้น คนที่ฉันเคยฝันไว้เรื่อยมา
ทุกอย่างคงเป็นเพราะว่า เธอนั้นช่างดูคุ้นตา
อย่างกับเป็นนางในฝัน

** อยากจะพร่ำบอก ให้เธอได้เข้าใจ
ความรู้สึกของใครที่เธอไม่เคยรู้จัก
นั้นรู้สึก ว่าเราอาจจะเคยพบกันมา
หน้าตาของเธอช่างคุ้นจัง

อยากจะให้่เราลองมาทำความรู้จัก
อยากจะไปทักแม้ในนาทีแรกที่สบตา
อยากจะระบายความในใจให้รู้ว่า
เธอช่างคุ้นตามากมายเกินกว่าจะไม่ทักทาย

แม้ว่าเราอาจไม่เคยรู้จัก แต่ปล่อยไปใจมันคงคั่งค้าง
จึงอยากจะถามเธอ รู้สึกเหมือนกัน บ้างหรือเปล่า 

ทำไมไม่เคยแต่งเพลงให้คุณภรรยา?

ตอนที่แอบชอบคุณภรรยาใหม่ๆ คือคุณภรรยาเป็นพนักงานใหม่ที่เข้ามาทำงานในบริษัท คุณภรรยาดูสวยมากในตอนนั้น เรามีหน้าที่คอยถ่ายทอดงานให้เขา ตอนพักเที่ยงเราไปไหนต่อไหนด้วยกันตลอด รวมถึงเวลาเลิกงานด้วย

ตอนนั้นผู้เขียนทำงานไปด้วยและต้องเรียนต่อตอนเสาร์-อาทิตย์ ค่อนข้างยุ่งมาก ห่างหายจากกีตาร์และไม่ค่อยมีเวลา จึงไม่ได้เขียนเพลงอะไรออกมา คุณภรรยาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเล่นกีตาร์หรือแต่งเพลงเป็น ตอนจีบก็ทำอะไรแปลกๆอย่างเช่นเอาดอกไม้ไปวางไว้หน้าห้องบ้าง อะไรแบบนี้

พอตกลงเป็นแฟนกันเราก็เหมือนตัวติดกันตลอด ก็เลยไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัวในการเขียนเพลงเท่าไหร่นัก และรวมถึงสมัยคบกับแฟนเก่าด้วย คือตอนอยู่ด้วยกันจะไม่ค่อยได้แต่งเพลง เลยไม่ค่อยมีเพลงเกี่ยวกับแฟนทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ปัจจุบันผู้เขียนมีภรรยาและลูกๆที่น่ารักสองคน ตอนตั้งครรภ์ลูกสาวคนแรก ก็มีแต่งเพลงบรรเลงง่ายๆเพลงนึงจากความรู้สึกในใจ ที่ดีใจ ปลื้มใจ ที่จะมีใครสักคนให้เราต้องดูแลและรอวันเขาออกมาเจอเราอยู่เพลงนึง ยังไม่ได้ตั้งชื่อเพลงเลย

ส่งท้าย

โจทก์ยังไม่หมดแค่นี้ จะมีเล่าในตอนต่อๆไป (ห๊า...ยังไม่หมดอีกเรอะ?) ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบครับ และขออโหสิกรรมแก่ผู้เขียนด้วยนะครับ สำหรับโจทก์ทุกคนที่ถูกพาดพิงในแต่ละตอน ที่อยากเล่า เพราะบางเรื่องผู้เขียนได้ให้ความสำคัญกับเรื่องที่เคยผ่านมาเก็บไว้มานาน อาจเป็นเรื่องที่โจทก์แต่ละท่านไม่เคยรู้มาก่อน พอได้อ่านก็เซอร์ไพรส์กันไป

นอกจากนี้ท่านผู้อ่านสามารถเรียนรู้วิธีคิด หรือทัศนคติในการแอบชอบเพศตรงข้าม ของคนธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้หลายคนอาจจะประสบเรื่องราวที่คล้ายๆกัน อาจมีไม่น้อยกว่าผู้เขียนก็เป็นได้ เพียงแต่ผ่านไปจนไม่ได้เก็บมาจดจำ แต่ต่างกันคือผู้เขียนได้บันทึกเรื่องราวเป็นเพลงเอาไว้ พอนึกถึงเพลงที่ตัวเองแต่งทีไร เรื่องราวเก่าๆเกี่ยวกับเพลงนั้นมันผุดขึ้นมาทุกที

ท่านผู้อ่านอาจจะพบว่าผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งในคนเดียวกัน บางกรณีอาจจะชอบที่เค้าสวยน่ารัก หรืออาจจะไม่ได้มองที่ความสวยก็ได้ บางทีเราก็ชอบในความดี บางทีก็แค่รอยยิ้ม บางทีก็แค่บรรยากาศ บางทีอาจจะชอบที่ความใกล้ชิดสนิทสนมก็ได้ ผู้เขียนคิดว่าต้องมีผู้ชายแบบผู้เขียนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว 
SHARE
Written in this book
เพลงแต่งเองของอีตาเบิ้น
เรื่องราวอีกด้านหนึ่งซึ่งยังคงอยู่ในลมหายใจของโปรแกรมเมอร์พ่อลูกสอง
Writer
Black-Pigoen
คุณพ่อลูกสอง
เป็นโปรแกรมเมอร์พ่อลูกสอง เป็นพนักงานบริษัทที่ทำงานไม่เอาไหน แต่ก็ฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เป็นคนที่ชอบแต่งเพลงตลอดเวลายามที่สมองว่าง

Comments