กำกับใจให้ดูแลจิตใจในระหว่างเศร้า
เหตุการณ์สำคัญครั้งใหญ่
ที่เราพี่น้องชาวไทย ต้องมีอันสูญเสียบุคคลสำคัญที่เรารักยิ่งสุดหัวใจ
ทำให้เสียงร่ำไห้ ก้องในหัวใจทุกหย่อมหญ้าอย่างไม่อาจเลี่ยงได้

กำกับใจฉบับนี้ คงไม่อาจกล่าวสอนอะไร นอกจากขอเป็นกำลังใจ
เคียงข้างดูแลใจและเเนะเเนวทางถึงวิธี ปรับสุขภาพใจ
ชะโลมความอุ่นให้คนไทย ดูแลตนในช่วงนี้

เพื่อให้เรายังประคองกันและกัน ไปต่อในนาทีเเสนเศร้า
โดยไม่กระเทือนถึงสุขภาพใจในระยะยาวกันนะคะ

10 วิธีกำกับใจให้คลายเศร้าจากการสูญเสีย

1. ยอมรับว่าตอนนี้ เรารู้สึกอย่างไร เราทุกข์ใจ ก็ยอมรับว่าเราทุกข์ใจก่อนเลย
ไม่ควรปิด กั้น แกล้งไม่เศร้า เพราะทางจิตเเล้วจะถือเป็นการรบกวนกระบวนการสูญเสียเศร้าโศกเสียใจตามปกติธรรมชาติ ธรรมดา ของมนุษย์ (normal grief reaction)
หากห้าม หรือเก็บกดไว้ อาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อภาวะจิตใจมากขึ้น ในภายหลัง

การยอมรับ คือสิ่งแรกที่ต้องทำกับหัวใจในทุกอารมณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตค่ะ
แค่เรายอมรับ ระดับความทุกข์ก็จะค่อยๆคงที่ และมีโอกาสจะไม่ฟุ้งกระจาย ขยายใหญ่ขึ้นแล้วค่ะ
หรืออย่างน้อยๆ ความอึดอัดในใจก็น้อยลง ตึงเครียด หม่นน้อยลง

มีผลให้ร่างกายเกร็งน้อยลง หายใจคล่องขึ้น
สบายตัวมากขึ้น ความสบายใจอาจจะค่อยตามมาค่ะ

2. ระบายความรู้สึกกับคนที่ไว้ใจ
ตอนเราทุกข์ เศร้า ใจเราก็เหมือนลูกโป่งที่อัดลมแน่นจนเเทบระเบิด หากไม่ระบายก็เสี่ยงที่จะเกิดการระเบิดรุนเเรงได้ แต่ถ้าปล่อยลมออกบ้าง ระบายออกมาบ้าง
โอกาสที่ลูกโป่งจะเเตก ระเบิดก็ลดลงเเน่นอนนะคะ

3. เบี่ยงเบนความสนใจ ไปทำบางอย่างเพื่อชุบชูใจขึ้น
แม้จะยาก ก็ต้องลองฝืน เเม้ไม่มีอารมณ์ก็ต้องทำ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า ยิ่งควรต้องฝืนเลยค่ะ

เราเรียกวิธีนี้ว่าเปลี่ยน focus
ไม่เช่นนั้น ท่านที่สุขภาพจิตเดิมไม่เเข็งแรงเป็นทุนอยู่แล้ว ก็จะมีเเนวโน้มจมดิ่งจนอาจซึมเศร้าได้
เเละจะยิ่งแย่ไปใหญ่ ถ้าติดอยู่ในอารมณ์เศร้านานๆ

สารเคมีในสมองก็จะทยอยส่งสารความเศร้าออกมาทำร้ายร่างกายเรา
จนสุขภาพกายเรา ได้ผลกระทบเรื่อยๆ

ดังนั้น หาอะไรที่พอทำให้ยิ้มได้บ้าง ทำซะ
แนะนำ วาดรูป ทำงานศิลปะ สวดมนต์ ช่วยเหลือคนอื่น อาสาสมัคร
ฟังเพลงที่ชอบแบบเย็นๆ ความหมายดีๆ จังหวะผ่อนคลาย
ลองดูนะคะ

4. ทำกิจวัตรใกล้เคียงกับปกติ กิจวัตรประจำวันเดิม
หรืออาจจะลองหากิจกรรม เช่น จัดห้องใหม่ จัดทำงานใหม่ สร้างมุมที่มองดูแล้วสบายตาสบายใจในที่ทำงาน
เคลียร์ความรกความวุ่นวาย ใช้เวลาในชีวิตไปได้กับเรื่องจัดโต๊ะ

การใช้เวลาจัดห้อง ทำให้เรามีกิจกรรมที่ดีมีประโยชน์
อาจจะเหนื่อยบ้าง ไม่อยากทำบ้าง แต่จมอยู่กับการทำงานได้นานๆ เป็นสิ่งที่เซฟใจเราได้ค่ะ

5. กอด หรือได้รับสัมผัสจากใครสักคน
นักวิทยาศาสตร์บอกว่า การเยียวยาความทุกข์ด้วยสัมผัสจากใครสักคน ไม่ว่าจะด้วยการกอด จับมือ
ด้วยอาการปลอบประโลม ช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน ฮอร์โมนแห่งความสุข และยังช่วยลดฮอร์โมนแห่งความเครียดอย่างเจ้าฮอร์โมนคอร์ติซอลได้ด้วยค่ะ

6. เขียนไดอารี่ระบายความทุกข์ในใจ ในกรณีที่ไม่สามารถจะบอกความทุกข์นั้น ๆ กับใครได้
ปากกากับกระดาษจะเป็นมิตรแท้ที่คอยซึมซับความทุกข์ของคุณเอง มีงานวิจัยว่า การเขียนบำบัดใจได้ค่ะ
หากระบายได้ การโพสท์ข้อความเเสดงความเสียใจ สามารถทำได้ แต่ไม่ควรรอหรือหมกมุ่นกับการเสพติดไลค์จากคนอื่น เซิร์จหา ชมภาพคนร้องไห้ คนเป็นลม นานๆเพราะจะส่งผลให้ผู้ชมรู้สึกหดหู่หนักขึ้นได้ค่ะ

7. ลองขยับร่างกาย ลุกขึ้นออกกำลังกายเบาๆ
อาจจะยากหน่อยที่เราจะลุกมาขยับร่างกายยามเศร้าแบบนี้ เข้าใจเลยค่ะ
แต่ถึงเวลานึงที่เราไม่อยากป่วยใจลงไป เราคงต้องเรียกฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน
ฮอร์โมนความสุขออกมาชุบชีวิตจิตใจออกมาช่วยค่ะ

เพราะสารความสุขดีดีแบบนี้จะช่วยให้เราค่อยๆรู้สึกสดใส
แถมสมองจะโล่งสบายและใจก็ปลอดโปร่งขึ้นได้ด้วยนะคะ

8. ทุกครั้งที่เกิดความเสียใจ ให้ระวังมุมมองลบที่มีต่อตัวเอง ระวังลดคุณค่าในตัวเอง
ลดคุณค่าของสิ่งรอบตัวลง
เช่น คิดว่าจากนี้จะเป็นอย่างไร จะมีอะไรดี-ร้ายขึ้น คาดหวังว่าชั้นจะดีขึ้น แต่คงไม่มีทางเป็นไปได้หรอก

ความคิดเหล่านี้จะทำให้ใจเราท้อแท้ลงเรื่อยๆ จนอยากหนีไปไกลๆ บางครั้งถ้าคิดวนนานๆเกินไป
อาจจะทำให้จมดิ่งจนถึงการฆ่าตัวตายในที่สุด
ระวังจุดนี้ แล้วหยุดคิดนะคะ

9. ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตกล่าวไว้ใน #ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับกระบวนการสูญเสียเศร้าโศกเสียใจตามปกติธรรมชาติของมนุษย์

"สำหรับ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และโรคทางจิตเวชอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์ ประจำที่รักษา ท่านอยู่
ส่วนบุคคลทั่วไป รับคำปรึกษากับบุคลากรสาธารณสุข/สุขภาพจิต
เมื่อมีความคิดอยากทำร้ายตนเอง หูแว่ว หวาดกลัวโดยไม่มีเหตุผล มีความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจต่อเนื่องกัน จนทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้"

ลองพบปะ พูดคุย แชร์ความรู้สึก ปรับความคิดเศร้าๆ กับผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลจิตใจกันดูนะคะ
นั่นจะทำให้เราออกจากความเศร้าได้ก้าวกระโดดที่สุด
เพราะกิจกรรมนี้ จะไม่ใช่เเค่การระบาย
เเต่เราจะได้มองเห็นหนทาง ทำให้เรามีเครื่องมือเเก้ไขไอเดียลบๆได้จบบริบูรณ์
ไม่เรื้อรัง เเละหลุดพ้นจากปัญหาได้ด้วยตัวเองตลอดไป ไม่ต้องวนซ้ำอยู่ที่ความรู้สึกเดิมค่ะ

10. แปร ปรับเหตุการณ์ให้ก่อแนวคิดเชิงบวก
เช่น เมื่อเกิดการสูญเสียตามธรรมชาติที่เรามิอาจต้านทานได้
เราทุกคน ควรต้องก้าวต่อไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง
ผู้ที่ยังอยู่ ควรสามัคคีกัน ดูแลกัน เพื่อสืบสานปณิธาณอันดีงามที่เคยมีนั้น มิให้สูญสิ้นไป

และมีหลายสิ่งที่เราทำได้ด้วยแรงความรู้ความสามารถ แรงกาย เเรงใจ
เริ่มจากนาทีนี้ที่จะเริ่ม เป็นกำลังใจให้กันและกัน
และที่สำคัญ อย่าลืมเป็นกำลังใจให้ตนเองด้วยนะคะ

สิ่งที่เราคาดหวัง เมื่อไม่ตรงกับความสามารถที่เราจะทำได้
ย่อมสร้างความสะเทือนใจไม่น้อยโดยธรรมชาติ

ด้วยความปรารถนาดี ที่จะเห็นพี่น้องทุกท่านดูแลตนเองได้
และปฐมพยาบาลดูแลคนใกล้ตัวใกล้ใจไม่ให้เซล้มลงไป
ปรับตัว จากความทุกข์ที่มี"ไปด้วยกัน"นะคะ

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านค่ะ

#MindDirector
#ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

ปรึกษาฟรี ที่ www.facebook.com/MindDirector

SHARE
Writer
MindDirector
Mind advisor Musical Director
ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพด้วยศิลปะการแสดง และจิตวิทยา ครูสอนการแสดง ผู้กำกับละครเพลง ผู้กำกับลีลา ผลงานเขียน MindDirector กำกับใจให้ชนะทุกด่านของชีวิต สำนักพิมพ์มติชน ผู้บริหารสถาบันสอนศิลปะการแสดงเพื่อพัฒนาศักยภาพ IDEO Performing Arts อาจารย์วิทยาลัยดนตรี วิชาการแสดงขับร้อง มหาวิทยาลัยรังสิต นักจิตวิทยา ให้คำปรึกษา Mind Center วิทยากรด้านพัฒนาศักยภาพ / พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ / จิตวิทยาการสอน / การแสดงและบุคลิกภาพให้กับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน www.facebook.com/MindDirector www.mindcenterthailand.com

Comments

Shopkeeper
3 years ago
มีประโยชน์ต่อประชาชนชาวไทยในยามนี้อย่างยิ่งครับ
ขอบคุณมากๆครับ
Reply
MindDirector
3 years ago
ขอบคุณเช่นกันค่ะ จับมือไปด้วยกันนะคะ