คิดถึง แต่ไปไม่ถึง..
    เขา เป็นชาวต่างชาติที่ได้รู้จักเพราะเราทำงานด้วยกัน เขาเป็นครูอาสาสอนภาษาอังกฤษ ส่วนฉันก็เป็นล่ามภาษาไทย เขาใช้เวลาช่วงปิดเทอมมาฝึกการสอนในประเทศไทย(เขาเรียนคณะเกี่ยวกับการศึกษาในวัฒนธรรมที่แตกต่าง) ส่วนฉัน ที่ไม่อยากว่างช่วงปิดเทอม และมีผู้ใหญ่ชวนมาทำงานเป็นล่าม ฉันเลยทำ
      ฉันจำไม่ได้ว่าฉันเจอเขาวันไหน ระหว่างช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ความทรงจำแรกของฉันที่มีต่อเขา คือ ผู้ชายใน 7-11
       7-11 คือสถานที่ที่เราได้พบกัน เพราะเสื้อทีมสีฟ้าที่เราใส่เหมือนกันในวันนั้น ทำให้พวกเขาได้รู้ว่าเราเป็นทีมเดียวกัน แม้จะไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่รอยยิ้มที่เขาส่งมาให้พร้อมคำทักทายง่ายๆ มันก็ทำให้ฉันไม่เคยลืม
        เราอายุเท่ากัน จริงๆก็เกิดห่างกันไม่กี่เดือน เราเรียนปีเดียวกัน ความชอบ และนิสัยหลายๆอย่างเราคล้ายกัน (ถึงอายุใบหน้าเขาจะเกินวัยไปหน่อยก็เถอะ55)
 
ดวงตาสีฟ้า มันจะมีความหมายขึ้นมาเมื่อคุณตกหลุมรักใครบางคน ที่มีดวงตาสีฟ้า
    ฉันคิดมาตลอดว่าดวงตาที่ฉันแอบมองบ่อยๆ เป็นสีเทา เราเถียงกันเรื่องสีตาที่ร้านส้มตำ การพาฝรั่งไปกินของไทยๆ นี่เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ยิ่งคนๆนั้นชอบอาหารไทย สามารถลองกินอะไรแปลกๆได้ และที่สำคัญคือเขากินเผ็ดได้(และกินเผ็ดมากๆ) ฉันเห็นว่าตาของเขาเป็นสีเทา จริงๆมีบางครั้งที่เห็นเป็นสีฟ้า แต่เพราะไม่เคยได้มองตาเขาใกล้ๆ อาหารเที่ยงมื้อนั้นจึงเป็นมื้อแรก ที่เราได้กินข้าวด้วยกันสองต่อสอง ได้มองตาเขาอย่างใกล้ๆเป็นครั้งแรก ได้เถียงกัน ในเรื่องที่เจ้าตัวยืนยันนักหนาว่าเขาน่ะตาสีฟ้า!!  เราคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลายเรื่อง เขาเป็นฝรั่งที่มีทัศนคติคล้ายคนเอเชียมากกว่าคนอื่นๆที่ฉันเคยได้คุย 
     เราใช้เวลาส่วนใหญ่ด้วยกัน มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ได้ใช้เวลาสั้นๆ เพียงสองเดือน ที่จะอยู่ด้วยกัน ถึงแม้ว่าช่วงหลัง เขาต้องไปสอนที่อื่น และฉันต้องไปเป็นล่ามให้ทีมอื่น แต่เรายังคุยเล่นกันในไลน์ ในแชทเฟส ฉันได้คุยกับเขาทุกวัน แม้จะไม่มาก แต่มันก็มากพอที่จะทำให้คนรู้สึกรัก มีความสุข
     ฉันค้นพบว่าตัวเองรู้สึกรักผู้ชายแปลกหน้าคนนี้หลังจากผ่านไปได้อาทิตย์นึง หลังจากที่เราเจอกันครั้งแรก จริงๆความหวั่นไหวมันเริ่มต้นจากการถูกเขาจ้องตาที่ร้านข้าวมันไก่แล้ว..มันทำให้ฉันรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าผู้ชายที่มีดวงตาสีเทานั้น มีเสน่ห์มากแค่ไหน(ถึงจริงๆจะเป็นสีฟ้าก็เถอะ)
    มันเป็นเรื่องราวที่สร้างความหวานและความเศร้า เพราะฉันค่อนข้างมั่นใจว่าเรื่องของฉันกับเขามันเป็นไปไม่ได้ ตั้งแต่เริ่มรู้ความรู้สึกตัวเอง ฉันรู้ทันทีว่าฉันต้องผิดหวัง บอกไม่ถูกนะว่าทำไม แต่ฉันรู้ว่าฉันยังไม่ใช่ 'คนนั้น' ของเขา เหมือนที่เขาก็รู้ว่าเขาไม่ใช่ 'คนนั้น' ของฉันเช่นกัน
    ฉันเลือกที่จะรัก และแสดงออกแบบเนียนๆ(เนียนแบบไหนไม่รู้ แต่เพื่อนเขารู้) แต่อาจเป็นเพราะเขาเป็นผู้ชายที่ฉันคุยด้วยได้มากที่สุด 
    ความสุขของคนคุยไม่เก่ง และชวนคุยไม่เก่ง คือการเจอใครสักคนที่มาชวนคุย รับฟัง และที่สำคัญ เขาสามารถต่อบทสนทนาที่ชอบจบลงแบบดื้อๆของฉัน(ที่ฉันไม่ได้ตั้งใจ)ได้ หน้าที่หลักของคนคุยไม่เก่งคือการเป็นผู้ฟัง แต่เขาไม่ยอมให้ฉันฟังฝ่ายเดียว และเมื่อเขาเห็นฉันเงียบท่ามกลางบทสนทนา เขาคือคนเดียวที่พาฉันเข้าไปในบทสนทนาได้อีกครั้งโดยไม่เก้อเขิน 
    ความใส่ใจ รับฟัง และเป็นเพื่อน มันคือสิ่งที่สุภาพบุรุษควรมี เขามีทุกข้อ ความทะเล้น ขี้แกล้งของเขา ก็ทำให้ฉันนึกได้ ว่าผู้ชายคนนี้ก็เพิ่งอายุเท่าเรา มุมเอาจริงเอาจังกับแว่นทรงคุณปู่ของเขา มันติดตาฉันมาก
     เพราะสิ่งที่เขาทำกับฉัน มันอยู่ภายในขอบเขตของความเป็นเพื่อน มันเลยทำให้ฉันทำใจตลอดว่าความรักของฉัน คงไม่มีทางได้ความรักกลับมา..แต่เพราะเขาคือคนพิเศษ ที่ฉันอยากจะให้ความรัก ความหวังดีแก่เขา ฉันจึงได้แต่รักเขาอย่างเงียบๆ
     ความรู้สึกลึกซึ้ง ที่มีมากจนไม่น่าเชื่อว่าเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน มันทำให้ฉันทำอะไรบ้าบิ่นที่สุดในชีวิต ฉันทำสมุดความทรงจำ ที่ฉันมีต่อเขา รูปถ่ายที่มีเขา ทั้งที่ถ่ายด้วยกันหรือแอบถ่าย ก็มีทั้งหมด เขียนด้วยภาษาอังกฤษมึนๆ เขียนไปเปิดดิกไป ไม่น่าเชื่อว่าเขียนได้เลย 20 หน้า ฉันให้เขาพร้อมของขวัญวันเกิดชิ้นอื่น
     ฉันให้เขาคืนวันเสาร์ ตีหนึ่งที่อีกไม่กี่ชั่วโมงก็วันอาทิตย์ ฉันไม่คิดเลยว่า เขาจะอ่านสมุดเล่มนั้นของฉันจนถึงตีสาม พอคืนวันอาทิตย์ที่ฉันเจอเขาเป็นครั้งสุดท้าย..ก่อนกลับบ้านเขา เขาบอกว่าเขาอ่านแล้ว?!   ความภาคภูมิใจในการใช้เวลาเป็นเดือนในการทำหมดไปในสองชั่วโมง
    ฉันคิดแค่ว่า ถ้าเขาอ่านตอนกลับไปแล้วก็คงดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องรู้เลยว่าฉันรักเขา เขาเป็นคนตรงไปตรงมาจนน่าจับปิดปาก เวลาครึ่งชั่วโมงสุดท้าย ระหว่างทางไปบีทีเอสศาลาแดง เขาทำให้ฉันหัวเราะทั้งน้ำตา ฉันร้องไห้ และฉันหัวเราะ ฉันรู้ดีว่าที่ฉันร้องไห้ เพราะไม่อยากเสียผู้ชายคนนี้ไป แต่สิ่งที่ฉันทำ คือการพยายามเข้มแข็ง ยิ้มให้เขาเห็นว่าฉันไม่เป็นไร จริงๆสมุดเล่มนั้นมันบอกทุกอย่าง ฉันไม่ต้องพูดอะไรมากกว่านั้น..
    พอเขากลับไป ความเป็นเพื่อนที่เคยตกลงกันก็จางหายไป ด้วยเพราะคนหาเรื่องคุยไม่เป็นอย่างฉันเริ่มเหนื่อยกับการชวนคุยอยู่ฝ่ายเดียว ฉันจึงหยุด.
ถ้าเราสนใจใครจริงๆ ต่อให้ไม่มีเวลาว่าง เราก็จะหาเวลาว่าง แค่เพียงเพราะเวลาน้อยนิดที่จะได้คุยกับเขา
 ฉันรู้ว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ ผู้ชายใจดีคนนั้นกลายเป็นเพียงความทรงจำ กับสิ่งที่ย้ำเตือนฉันว่า หัวใจที่เคยคิดว่าด้านชากับความรักไปแล้ว มันยังกลับมาทำหน้าที่ของมันได้ 
    ขอบคุณนะสำหรับช่วงเวลาดีๆ ความทรงจำที่มีค่า มิตรภาพ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ ขอบคุณที่เคยมีโอกาสได้เป็นครูสอนภาษาไทยให้นักเรียนโข่งคนนึง

 
You will see your permanent one day 
 เพราะคุณรู้ว่าคุณไม่ใช่ คุณถึงพูดแบบนั้น..
ขอบคุณนะ ที่ไม่ให้ความหวังฉัน.


ที่ฉันบอกว่าฉันไม่รักคุณแล้ว..จริงๆแล้ว ฉันโกหก.
ที่ฉันเงียบหายไป เพราะฉันพยายามจะลืมคุณ
ที่ฉันได้แต่คิดถึง เพราะฉันรู้ว่าความคิด มันจะไม่มีทางถึง ฉันได้แแต่คิดถึงคุณ โดยที่ฉันจะไม่มีทางให้คุณรู้.


Dear Thomas,
   I think you will not read this article because you can't read Thai. I never forget you even my heart hurt.. My love is you I'm glad to tell you that my love will be yours just before I found my permanent. Maybe just this time the time that I missing you.
    If I can talk with you as your friend..I will talk to you again .
    Thanks for go into my life even a very short time :) you are always my friend.
SHARE

Comments