One Pen to Rule Them All
ในกระเป๋าสะพายผมมีสิ่งของที่ขาดไม่ได้อยู่สามอย่าง หนึ่งโทรศัพท์ สองสมุดบันทึก และสามคือปากกา

สองอย่างแรกนั้นผมคิดว่าได้เจอคำตอบที่ลงตัวแล้ว แต่อย่างที่สามนี้สิค้นหามาไม่รู้ตั้งกี่ปีก็เหมือนยังไม่เจออันที่ใช่ ยังไม่มีปากกาแท่งไหนที่อยากตกลงปลงใจใช้เขียนไปทั้งชีวิตซะที ฟังดูเกินจริงไปหน่อยแต่นิสัยผมเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้ารักแล้วก็รักเลย น้อยครั้งที่มีการเปลี่ยนใจจากกัน

ขอย้อนความไปหน่อยว่าทำไมผมถึงเป็นคนติดปากกามากขนาดนี้ ตอนที่ผมสอบเลื่อนชั้นขึ้นมัธยมหนึ่งได้อยู่ห้องคิงส์สายวิทย์-คณิตฯ เตี่ยบอกว่าจะซื้อของขวัญให้ชิ้นหนึ่งเพื่อเป็นรางวัล ด้วยความที่เตี่ยเป็นนักธุรกิจและชอบมีปากกาเหน็บติดหน้าอกอยู่เสมอเพื่อเอาไว้เซ็นเอกสารต่างๆ ผมเห็นแล้วมันเท่ไม่หยอกเลยที่มีปากกาสวยๆเหน็บกระเป๋าหน้าอกเสื้อ เด็กหนุ่มคนนั้นขอปากกา parker แท่งหนึ่งและเขาก็ได้มันมาครอบครอง...แม้เพียงไม่นานก็ตาม

ปากกาแท่งสีเงินกลายเป็นสมบัติล้ำค่าของเด็กชายวัยสิบสาม จำได้ว่ามันทั้งสวยและเขียนลื่น แต่ด้วยความเป็นเด็กมีความประมาทเลินเล่อ บ่ายวันหนึ่งผมรีบออกไปทานข้าวกลางวัน ลืมเสียบมันไว้ในกระเป๋าเสื้อ รู้ตัวอีกทีคืออยู่ที่โรงอาหารของโรงเรียน ส่วนปากกาถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะในห้องเรียน อย่างน้อยก็ตอนสุดท้ายที่ผมเห็นมันนั้นแหละ

ใช่ครับ เมื่อกลับมาจากทานข้าว ปากกาแท่งนั้นได้ระเหยหายกลายเป็นมวลอากาศ จับมือใครดมก็ไม่เหม็น ถามใครก็บอกไม่รู้ ผมเสียใจถึงขั้นกลับบ้านมาร้องไห้ หลังจากนั้นมากลายเป็นคนหวงปากกามากถึงขั้นวิกฤติ ไม่ค่อยให้ใครยืม แต่ถ้าให้ยืมผมก็จะรีบทวงคืนมาให้เร็วที่สุด เป็นปมฝังใจที่แปลกประหลาด แต่มันก็ทำให้ผมกลายเป็นคนที่ดูแลปากกาตัวเองได้ดี แท่งไหนโปรดไม่มีทางหายไปจากสายตาได้

อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยเสริมโรคติดปากกาของผมคือนิสัยขี้ลืม ซึ่งผมค้นพบแล้วว่ามันไม่มีทางแก้ให้หายขาด กินใบแป๊ะก๋วยอัดเม็ดมาหลายกระปุกก็ไม่ได้ช่วยให้สมองส่วนบันทึกความทรงจำนั้นทำงานดีขึ้น สมุดบันทึกและปากกาเท่านั้นที่มาเป็นยารักษาโรคชั้นดี เพราะฉะนั้นในสมุดผมมักมีรายการสิ่งที่ต้องทำ ของที่ต้องซื้อ บันทึกประจำวัน ภาพวาดห่วยๆ คำคม อะไรต่างๆนานามั่วซั่วไปหมด

มีปากกาญี่ห้อหนึ่งที่ผมใช้อยู่เป็นประจำตอนเรียนมัธยมปลายคือตราม้า ซึ่งจะว่าไปทั้งราคาถูกและเขียนลื่นมาก ทุกวันนี้ก็ยังมีเสียบไว้ในกระปุกปากกาบนโต๊ะทำงาน แต่น้ำหนักค่อนข้างเบาทำให้จับไม่ค่อยถนัดมือ พอเข้ามหาวิทยาลัยกลับไปหลงรักปากกาหัวเจลสัญชาติญี่ปุ่น Uniball Signo Standard หัวขนาด 0.38 โอ๊ยยยย ตอนแรกที่เจอ ตกหลุมรักเลยนะ ขนาดเส้นเอย ความคมชัด ความลื่น มันใช่ มันจี๊ด มันโดน ใช้มาจนจบปริญญาตรี แล้วก็ไปเจอปากกา Muji แบบด้ามหกเหลี่ยมเข้าให้ หัว 0.4 มันใช่ยิ่งกว่า เปลี่ยนใจมาโดนมูจิอีกพักใหญ่ ซื้อมาเก็บไว้ (ตอนนี้ก็ยังใช้อยู่เป็นประจำแม้จะไม่ตลอดเวลา)

ยังรู้สึกไม่พอใจนะ หลังจากเริ่มทำงาน พอมีเงินเก็บบ้างก็อยากลองของที่ราคาสูงขึ้นมาอีกนิด ออมเงินเดือนมาซื้อปากกา Montblanc Meisterstuck Classic ตัวจับเป็นเรซินหัวเป็น Rollerball ขนาด 0.7 ซึ่งลื่นไหม? ลื่นครับ ลื่นหัวแทบแตก แต่หมึกเส้นไม่เข้ม เอาไว้เซ็นเอกสารอะไรพวกนี้ผมชอบนะแต่กลายเป็นว่าเวลาเอามาจดบันทึกมันกลับไม่แน่นพอ เรื่องมากอีก

วกกลับมาใหม่ เมื่อของแพงไม่ตอบโจทย์ ลองไปหาช่วงกลางๆปากกาเยอรมันดูบ้าง เห็นใครเขาก็พูดถึง Lamy อยู่นั้นแหละ จัดไปซะหน่อยเป็นหัว fountain เฮ้ย...ตอนแรกไม่ถนัด ไม่เคยเขียนปากกาหัวแบบนี้ เชี้ยไปไม่ถูก จับยังไง ลงน้ำหนักไม่เป็น ดูดหมึกไม่เป็น ล้างท่อไม่ได้ เส้นขาดๆหายๆ ใช้เวลาปรับตัวอยู่นานโข จนลงเอยกับขนาดหัวไซส์ F ซึ่งก็คือประมาณ 0.5 เขียนได้ดีแต่สีหมึกของ Lamy ยังไม่โดน ก็ไปนั่งหารีวิวหมึกปากกาที่เป็นขวดตามเว็บไซต์ต่างๆอยู่สักพัก จนมาเจอหมึกแบบกันน้ำของญี่ปุ่นชื่อ Sailor Kiwa-Guro Nano Black ซึ่งหมึกเข้มดำทมิฬได้ใจมาก ใช้จดใช้วาดใช้เขียนดีสุดๆ ทั้งลื่นทั้งเข้มเส้นสวย เสียอยู่อย่างเดียวเซ็นเอกสารไม่ได้เพราะไม่สามารถออกแรงกดหัวแบบ fountain แบบนี้ได้ เฮ้ออ...

มาถึงตอนนี้ในกระเป๋าผมมีปากกาอยู่สามแท่ง หนึ่งคือ Muji สองคือ Lamy และสามคือ Montblanc แต่ละด้ามก็ใช้งานกันในแต่ละแบบ ยังไม่มีแท่งไหนที่ผมรู้สึกว่ามันใช่ในทุกๆสิ่ง หรือมันไม่มีอยู่จริงปากกาครอบจักรวาลแบบนั้น ผมเริ่มตั้งคำถาม

วันก่อนผมไปเจอรีวิวเลนส์กล้องตัวหนึ่งของค่ายกล้องชื่อดัง บริษัทเครมว่าเลนส์เดียวใช้เที่ยวได้ทั่วโลก ซื้อแล้วคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ พอเขาพูดแบบนี้ผมก็อดไม่ได้ที่จะกดเข้าไปอ่านความคิดเห็นของผู้รีวิวว่ามันดีอย่างนั้นจริงๆนะเหรอ เขาบอกว่าจริงอยู่ว่ามันเป็นเลนส์ที่คุณภาพดีมาก สร้างมาจากวัสดุชั้นเยี่ยม ภาพถ่ายออกมาสวย ช่วงซูมที่ครอบคลุมช่วงกว้างและยาวได้เยอะ แต่พอเอาไปใช้งานจริงๆกลับรู้สึกว่ามันให้ระยะชัดลึก (depth of field) ที่ไม่มากพอ โบเก้ยังไม่นุ่มนวล คือมันใช้ถ่ายได้แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเลิศเลออย่างที่บริษัทพยายามกล่าวอ้าง สุดท้ายเขาต้องส่งเลนส์คืนร้านเพราะมันพยายามเป็นทุกอย่างมากเกินไป แต่กลับทำทุกอย่างได้ครึ่งๆกลางๆ

ย้อนกลับมาคิดถึงปากกาทั้งสามด้ามของตัวเองอีกครั้ง ทุกอย่างย่อมมีข้อดีและข้อด้อย มีบิดเบี้ยวและจุดตำหนิที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองกันทั้งนั้น ไม่มีหรอกความเพอร์เฟคไร้ที่ติ ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างเลนส์กล้องที่มีช่วงซูมที่กว้างก็ต้องยอมทิ้งคุณสมบัติบางอย่างไว้ข้างหลังเช่นระยะชัดลึก ปากกาที่สามารถตอบโจทย์ทุกอย่างในชีวิตในเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ไม่ใช่แค่สิ่งของที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพียงเท่านั้นที่ต้องมีตำหนิ รวมถึงสิ่งของตามธรรมชาติอย่างโลกที่ดูกลมดิ๊กของเราใบนี้ยังไม่กลมซะทีเดียว ใบไม้มีบิดเบี้ยวรูแหว่ง ต้นไม้โค้งงอตามแรงลมไม่ได้เติบโตเป็นเส้นตรง ตัวมนุษยย์เองด้วยเหมือนกันที่มีไม่มีใครเป็นได้ทุกอย่าง บางคนเรียนเก่งเป็นหมอรักษาคนให้รอดตายบนเตียงผ่าตัด แต่พอรถเสียเปิดกระโปรงรถมาดูกลับไปไม่ถูกว่าต้องเริ่มไล่ดูจากตรงไหน บางคนเป็นนักธุรกิจพันล้านที่ดูแลบริษัทเลี้ยงพนักงานหลายพันชีวิต แต่ขณะเดียวกันเขาคงไม่มีความสามารถในการปลูกข้าวทำนาเยี่ยงชาวนาตามบ้านนอก เราถูกสร้างมาในแบบของตนเอง บางคนปากกา Montblanc บางคนเป็น Muji บางคนเป็น Lamy เป็นในสิ่งที่เราเก่ง เป็นในสิ่งที่เราถนัด

ผมคงไม่มีวันเจอปากกาแท่งนั้น แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก ที่จริงผมอาจต้องคิดย้อนกลับไปไกลกว่านั้นอีกว่าคุณค่าของปากกาไม่ได้อยู่ที่ในตัวของมันแต่มาจากความคิดและสมองของผู้ใช้ สุดท้ายก็คล้ายกับที่เขาพูดว่าแมวถ้าจับหนูได้ก็ถือว่าเป็นแมวชั้นเยี่ยมไม่ว่าจะสายพันธุ์ไหนสีอะไร ปากกาถ้ามันเขียนได้ดีก็ถือว่าเป็นเพียงปากกาที่มีประโยชน์แล้วตามที่มันควรจะเป็น
SHARE
Written in this book
D-Day
ผมยังเป็นเด็กโง่คนหนึ่งเท่านั้น...
Writer
sopons
writer
ผมมีความสุขกับการอ่านหนังสือ ชอบเดินทางไปในที่ใหม่ๆ เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง พบเจอเรียนรู้ผู้คน รักการถ่ายรูปและธรรมชาติ มีความสุขทุกครั้งที่ได้นั่งมองเหม่อดูเมฆเคลื่อนตัวบนท้องฟ้า นอนบนทุ่งหญ้าแล้วดมกลิ่นดินที่ลอยคลุ้ง รักและมีความสุขกับการได้คลุกตัวอยู่กับการเขียนหนังสือ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนและพร้อมรับฟังความคิดเห็นเสมอครับ - โสภณ ​ศุภมั่งมี ผลงานหนังสือ : The Nerd of Microsoft, คิดสุดปลายเท้า, สวิสที่ฝัน ในวันที่ตื่น, คิวชู | ภูเขา | เงาจันทร์ | blog : aftertomorrow.co | fb/tw/ig : sopons | Columnist : The Matter, the101.world, GQ Thailand, Don't Magazine | Writer : สนพ. Salmon | Work Contact : 0891919698

Comments

Deux
4 years ago
ไม่ชอบหัวแหลม เขียนไปๆ กระดาษขาดตลอด
Reply
sopons
4 years ago
เอะ...ยังไง
Deux
4 years ago
กระดาษไม่ขาด อย่างอื่นขาด!
sopons
4 years ago
เย้ยยยยยยย
July_Moon
4 years ago
เค้าเป็นพวกชอบเขียนอะไรด้วยปากกาสีๆ ลองมาแล้วหลายรุ่น หลายยี่ห้อ ไล่ตั้งแต่สเตทเลอร์ สตาบิโล เฟเบอร์คาสเทล มายคัลเลอร์ มีเยอะจนกระเป๋าใส่ดินสอไซส์ค่อนข้างใหญ่ใส่ไม่พอ
จะเคืองมากหากใครหยิบไปใช้แล้วไม่คืน ไม่ติดชื่อแต่จำได้ ไม่เคยใช้แล้วหัวแตกสักครั้ง เอาไว้เวลาจดโน้ตตอนเรียน มีความสุขมาก สุขจนอาจารย์เปิดสมุดดูแล้วหัวเราะกับสีชวนตาลาย 
ปัจจุบันยังมีครบ ถ้าเป็นงานช่วยจำนี่ต้องปากกาสีจริงๆ (คิดเอาเอง) 555+
Reply
sopons
4 years ago
มันเป็นความคลั่งไคล้อย่างหนึ่งเลยนะ เห็นหลายคนแบบใช้ปากกาสีๆทำ mind map โอ้วแม่เจ้า สวยงามแถมเป็นระเบียบชวนมอง คือรู้สึกว่าขนาดไม่ได้อ่านยังรู้สึกว่าดูแล้วฉลาดขึ้นทันที
July_Moon
4 years ago
ยิ่งมีสีไล่โทนกันเป็นอารมณ์ที่แบบ... มันใช่เลย นี่คือความสุข นั่งทำได้ทั้งคืนก่อนสอบ ตอนเก็งข้อสอบส่งให้เพื่อน ตาลายกันเป็นแถว แฮ่...
sopons
4 years ago
555555 สมุดวิชาศิลปะทันที
Bewbundanjai
4 years ago
^^ 🤗👍👍
Reply
Ppdd44
4 years ago
คิดดีมากๆค่ะ
Reply
eenie
3 years ago
จริงค่าาา ติดมากก เพื่อนห้ามยืมห้ามหยิบ ไม่งั้นมีเคือง ติดนิสัยแบบนี้ไม่หายเลย 
Reply