ยิ้มให้ผู้คนจากดินแดนแสนไกลในที่สูง
ในตอนนั้น ผมกำลังจะออกจากบริเวณพระธาตุดอยสุเทพ
หลังจากเดินเยี่ยมจนไม่รู้ว่าจะมีอะไรน่าสนใจให้ถ่ายมากไปกว่านี้ 

ขณะที่กำลังเดินออกจากซุ้มประตูก็สวนกับทัวร์กลุ่มใหญ่กลุ่มใหม่ 
“ทัวร์จีนอีกแล้ว” ผมคิดในใจ 
ในขณะที่รอบกายยังเซ็งแซ่ไปด้วยเสียงระงมจากบรรดานักท่องเที่ยว

แต่เดี๋ยวนะ กลุ่มทัวร์คณะนี้แตกต่างออกไป

หากนี่เป็นทัวร์จีนเหมือนทัวร์อื่นๆก็คงไม่สะดุดตา แต่นี่ไม่ใช่ เสื้อสำหรับสตรีที่ใส่ออกแบบมาคล้ายๆกัน ผมเผ้าพะรุงพะรัง แต่ถูกรวบเก็บปลายรวมกันไว้อย่างเรียบร้อย และความเงียบสงบอันเกิดจากทัวร์กลุ่มนี้ทำให้ผมอดใจไม่ไหว จนต้องแอบเดินตามหลังกลุ่มของพวกเขาอยู่เงียบๆและแอบลั่นชัตตอร์ตามเป็นระยะๆ 

ชาวมองโกเลียหรือ? หรือชาวทิเบต? หรือจริงๆแล้วอาจจะแค่กลุ่มม้งบนดอยที่ลงมาไหว้พระเท่านั้น? วินาทีนั้นผมลังเลระหว่างสามเผ่านี้ แต่ที่แน่ๆ นี่ไม่ใช่ทัวร์จากจีนแผ่นดินใหญ่อย่างที่ผมเคยพบเห็น ลูกทัวร์เดินแถวเป็นเส้นตรง จะมีเกาะกลุ่มบ้างก็คนสองคน แต่ไม่มีเสียงดังโวยวายอะไร เดินไปชมไปในขณะที่สองมือพนมไว้กลางหน้าอก

เท่าที่สังเกต ผู้หญิงแทบทุกคนในมือจะถือสร้อยซึ่งถูกร้อยด้วยลูกปัดทรงกลม ซึ่งขนาดของเม็ดจะเล็กกว่าเส้นที่สวมอยู่ในคอ หมุนวนไปเรื่อยๆตามการเขยื้อนของช่องนิ้ว บางคนจะมีคล้ายๆกับระฆังเล็กๆถือไว้และคอยส่งเสียงกรุ้งกริ้งเบาๆ ส่วนผู้ชายในกลุ่มดูจะสนอกสนใจกับสิ่งก่อสร้างเบื้องหน้าและหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพบ้างนานๆที

สิ้นสุดการนำเสนอของไกด์ จังหวะที่ปล่อยให้คนในทัวร์แยกย้ายไปถ่ายภาพ 
ผมคิดว่าอย่างไรก็ต้องรู้ให้ได้ ว่าคนกลุ่มนี้มาจากไหน 
โชคดีที่ไกด์เป็นคนไทย

"ทิเบต มาจากทิเบต คนพวกนี้สื่อสารยากหน่อย" นั่นอย่างไร ไม่ไกลจากที่คิดไว้
“ทำไมนะครับ?”
“ต้องพูดช้ากว่าเดิม เราพูดเร็วไปบางทีเขาไม่เข้าใจ”
 
ถึงผมเองจะไม่เข้าใจว่าทำไมว่าต้องพูดช้า แต่ภาพของชาวทิเบตในดินแดนหลังคาโลกก็คงพอจะเดาเหตุได้ มากไปกว่านั้น พอได้รู้ว่ากลุ่มนี้คือชาวทิเบต ผมยิ่งตื่นเต้นไปใหญ่
 
เพราะทิเบตคือหนึ่งในจุดหมายที่ผมต้องไปเยือนให้ได้ซักครั้งหนึ่งในชีวิต
เคยได้ยินถึงเรื่องประเภณี พิธีกรรม และความเชื่อจากทีวีและภาพยนต์จนอยากไปให้ด้วยตา 

แต่ไม่นึกว่าวันนี้จะเจอชาวทิเบตในระยะใกล้ๆ
 
ถึงแม้ว่าช่วงหลังผมจะเริ่มอ่อนข้อให้ความแข็งกระด้างในใจ และยอมเปิดรับการมีอยู่ของศาสนา ศึกษาเท่าที่สนใจ แต่ดูเหมือนว่าไอ้สิ่งที่ผมศรัทธากับสิ่งที่พวกเขาแสดงออกมาก็บอกระดับความห่างชั้นกันได้โดยไม่ต้องเอ่ยปาก
 
ผมเลยชวนไกด์คุยไปเรื่อยๆได้ความว่าคณะทัวร์ทิเบต จะมาก่อนช่วงหยุดยาวของชาวจีนเดือนหน้า ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มชาวบ้านที่มาด้วยกัน และหลักๆคือต้องการเดินทางเพื่อเข้าวัดและศึกษาหลักธรรมแบบไทยๆ
 
ทำไมเขาต้องเดินทางไกลเพื่อแสวงหาบางสิ่ง ทั้งๆที่ในประเทศเขาเองก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีศาสนาเป็นจุดขายอันดับต้นๆ
 
“พวกเขาหาเงินได้เยอะมากเลยนะ แต่น่าสงสารตรงที่เขาไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร เนี่ย แค่ไอ้ตัวที่คล้ายๆวัว ไอ้ที่มีขนเยอะๆ นั่นก็ขายได้ตัวละ 5-6หมื่น ยังไม่รวมขนจากตัวนั้นที่ขายได้ทีนึงหลายบาทเหมือนกัน เห็นสร้อยที่เขาใช้กันมั้ย เห็นอย่างนั้นนี่แพงนะ นั่นก็ทำจากหินที่มีในแถวบ้านเค้าเท่านั้น”
 
ประโยคนี่ทำให้ผมนึกถึงแม่ แม่ผู้ที่มีเนปาลและทิเบตเป็นหนึ่งในความฝันเช่นกัน แต่ด้วยเรื่องสุขภาพกายและอายุที่มากขึ้นทุกปีทำให้ความฝันนั้นคล้ายจะจางลง แต่ยังคงทำงานต่อไป หาเงินเท่าที่ได้ โดยที่ไม่รู้จะเอาไปใช้อะไรแบบพวกเขาเหล่านั้น แต่เปล่า ผมหมายถึงทุกวันนี้แม่มีสิ่งที่ต้องการพร้อมทุกอย่างแล้ว จะเหลือก็เพียงแค่หาเงินไว้ให้ครอบครัว
 
บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่พวกเขามีวิถีชีวิตแบบนี้
 
ระหว่างที่ผมเดินตามไกด์ไปเรื่อย ๆ บางคนเห็นผมกำลังถ่ายภาพก็ก็ยิ้มให้ ผมยิ้มตอบและยกมือไหว้ เป็นการไหว้ให้รอยยิ้มเหล่านั้น รอยยิ้มที่อบอุ่นและสัมผัสได้ด้วยใจ เป็นรอยยิ้มบนใบหน้าแต่งตึงแต่ถูกกาลเวลาขีดไว้เป็นรอยริ้ว
 
“พวกเขาส่วนใหญ่ขอพรอะไรกันครับ” ผมถามไกด์ 
“ไม่รู้เหมือนกันแฮะ น่าจะเหมือนๆพวกเรามั้ง ให้ผมถามให้มั้ย”
 
ผมปฏิเสธไป คิดว่าเพียงเท่านี้ก็รบกวนพวกเขามากแล้ว ขอยืนดูอยู่แบบนี้ดีกว่า
 
ก่อนหน้าที่จะมาถึงเชียงใหม่ สุภาพสตรีสาวชุดขาวชาวออสเตเรียบอกกับผมว่าที่เขาตั้งใจจะมาเชียงใหม่ในครั้งนี้เพื่อเรียนรู้วิถีแห่งการทำสมาธิ ทำไมต้องที่นี่? ผมไม่เข้าใจ เขาบอกว่าที่นี่มีวัดแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมากในด้านนี้ และธรรมชาติก็เอื้ออำนวยในการปฏิบัติ
 
จริง ๆแล้วอาจจะไม่จำเป็นต้องเกี่ยวเนื่องกับสถานที่เท่าไร หากที่ไหนอยู่แล้วดีกับใจ ไม่ว่าที่ไหนก็คงเป็นที่ของเรา
 
ผมเดินหันหลังกลับไป สองมือที่พนมไว้ของพวกเขายังไม่คลายออก

ลมพัดแรงจนได้เยินเสียงฟุ้วๆเสียดอากาศ เมฆดำลอยต่ำอยู่เบื้องหน้าในระดับเหนือสายตาไม่มากเท่าไร

ผมเดินออกจากสถานที่แห่งนั้นไป บันไดพญานาคทอดยาวลงสู่เบื้องล่างคล้ายจะบอกว่าต่อให้ขึ้นไปที่สูงเพียงไหล สุดท้ายก็ต้องกลับลงมาสู้ผืนดินเบื้องล่าง คงคล้ายกับการเดินขึ้นลงในแต่ละวันของนักท่องเที่ยว มาไหว้พระ มาชมความงาม มาเพื่อชุบหัวใจ และกลับไปใช้ชีวิตในสถานที่ของตนเอง

“พวกเขากำลังขอพรอะไร...” 
สันติภาพ สุขภาพ เงินทอง คนรัก

แม้คำถามนี้จะยังเป็นหนึ่งในคำถามที่ผมอยากรู้
แต่ยังไม่ไม่จำเป็นต้องทราบคำตอบตอนนี้ก็ได้
 
วันหนึ่งแหละ ผมคิดไว้แล้วว่าต้องได้เดินทางไป
ไปในดินแดนของพวกเขาเหล่านั้น
ดินแดนมหัศจรรย์ที่นักเดินทางต่างหลงรัก
 
และหาคำตอบนั้นให้ตัวเอง
SHARE
Writer
khaikung
storylog reader
เป็นคนธรรมดาที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ IG : khaikung_journey , Ask.fm : @khaikung

Comments

Ohmsiri
4 years ago
เนื้อหากับภาพประกอบได้อารมณ์มากครับ :)
Reply
khaikung
4 years ago
เย้ ขอบคุณมากครับที่อ่าน :)
lalajinx
4 years ago
สุขภาพ . . . มั้ง
Reply
khaikung
4 years ago
ขอให้ตัวเองหรือคนอื่นนะ 
anagarika
4 years ago
เป็นบันทึกการเดินทางด้านในที่น่าสนใจมากครับ ปกติได้ยินข่าวแต่คนหลั่งไหลไปทิเบต แต่บทความนี้เขียนถึงคนทิเบตมาศึกษาพระพุทธศาสนาที่ไทย ในเชียงใหม่ 
Reply
khaikung
4 years ago
ใช่ครับ เพิ่งเคยพบใกล้ๆก็ตอนนี้เอง 
nicecii
4 years ago
ขอพรอะไร? ;D
Reply
khaikung
4 years ago
ขอให้ Have a nice day :)
sopons
4 years ago
เสียดายไม่ได้เจอกัน
Reply
khaikung
4 years ago
คราวหน้าฮะ เจอกันๆ :)