คุกสวรรค์


     หลังจากที่ได้นั่งคิดแล้วคิดอีกเพียงเพื่อหาชื่อเรื่องที่จะเหมาะแก่เรื่องสั้นจากประสบการณ์ตรงมันก็คงหนีไม่พ้นชื่อนี้  สิ่งที่ผมพยายามจะสื่ออยู่นั่นก็คือการใช้ชีวิตของคนกลุ่มๆหนึ่ง ที่ตัวผมก็พึ่งเคยได้ลิ้มลองสัมผัสชีวิตแบบนี้อย่างลึกซึ้งเป็นครั้งแรก มันน่าสนใจยิ่งนักเพราะมันไม่ได้มีการผ่อนคลายหรือได้ใช้ชีวิตในสิ่งที่ตัวเองรัก หรือไม่มีโอกาสปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกไปตามความสุขหรือความฝันสายลมและเสียงเพลง มันจึงไม่ใช่การใช้ชีวิตแบบที่หลายคนเข้าใจเพราะกลุ่มคนที่ผมจะกล่าวถึงนั่นคือ พระภิกษุสงฆ์. 
  แล้วมันแตกต่างกันอย่างไร? มันเป็นการใช้ชีวิตที่เหมือนคุณได้ข้ามเข้ามาสู่ดินแดนแห่งเวลา เพียงแต่วันเวลาในที่แห่งนี้มันช้าจนแทบจะหยุดนิ่ง อาจฟังดูเหมือนคำเปรียบเปรยแต่มันได้เป็นอย่างนั้นจริงๆทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ข้างนอกรั้ววัดกลายเป็นเพียงเบื้องหลัง เปรียบเหมือนภาพแบล็คกราวที่โดนเบลอจนเกือบจะมองไม่เห็น ชีวิตในวัดจะมีเพียงสติศีลสมาธิ ศาสดา ไปจนถึงนิพพาน ผมไม่ได้บอกว่าได้เข้าใจลึกซึ้งในพระธรรมหรือได้เจอหนทางหลุดพ้นแล้วแต่อย่างใด หากแต่ผมเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสบวช แม้จะเพียงไม่นานนักแต่การได้ห่มนุ่งจีวรมันได้สอนในสิ่งที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองถึงจะเข้าใจ.
 สวัสดีสติ...รู้สึกช่วงนี้เราเจอกันบ่อยขึ้น  
  มันมีความแปลกอยู่ในเรื่องนี้คือหลายๆท่านเคยคิดเหมือนกันไหมว่าพอเราพูดถึงคำว่า "คุก หรือ เรือนจำ" มันจะมีความหมายแง่ลบไปโดยปริยายแต่หากมองอีกแง่ มันเป็นสถานที่เอาไว้ขัดเกลากักขังลงโทษผู้ที่ผิดพลาดให้มีโอกาสแก้ตัว ไม่ว่าจะได้ออกมาหรือไม่ได้ออกมาใช้ชิวิตอีกครั้งก็ตามแต่ ใช่..ดังนั้นถ้าผมจะเรียกวัดว่าคุกสวรรค์ก็คงไม่ผิดอะไรเพราะที่แห่งนี้นั้นก็สามารถขัดเกลาหรือเป็นที่พึ่งให้เราไปสู่หนทางที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน
 ซึ่งมันก็เหมือนนรกสวรรค์นั่นแลแต่มันมาตั้งอยู่บนโลกเท่านั้นเอง แล้วทำไมไม่เรียกวัดไปเลยหละ ? ผมคิดว่าหลายคนคงมีคำถามอยู่ในหัว คำตอบของมันมีตัวแปลอยู่ครับ คุณเชื่อไหมหละว่าสิ่งที่ตรงข้ามกันอย่างสุดขั้วนี้มีบางอย่างที่เหมือนกันอย่างเหลือเชื่อ
ส่วนตัวผมคิดว่าคือ เวลา และ จุดยืน 
  เริ่มจากเวลาก่อน โดยหากทุกกาลเวลาที่ประสาทสัมผัสของเรายังคงมีอยู่ ทั้งอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดรวมไปถึงรสชาติแสงสีเสียง เราต่างมีตัวกระตุ้นสัมผัสให้รับรู้ได้อย่างรวดเร็วตลอดเวลาทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึก ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เวลาของเราไม่เคยเดินอย่างเสมอเท่ากันสักที 
คุณว่าอย่างนั้นไหม? 
   ในเย็นวันหนึ่งผมได้นั่งฟังประสบการณ์ของพระท่านที่บวชมาแล้ว 10 พรรษา นั่นบอกว่าถ้าคุณบวชเมื่ออายุ 20 ปี คุณจะเสียช่วงชีวิตไปช่วงหนึ่งเลยทีเดียว ไม่ได้มีเงินทอง ไม่ได้มีคนรัก ไม่ได้เดินทางตามฝัน ไม่ได้แม้จะแต่จะดูแลครอบครัวได้อย่างใกล้ชิดพอ ท่านเล่าว่ามีเหตุต้องสึกในปีพรรษาที่ 9           เพราะเหตุผลส่วนตัว จึงได้ออกมาเพชิญโลกอีกครั้ง โลกที่ถูกเวลาพาข้ามเส้นมาอย่างรวดเร็วทำให้ท่านทำอะไรไม่เป็นไปเสียหมด มันเหมือนเรียนรู้การใช้ชีวิตใหม่ เริ่มนับ 1 อีกครั้งในขณะที่ผู้คนภายนอกแข่งขันกันอย่างบ้าคลั่ง โลกภายในนั้นได้หยุดเดินอย่างสงบไม่ไหวติง
มันคือความเหมือนกันของ 
เรือนจำ กับ คุกสวรรค์
 ตอนนั้นเราคิดเพียงว่า หากตัวเรากลับไปใช้ชีวิตที่เวลาเดินรวดเร็วราวกับสายฟ้าผ่าแต่ตัวเราเป็นเพียงเสียงที่ตามมาทีหลัง มันไม่ใช่ที่ของเราอีกต่อไปแล้วเราเกิดมาเพื่อเป็น "ลูกพระพุทธเจ้า"      มาต่อที่จุดยืนกันเลย คำว่าจุดยืนในที่นี้ไม่ได้แปลว่ามีความเชื่อมันหรือจุดมุ่งหมายอันแรงกล้า แต่อย่างใด มันหมายถึงจุดที่ยืนอยู่นั้นไม่ใช่จุดที่ควรอยู่หรืออีกความหมายนึงคือ ไม่ใช่ที่ของคุณนั่นเอง แน่นอนว่าทุกๆสถานที่ต้องมีคนที่ไม่เหมาะสมกับมัน หรือไม่ควรจะมาอยู่เลยด้วยซ้ำแม้แต่ในเรือนจำ   คุณทราบไหมว่ามีผู้บริสุทธิ์ในสถานที่นี้เท่าไหร่กัน
มีผู้โดนใส่ร้ายและแพะรับบาปเท่าไหร่ 
และเอาอะไรมาวัดความดีความชั่วอย่างแท้จริง 
มันเป็นคำถามที่คำตอบนั้นอาจเห็นง่ายกว่า 
การปฏิบัติให้มันถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
   มันคือความจริงที่ว่าทุกสถานที่มีทั้งคนดีและไม่ดีผิดและไม่ผิด ไม่ต่างจากวัดที่สถานที่นี้ก็ยังหนีไม่พ้นที่จะมีมารศาสนาเข้ามาแทรกแซงกันอย่างที่เห็นเป็นข่าวถมเถไป  
      สิ่งที่ตรงข้ามกันราว นรก กับ สวรรค์ 
ขึ้นชื่อว่า เรือนจำ และ คุกสวรรค์แล้ว นั้นยังมีความเหมือนกันอย่างอย่างน่าใจหายเพียงแค่เพราะการเคลื่อนของเวลาและการกระทำแค่นั้นเอง 
  จึงคิดได้ว่าไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์สถานที่ไหนขอให้รู้ไว้ว่าตัวเราได้ทำให้มันดีอย่างถึงที่สุดแล้วและบางครั้งก็ปล่อยให้เวลาพาเราข้ามเส้นความยากลำบากไป มันก็ดีเหมือนกัน
  *  ดังนั้นสติจงอยู่กับตัวทำอะไรคิดให้ดีอย่างช้าๆ *
          (เก็บไว้บอกตัวผมเองเนี่ยแหละ ฮ่า) 
  ความช้า...มันฟังดูสบายดีจัง                                แต่หากมันไปอยู่กับคนที่ไม่ต้องการมันแล้วนั้น           ก็คงจะร้อนรุ่มน่าดู

                  คุณหละเคยได้สัมผัสคุกแบบไหนมา ?
                  ขอให้เป็นคุกที่ดี
               หรือทุกสถานที่คือคุก??     


SHARE
Writer
Drugdealer
Survivor
You told me

Comments

อ่านถึงที่ว่าพระท่านนั้นสึกออกมา ผมนึกถึงหนัง Samsara(2001)
Reply
Drugdealer
3 years ago
ต้องลองดูสะแล้วครับ