ที่ผ่านมาอีกครั้ง


โปรดจดจำเรื่องที่ผ่านมา

ในร้านกาแฟเงียบๆนี้ มีเธอเคาะปากกากับโต๊ะอย่างร้อนรน ไม่สิ กระวนกระวาย กับฉันที่นั่งทานเค้กกับกาแฟ

"เป็นอะไร" ฉันถาม

เธอยังคงเคาะปากกา และปล่อยให้งานเขียนของตัวเองยังคงว่างเปล่า ฉันขยับตัวไปนั่งเก้าอี้ข้างๆเธอ และถามเธออีกครั้ง

"เป็นอะไร"
"ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นพิเศษหรอก แค่..."

แล้วก็ปล่อยให้เสียงเคาะปากกากลืนกินทั้งพื้นที่นั้น ฉันได้แต่เฝ้ารอคำตอบของเธอ

"บางทีความรู้สึกมันก็เล่นตลกกับเรานะ"
"ทำไมล่ะ"
"ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งมีความรู้สึกดีๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกฝ่ายกลับไม่รู้สึกเหมือนกัน"
"ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ"
"ไม่รู้สิ เพราะความรักมันเหมือนสารเคมีมั้ง..
แบบที่ในสถานการณ์ที่คนสองคนใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเดียวกัน แต่ส่วนผสมของทั้งสองอาจจะต่างกันเกินไป สุดท้าย ผลิตภัณฑ์ที่ได้ออกมาเลยต่างกัน"

"ออกมาเป็นความรักกับความไม่รัก งี้เหรอ"

เธอนิ่งเงียบ แล้วก็พยักหน้าช้าๆ

"หรือบางทีอาจจะเป็นที่จังหวะเวลา ไม่รู้สิ ฉันไม่เชื่อในประโยคที่ว่าอะไรที่เป็นของเรา ยังไงก็จะเป็นของเราซะทีเดียวน่ะ"

"เหมือนอย่างมีขนมเค้กชิ้นนึงวางตรงนี้ แต่ถ้าเรากินมันช้าไป สุดท้ายมันก็เน่าก่อน หรือมีคนอื่นหยิบไปกินก่อน"

"เพราะจังหวะเวลาที่เหมาะสม คนสองคนถึงรักกันได้ ?" ฉันถาม
"ไม่เชิงหรอก ฉันว่ารักจะต้องใช้อะไรมากกว่านั้น แต่แค่การจะเริ่มให้ตกหลุมรักกันเนี่ย น่าจะต้องใช้โอกาสเหมาะๆ เวลาดีๆ อะไรอย่างนั้นมั้ง"
เสียงลูกค้าคนใหม่เดินเข้าร้าน ฉันลุกขึ้นไปต้อนรับ และเดินเครื่องทำกาแฟ ใช้เวลาไม่นานกลิ่นกาแฟก็กรุ่นไปทั่วทั้งร้านอีกครั้ง

ฉันเดินกลับมาที่โต๊ะของเธอ

มองภาพโบเก้ที่เธออัดออกมาเป็นรูปขนาด 4*6 วงกลมๆหลากสีนั่น ฉันจำได้ว่ามันเป็นตอนที่เราแอบปีนรั้วที่จอดรถไปดูวิวยอดตึกด้วยกัน ทั้งที่มันเป็นเพียงรูปกลมๆน่ะหรือ ? เพราะฉันเป็นคนถ่ายภาพนั้นเองด้วยมั้ง

"ภาพโบเก้เนี่ย สวยนะ"
จู่ๆเธอก็พูด หลังจากขีดๆเขียนๆอะไรลงไปบนกระดาษได้พักหนึ่ง
"นึกว่าเธอไม่ชอบ"
"ก็ทั้งชอบและไม่ชอบ
ส่วนหนึ่งก็เพราะว่ามันไม่ให้เกียรติสถานที่ที่เธอไปถ่ายเลย ดูสิ เบลอไปหมด จะให้มองอะไรกัน"
ฉันได้แต่ยิ้มกับคำตำหนิของเธอ นั่นแปลว่าเธอคงจะอารมณ์ดีขึ้นแล้ว



"แต่มันก็สวยดี 
.
ชอบ"


"ทำไมพอชอบแล้วเหตุผลน้อยจังเลยล่ะ"

เธอเงยหน้าขึ้นมองฉัน ดวงตาเรียวสีดำนั้นดูครุ่นคิด หรือเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นก็ไม่อาจทราบ


"ไม่รู้สิ เวลาชอบอะไรสักอย่าง บางทีมันก็ไม่ต้องการเหตุผลมารองรับนักหรอก"
"เหรอ แปลกดีนะ แต่พอไม่ชอบกลับต้องมาหาเหตุผลให้กันเนี่ยนะ"

เธอยิ้มหม่น ฉันคงพูดอะไรไม่ถูกใจเธออีกแล้ว

"อีกอย่างหนึ่งที่ฉันไม่ชอบ คือ ฉันไม่รู้ว่าเธอโฟกัสอะไร สิ่งไหนกันแน่ที่เธออยากจะเก็บไว้ในมันชัดเจนในความทรงจำของเธอ ภาพโบเก้ไม่ได้ตอบฉันตรงนั้น"

"เก็บอารมณ์ไง ความรู้สึกตอนนั้น บางทีมันก็ชัดเจนกว่า เมื่อเราไม่ได้ใช้ตาจดจำนะ"


"แต่มันจะไม่ชัดเจนเลยนะ"


ตอนนั้นฉันได้ยินเพียงเสียงลมพัดกระทบกระดิ่งลมที่แขวนไว้นอกร้านเบาๆ


"ภาพบางภาพมันจะไม่สวยน่ะ ถ้าชัด"
เหมือนกับที่เธอเห็นฉันชัดๆ แล้วเธอคง...

"เธออาจจะไม่ชอบมันเหมือนเดิมก็ได้" ฉันพูดต่อ

เธอเม้มปาก นิ่งเงียบ ฉันไม่รู้เลยว่าเธอคิดอะไรอยู่ ไม่ต่างกับที่ผ่านมาเลย



"ความรู้สึกเป็นเรื่องตลกนะ
บางที สิ่งที่เราพยายามปรับโฟกัสหามัน เรากลับไม่สามารถทำให้มันชัดได้ แต่บางอย่าง กลับกระโดดเข้ามาชัดเจนในภาพดื้อๆเสียอย่างนั้น"

เธอยิ้มบางๆ เมื่อฉันใช้ประโยคของเธอขึ้นต้น


แต่ภาพๆหนึ่ง เราโฟกัสได้แค่ระยะเดียว 





และระยะนั้นก็ไม่ใช่ระยะของเราสองคน

เธอมองฉันอย่างอ่อนแรง ไม่แน่ใจว่าฉันเห็นความรู้สึกอะไรในนั้น แต่สุดท้ายแล้ว อะไรๆที่ฉันไม่อยากให้เปลี่ยนมันคงต้องเปลี่ยนไป
.

.
.

.
.
.

ข้อเสียของโบเก้น่ะหรือ ?
เพราะเราตีความไม่ตรงกันล่ะมั้ง

เหมือนสารเคมีคนละสูตร
เหมือนเค้กที่คนหนึ่งต้องการและอีกคนไม่ต้องการ
เหมือนกับคำตอบที่ของคำถามที่เธอไม่เคยถามนี้ แต่ฉันไม่อยากทำร้ายเธอ หรือฉันได้ทำร้ายเธอไปแล้ว

มันยังไม่ช้าเกินไปใช่มั้ย



"ขอเขียนนะ"



สุดท้ายฉันก็เลือกคำที่จะเขียนลงบนรูปใบนั้น 



ขอโทษนะ ที่ผ่านมาขอบคุณนะ



ให้ฉันอยู่ในชีวิตเธอต่อไปเถอะนะ
จะคิดถึงเสมอ

- ฉันเอง





ยังคงยิ้มให้ฉันอยู่ได้มั้ย ?





SHARE
Writer
Pencilerlee
Rumbler
Americano low sugar.

Comments

nawtpal
4 years ago
เศร้านะ
Reply
Pencilerlee
4 years ago
อื้อ ,_,
nawtpal
4 years ago
แต่ชอบสไตล์นี้นะ
ซู่ๆล่ะ
Pencilerlee
4 years ago
แฮ่ ดีใจ :3