(#Spoil) 君の名は ชื่อของเธอคือ...?
***บอกตามตรงล่วงหน้าก่อนว่ามีความสปอยอยู่พอสมควรนะคะ (_TT'''_)
***ขอใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า "ผม" นะคะ มันไม่ค่อยเขินน่ะค่ะ < =w='''

เมื่อประมาณเดือนสองเดือนก่อน (หรืออาจจะมากกว่านั้นนะ?) ผมได้ข่าวจากใน Facebook ว่า อ.มาโคโตะ ชินไค (Makoto Shinkai) มีผลงานอนิเมชั่นใหม่เรื่อง "Kimi no Na wa" ซึ่งจากตัวอย่างที่ผมดู มันเป็นเรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่งที่อยากใช้ชีวิตในเมืองโตเกียว ทว่าเช้าวันรุ่งขึ้นเธอก็ตื่นขึ้นมาในร่างของ "เด็กหนุ่ม" คนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองโตเกียว และขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มก็ตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวคนนั้นเช่นเดียวกัน ตอนแรกผมเข้าใจแค่ว่ามันเป็นพล็อตเรื่องแบบสลับร่างกันในคืนที่ดาวหางโคจรเข้าใกล้โลก ออกแนวแฟนตาซีหรือแนวโชคชะตาปาฏิหาริย์ธรรมดาแค่นั้น แต่พอกลับมาคิดอีกที อ.ชินไคแกคงไม่ให้เดาพล็อตเรื่องง่ายขนาดนั้นแน่ๆ แต่ที่ผมกลัวๆอย่างหนึ่งคือกลัวว่าจะจบแนวเดียวกับผลงานที่ผ่านๆมา ยิ่งตอนจบแบบเรื่องยามซากุระร่วงโรย (5 Centimeters per second) นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง จบได้แบบทำผมซึมไปหลายวันอยู่เหมือนกัน (มันเป็นเรื่องแรกที่ผมได้ดูและได้รู้จักกับ อ.ชินไค และกลายเป็นอนิเมชั่นเรื่องโปรดของผมไปโดยปริยาย แล้วหลังจากนั้นผมก็ติดตามผลงานของอาจารย์แกมาตลอด) จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้เองที่ผมได้ดูเรื่อง Kimi no Na wa แบบเต็มเรื่องสักที ถึงแม้ว่าจะเป็นซับไทยก็ตาม (จริงๆเข้าฉายที่ไทยวันที่ 10 พ.ย. 59)

ซึ่งหลังจากนี้ไปก็... ค่อนข้างจะสปอยล์เนื้อเรื่องพอสมควร

บอกตามความรู้สึกของผมตรงๆเลยก็คือ "หักมุม"

ผมโดนตัวอย่างของเรื่องนี้หลอกเต็มๆ!

ในขณะที่เนื้อเรื่องช่วงแรกๆกำลังดำเนินไปอย่างปกติ ทั้งเด็กหนุ่ม "ทากิ" และเด็กสาว "มิทสึฮะ" (ต่อไปนี้ผมจะเรียกแทนด้วยชื่อนะครับ) ต่างก็สลับร่างกันไปมา ถ้าพูดตามในเรื่องแบบตรงๆเลยก็คือสลับร่างแบบวันเว้นวัน แต่ในขณะเดียวกันทั้งคู่ก็ต่างได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนเรื่องราวและชีวิตประจำวันของอีกฝ่าย จนกระทั่งคืนที่ดาวหาง Tiamet โคจรเข้าใกล้โลก ที่เมืองอิโตโมริที่มิทสึฮะอาศัยอยู่นั้นกำลังจัดเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ขณะที่เธอกำลังดูดาวหางนั้น ดาวหางได้แยกเป็น 2 ส่วนกลายเป็นอุกกาบาต หลังจากนั้นทากิและมิทสึฮะก็ไม่ได้สลับร่างกันอีกเลย พอผมดูมาถึงตรงนี้ ทีแรกผมเข้าใจว่าต้องเป็นเพราะปาฏิหาริย์ดาวหาง ทว่าผมคิดผิด ทากิตัดสินใจเดินทางไปยังเมืองอิโตโมริเพื่อตามหามิทสึฮะ แต่กลายเป็นว่าเขาได้พบความจริงบางอย่าง ความจริงที่ว่าเมืองอิโตโมริได้หายไปแล้วเมื่อ 3 ปีก่อนเพราะภัยพิบัติจากดาวหาง Tiamet ที่กลายเป็นอุกกาบาตตกลงมาจนถล่มเมืองและคร่าชีวิตผู้คนไปนับพันคนแม้กระทั่งมิทสึฮะ รวมถึงความจริงอีกเรื่องที่ว่าเขากับมิทสึฮะเคยพบกันมาก่อนและให้ของสำคัญไว้กับเขาคือ "ด้ายถัก" ที่เธอใช้ผูกผมประจำ และ จริงๆแล้วเขากับเธออยู่คนละช่วงเวลากัน ทากิที่พบกับมิทสึฮะไม่เคยรู้จักกับมิทสึฮะมาก่อนจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์สลับร่างกัน พวกเขาอยู่ในช่วงเวลาที่ห่างกัน 3 ปี ตรงจุดนี้เองที่ทำให้ผมนึกถึงภาพยนตร์เกาหลีแนวย้อนเวลาเรื่องหนึ่ง

ใช่! เรื่อง "Il Mare ลิขิตรักข้ามเวลา" มันเป็นการผสมผสานที่ลงตัวใช้ได้อยู่เหมือนกันสำหรับผม

การดู Kimi no Na wa มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกแค่กำลังดูอนิเมชั่นเรื่องหนึ่ง แต่มันทำให้ผมรู้สึกลุ้นตามเนื้อเรื่องไปด้วย ซึ่งแทบจะ... เหมือนกับการดูภาพยนตร์แนวโรแมนติกแบบย้อนเวลาแฟนตาซีคุณภาพดีอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว!

เนื้อเรื่องช่วงที่ทากิพบความจริงของเมืองอิโตโมรินั้น ค่อนข้างหน่วงพอสมควร และตัวผมเองก็เข้าใจความรู้สึกของทากิในขณะนั้นเองเช่นเดียวกัน

คนสองคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ต้องมาสลับร่างกันวันเว้นวันจนได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนชีวิตประจำวันของอีกฝ่ายนั้น มันยากที่จะเชื่อว่าอีกคนนั้นจริงๆแล้วไม่เคยมีตัวตน

ความผูกพันที่เกิดขึ้นมาแล้ว เหมือนด้ายที่ผูกอีกฝ่ายไว้ เราถูกผูกด้ายไว้กันและกัน ทว่าจู่ๆใครคนใดคนหนึ่งตัดด้ายทิ้ง คงยากที่คนที่ยังผูกด้ายอยู่จะรู้สึกว่าด้ายอีกฝั่งไม่เคยมีอะไรถูกผูกไว้มาก่อน

ผมเกือบจะอุทานมาแล้วว่า "อาจารย์ จะจบแบบนี้อีกแล้วใช่มั้ย?" แต่ดีที่แค่เกือบ

ความรู้สึกของผมที่เหมือนเส้นกราฟกำลังพุ่งขึ้นอีกครั้ง

ทากิเดินทางไปที่ "ร่างของเทพแห่งศาลเจ้าฯ" ที่ยายของมิทสึฮะเคยพาไปเพื่อนำสาเกไปไว้และดื่มสาเกที่ถูกเรียกว่า "ครึ่งหนึ่งของมิทสึฮะ" เข้าไปจนสามารถสลับร่างกับเธอได้อีกครั้ง
ทากิในร่างมิทสึฮะพยายามที่จะเตือนภัยและอพยพคนในเมืองก่อนที่อุกกาบาตจะตกลงมา และเขาได้เดินทางไปยังร่างของเทพเจ้าฯอีกครั้งเพื่อหวังว่าอาจจะได้พบกับมิทสึฮะ(ในร่างของเขาเอง) ผมแอบกลัวว่าพวกเขาจะไม่ได้เจอกันเพราะอยู่คนละช่วงเวลากัน แต่โชคดีที่คราวนี้อาจารย์แกไม่ใจร้ายขนาดนั้น ช่วงเวลาพลบค่ำ (ในเรื่องเรียกว่า Kataware doki) ทำให้พวกเขาได้พบกันจริงๆสักที (อ้อ! พวกเขาสลับร่างเดิมกันแล้ว) ตอนที่ทั้งคู่ได้พบกันทำให้ผมรู้สึกตื้นตันพอๆกับตอนที่ทากากิและอาการิพบกันที่สถานีรถไฟในเรื่องยามซากุระร่วงโรย เพลงประกอบเพลง Snow 's Station แทบจะลอยมาทั้งๆที่คนละเรื่องกันแท้ๆ

ทว่าเหมือนเส้นกราฟดิ่งลงมาเหมือนหุ้นตก มิทสึฮะหายไปขณะที่กำลังจะเขียนชื่อของเธอเองบนมือของทากิเพื่อที่หลังจากที่ทั้งคู่ตื่นขึ้นมาแล้วจะได้ไม่ลืมชื่อของอีกฝ่ายกัน

ราวกับว่าช่วงเวลาแห่งการพบกันของพวกเขาได้สิ้นสุดลง ทั้งชื่อและชีวิตประจำวันของอีกฝ่ายได้หายไปจากความทรงจำของพวกเขาราวกับไม่มีอะเกิดขึ้น

5 ปีผ่านไป ทากิกลายเป็นชายหนุ่มที่กำลังหางาน และดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติ ทว่าความรู้สึกที่เขาอยากเจอใครคนหนึ่งยังคงอยู่ ใครคนหนึ่งที่เขาเฝ้าตามหามาตลอด

"ตลอดมาผมตามหาใครบางคน... ใครบางคนที่ตามหา"
(ทากิ : Kimi no Na wa) 

ตอนจบของเรื่องนี้เอ่อ... ผมขอไม่บอกนะ อยากให้ลุ้นเอาเอง แต่บอกตามตรงเลยก็คือ ถือว่าจบดีแน่นอนถ้าเทียบกับเรื่องยามซากุระร่วงโรย อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้คลาดกันเพราะรถไฟน่ะนะ

เอาล่ะ! ผมขอจบการรีวิวของผมแต่เพียงเท่านี้เลยแล้วกัน ถ้ามีเวลา(ว่าง)หน่อยก็อาจจะวาร์ปมาพิมพ์แนวรีวิวแบบนี้อีกนะ ฝันดี~ :)

ปล. ขอบคุณนะคะที่อ่านจนจบ ^^'''
ปล.อีกที คนเขียนเป็นผู้หญิงค่ะ แต่ชอบใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า "ผม" มันไม่ค่อยเขินน่ะค่ะ <^^'''

SHARE
Writer
Midnight_Cat
Always in rain.
นึกอะไรออกก็พิมพ์ได้เรื่อย ๆ เก่งพิมพ์มากกว่าพูด

Comments