จงบอก "รัก" แทนการบอก "ชอบ"
ถามหน่อย ทำไมเวลาพูดถึงแฟน เราต้องบอกถึงคน ๆ นั้นว่า "ชอบ" ทำไมไม่บอกว่า "รัก"

อย่างเช่น

"เราชอบแอนนะ"
"เราชอบนุ้ย"
"เราชอบโอบ"
"เราชอบหมวยอ่ะ น่ารักกำลังดี อวบ ๆ หน่อยแต่ก็ยิ้มสวย"

หรือว่า เราแค่ชอบเค้าแล้วคบเป็นแฟน แต่ไม่ไดัรักกันจริง ๆ เลยแม้แต่นิดเดียว

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว นึกถึงวัยรุ่นช่วง ม.ปลายที่เด็กนักเรียนหลาย ๆ คนเห่อมือถือ Nokia ดีไซน์กิ๊บเก๋โดนใจวัยรุ่นเลย เป็นช่วงเวลาที่สมาร์ทโฟนยังไม่ออกมาวางจำหน่าย ถึงมีแต่มันเป็นมือถือที่ใช้ปากกา Stylus ในการสั่งงาน มันยังไม่ใช้นิ้วสัมผัสแล้วสั่งงานทันทีเหมือนในยุคนี้ จำได้ว่า มีเพื่อนสนิท ๆ กันเยอะแยะใช้มือถือ Nokia คุยหาหญิงเต็มไปหมด บางคนนี่ ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือ Harry Potter อยู่ในห้องเรียนที่ไม่มีคาบวิชาเรียนซึ่งยืมมาจากห้องสมุด ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรคือความรักหรอก แต่เห็นเพื่อน ๆ บอกว่าชอบคนนู้น คนนี้ที แต่พูดไปพูดมา ก็น่ารักนะ

แต่บางวัน เพื่อนซี้เค้ามาคุยโวเรื่องความรักของเค้าให้เราฟัง เออ มีอะไรฟัง ๆ ก็ฟัง ๆ ไปเลย เผื่อเรามีแฟนบ้าง อันที่จริง เราแอบชอบคนนึงด้วยแต่ไม่ได้พูดออกมา

"เฮ้ย!!! เราชอบอันอ่ะ" ท็อป (นามสมมติ) เรียกผมตอนที่ผมกำลังอ่านหนังสืออยู่ โหย ดูท่าทางของเค้าแล้วลุกลี้ลุกลนยังไงไม่รู้

"ชอบก็ชอบไปดิ เออ จะบอกเราทำไม" ผมตอบกลับตรง ๆ

"อย่าลืมว่าอันเป็นดาวโรงเรียนเลยนะ นายจะไม่ภูมิใจหน่อยเลยเหรอ"

"มันก็น่าภูมิใจอยู่หรอก แต่...เวลาเค้าชอบ เค้าชอบกันยังไงเหรอ เราไม่รู้" ผมถามกลับ เผื่อได้คำตอบดี ๆ บ้าง แต่ท็อปนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจ แล้วพูดกลับว่า "ไรว้า โหย เลิกอ่านหนังสือแล้วไปมองสาวเถอะ" แล้วท็อปตัวดีก็ผลักหนังสือแฮรี่พอตเตอร์ที่เรายืมจากที่ห้องสมุดลงโต๊ะเรียน ก่อนที่เพื่อนตัวดีลากเราเดินไปนอกห้องเรียนและดูบริเวณโรงอาหาร ซึ่งไกลเอาเรื่องอยู่ แต่ เอ๊ะ โรงอาหารมีอะไรให้น่าดู ก็แค่เด็กกินข้าว

"เนี่ย" แล้วท็อปแตะหลังเราแล้วชี้ไปที่สาวขาวสวยหมวยเอ็กซ์คนหนึ่ง "แกชอบป่ะ"

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมตกตะลึงถึงความสวยงามของผู้หญิงคนนี้ เพราะนางเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ๆ นางสวยเหมือนในการ์ตูนที่เราเขียนเอาไว้เลย คือนางตาสองชั้น ตาโต ผิวขาว น้ำเสียงหวานเป็นผู้ใหญ่ และก็ยิ้มสวยด้วย คน ๆ นี้เป็นอะไรที่น่ารักเวอร์ ๆ แล้วสักพัก ผมของนางคนนี้ปลิวไปตามสายลมที่พัดโชย ยิ่งเหมือนนางเอกโฆษณาหรือในละครบางเรื่องอีก โอ๊ย อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น แล้วแววตาของเธอแม้ว่าจะเล็ก แต่ดูแล้วก็น่ารักแบบแปลก ๆ ซึ่งในยุคนั้นฮิตสาวตาโต แอ๊บแบ๊วแบบเน็ตไอดอลเมื่อเกือบ ๆ 10 ปีที่แล้ว

เธอคือนาง...

"เฮ้!!!" ท็อปเรียกผม "นี่นายชอบเจ๊แนนด้วยเหรอ นางตาเล็กจะตาย ไม่ได้แอ๊บแบ๊วเหมือนน้องเฟรย์ใน Hi5 หรอก"

"เฟรย์ไหนวะ" ผมถามเค้ากลับ "ไม่รู้จัก"

"อ้าว ไม่รู้หรอกเหรอ ก็น้องเฟรย์ เด็กโรงเรียนแถว ๆ สุขุมวิทไง" ท็อปเล่าเกี่ยวกับน้องเฟรย์ที่ไม่ค่อยน่าสนใจให้ผมฟัง "นางเป็นดาวโรงเรียนเลยนะ หน้าสวย หมวย ยิ้มเก่ง ฮอตมาก คนเป็นเพื่อนใน Hi5 ตั้ง 50,000 กว่าคน ทุก ๆ คนรู้จักนางใน Dek-D กันพรึ่บ โหย นายน่าเดินออกจากโลกเวทมนตร์บ้างนะ ของที่จับต้องได้ มันสุดยอดกว่าเยอะ"

มันก็จริงอยู่ แต่เราชอบโลกเวทมนตร์ในแฮรี่ พอตเตอร์มากกว่า

"ไหน ๆ เปิดให้ดูหน่อย อยากเห็น" ผมถามท็อป

"ไปห้องคอมกับเราสิ" ท็อปตอบ แล้วชวนไปที่ห้องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในตึกที่มีโรงยิมตรงชั้น 4 อืม... ลองสัมผัสอีกโลกที่เค้าบอกว่า น่ารัก มุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวก็ไม่เสียหายอะไรเท่าไร ไปเลยดีกว่า เรากับท็อปใช้เวลาเดินกว่า 3 นาทีถึงห้องคอม อืม... เดี๋ยวนี้ห้องคอมพัฒนาไปไกลกว่าช่วงวัยรุ่นที่เราเรียนกันแล้ว คือดูสิ โอ๊ย ห้องไฮเทคมาก ๆ สุด ๆ ไปเลย ส่วนห้องคอมตอนม.ต้น คือมันมีเป็นห้องคอมเก่า ๆ ไม่ค่อยโอ สเปคคอมก็เก่า ๆ คือยุคที่ท็อปพาไปดูน้องเฟรย์อะไรนั่นมันเริ่มไฮเทคมากกว่าเดิม แต่ตอนนั้นฮิตมือถือโนเกียกันอยู่ ตอนนี้เข้ามาในห้องคอมพิวเตอร์กันแล้ว มีหลาย ๆ คนกำลังเล่น DOTA กันมันเลย ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง (เป็น DOTA ภาคแรกนะ)

หลังจากนั้น ท็อปเปิดคอมพิวเตอร์ หน้าจอ Windows XP ตอนนี้กำลังบูทอยู่ พอบูทเสร็จ เสียงที่คุ้นเคยมันกลับมาให้ได้ยินอีกรอบ (เป็นเสียงบูทเครื่องสำเร็จ)

ต่อมา ท็อปเปิด Internet Explorer เวอร์ชั่น 6 แล้วเข้าเว็บ Hi5 ทันที จำได้ว่า Internet Explorer 6 โดนโจมตีเยอะมาก ทั้งเข้าเว็บช้าบ้าง เข้าเว็บ Error บ้าง แต่คนส่วนใหญ่ก็ใช้ Internet Explorer เข้าเว็บกัน ซักพัก ท็อปเปิดใน Hi5 หน้าของน้องเฟรย์ขึ้นมาให้เห็นทันที ผมมองหน้าน้องเฟรย์ ก็แค่สาวซอยผมหน้าขาว ๆ ถ่ายมุมกล้องแอ๊บแบ๊ว Noise เต็มที่เลย หน้าไม่เท่าไร แต่ดูที่ชื่อของนางสิ อ่านไม่ออก เพราะนางใช้รูปหัวใจใส่ในชื่อเต็มไปหมด แล้วพอไปดูอัลบั้มของนางที่นางอัพโหลดรูป แต่ละรูปเป็นรูปที่แต่งวิบวับเต็มไปหมด เห็นแล้วตาแทบลาย

"ชอบป่ะ" ท็อปถามผม

"ไม่ชอบ" ผมตอบตรง ๆ และพูดต่อ "คือดูแล้วไม่โออ่ะ มันอะไรก็ไม่รู้"

"จะบอกว่าชอบเจ๊แนนใช่ป่ะ เรามี Hi5 เจ๊แนนอยู่นะ" ท็อปตอบ

"เฮ้ย!!! จริงเหรอ" ผมถามด้วยความสงสัย "ไหน ๆ ๆ"

"เนี่ย เปิดให้ดูแล้ว" ท็อปตอบแล้วชี้ไปที่รูปแนนใน Facebook ผมแค่เห็นหน้าของเธอแล้วใจของผมเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะแนนดูสวยและแพงมาก นางเอารูปที่นางเป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียนมาขึ้นเป็นรูปโปรไฟล์ใน Hi5 และในอัลบั้มมีรูปของเธอเยอะเต็มไปหมด เธอเป็นผู้หญิงที่เก่งมาก และเป็นที่รักของใครหลาย ๆ คน น่ารักที่สุดเลย ผมชอบที่รอยยิ้มของเธอที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เธอมีเสน่ห์อันเหลือล้น ซึ่งทำให้ผมตกหลุมรักได้ในทันที

"เป็นไง สวยป่ะ" ท็อปถาม "เห็นชอบ"

แต่ผมไม่พูดอะไร เพราะผมกำลังตะลึงกับความสวยของรุ่นพี่คนนี้อยู่ จนมาถึงรูป ๆ หนึ่งที่ผมรู้สึกเบื่อและไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว เพราะรูป ๆ  นี้ยืนยันได้ว่า แนนมีแฟนแล้ว คือแฟนของเธอโอบที่ไหล่ของเธอแล้วจูบกันที่หน้าผากของแนน มันช่างน่าอิจฉาและอยากจะเอาผู้ชายคนนั้นออกจากในรูป มันช่างเจ็บใจเหลือเกิน ที่คนที่ชอบ มีแฟนแล้ว

"เป็นไรวะ" ท็อปถามผมตอนที่ผมเห็นรูปเจ๊แนนสุดบาดตาบาดใจ

แต่เราทนไม่ไหวแล้ว ให้ตายสิ คือมันเฟลหมดเลย รุ่นพี่ที่เราชอบ คือเค้ามีแฟนแล้วไง เรามีไม่ได้แล้ว โอ๊ย ทำไมวะ

"เฮ้ย กลับมาก่อน" แล้วท็อปก็เรียกผมเรื่อย ๆ หลังจากที่ผมเดินออกไปนอกห้องคอม คือความรู้สึกในตอนนั้น ยอมรับว่า "พัง" แบบไม่มีชิ้นดีเลย มันเป็นอะไรที่แย่มากเพราะคนที่ชอบดันมีแฟนซะแระ โอ๊ย คืออะไร แฮ่

หลังจากนั้น เรื่องรัก ๆ ของผมก็มีมาประปายเรื่อย ๆ แต่เรื่องนี้พีคที่สุดเพราะเป็นความรักครั้งแรกของผมที่ไม่ประเมินตัวเองซะก่อนว่า รุ่นน้องจะไปจีบรุ่นพี่ และทักษะการจีบก็ไม่ได้ดีอะไรมากเลยแห้วไปตามระเบียบ

จนกระทั่ง มารู้จักกับคำว่า "รัก"

และดูเหมือนว่า พลังแห่งความรักมันช่างหอมหวาน อบอุ่น และมีแต่ความปิติยินดีอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน เพราะพลังแห่งความรักเป็นพลังที่บริสุทธิ์ และคนที่ให้เป็นคนที่น่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง อาจจะไม่ได้หวือหวาในช่วงแรก ๆ แต่พอนาน ๆ เข้า ความชอบจะแปรเปลี่ยนเป็นความรัก และความรักยิ่งอยู่ไปนาน ๆ ก็พัฒนาไปตามระดับเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เชื่อไหม? ผมรู้จักกับคำว่ารักมาจากการเลี้ยงหมานั่นแหละ

โดยปกติแม่ของผมรักหมาอยู่แล้ว เวลาเห็นหมาจรจัดพันธุ์ทางน่ารัก ๆ แม่ก็จะให้อาหารมันทุก ๆ ครั้ง ไม่ได้ให้เพราะความรักอะไรหรอก ให้เพราะสงสาร ไม่มีใครเลี้ยง แต่หมาเป็นสัตว์ที่พิเศษตรงที่ความจำยาว จำได้ว่าใครให้อาหาร และเมื่อให้อาหารแล้ว หมาตัวนั้นก็โตมาเรื่อย ๆ แล้วเลือกที่จะอยู่ในบ้านทันที แม่เคยบอกว่า 
ถ้าไม่อยากเลี้ยงหมา อย่ากอด, ลูบตัวหรือให้อาหารหมา
เพราะหมาจะติดเราและกลายเป็นว่าเราต้องเลี้ยงหมาไปตลอดชีวิตทันที 

หลัง ๆ มา หมาที่แม่เลี้ยงมักเป็นหมาที่ไม่ได้ซื้อจากร้านขายหมาแล้ว และแม่ก็ไม่ได้อยากเลี้ยงมันเลยด้วยซ้ำ แต่จำใจต้องเลี้ยงเพราะมันผูกพันไปแล้ว แม่ทำใจไม่ได้เวลาหมาที่ตัวเองเลี้ยงต้องหมดอายุขัยจากเราไป เลยไม่คิดจะเลี้ยงอีก แต่ต้องเลี้ยงเพราะหมาตัวล่าสุด ญาติปล่อยเอาไว้ให้อยู่ตัวคนเดียว และเมื่อเลี้ยง ก็กลายเป็นว่าผูกพันไปอีก

ในขณะเดียวกัน ผมเห็นหมาที่แม่เลี้ยง ผมก็เข้าไปกอดมันหรือนวดตัวมันทุก ๆ ครั้งเวลามาถึงบ้าน เราทำไปเพราะความรัก เราไม่ต้องการอะไรจากหมาอีก และเมื่อเราให้ด้วยความรักแล้ว เราจะมีความสุข

แต่ความรักที่ผมเจอ มันยังมีมากกว่านี้

นอกจากน้องหมาน่ารัก ๆ ที่แม่เลี้ยงแล้ว ความรักมันอยู่ในทุก ๆ ที่ ซึ่งจุดกำเนิดของความรัก มันไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลหรือสิ่ง ๆ นั้นเหมือนความชอบ แต่ความรักมันเริ่มได้จากใจของตัวเอง และทุก ๆ คน มันมาจากใจอย่างแท้จริง

ผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับความรัก มีอะไรมาก็อ่านหมด ไม่ว่าจะเป็นบทความฟรีในเน็ต หรือหนังสือตามสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่า พลังของความรักคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตของมนุษย์และโลกมีความหมายอย่างแท้จริง มันสำคัญพอ ๆ กับการตอบคำถามโลกแตกอย่าง "เราเกิดมาเพื่ออะไร" ได้แน่นอน ถ้าเค้าถามคำถามนี้ใส่เรา ก็ตอบไปว่า
"เราเกิดมาเพื่อให้ความรักกับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้"
ตอบคำตอบนี้ไป คงจะโดนบ่นว่า "ไอ้บ้า" แน่นอน หรือไม่ก็ "อี๋!!! เลี่ยนว่ะ" แต่ถ้าเราใช้ชีวิตด้วยความรักได้ บอกเลยว่า ชีวิตของเรามีแต่ความสุขและมีแต่ความสำเร็จอย่างที่ทุก ๆ คนคาดหวังเอาไว้

อยากให้คน ๆ นั้นเติบโตและเชื่อมั่นในความเป็นตัวเค้า แม้ว่าเค้ามีข้อเสีย = "ความรัก"

ก่อนหน้านั้นผมพูดเกี่ยวกับความชอบมาแล้ว ซึ่งจุดจบเป็นอะไรที่น่าเศร้าและไม่อยากให้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่คราวนี้ เป็นเรื่องของความรัก ที่เราไม่ได้ซีเรียสว่า เค้าจะรักเรากลับหรือจะอะไรยังไง นั่นคือ "ความรัก"

คน ๆ นี้เป็นเพื่อนเราที่ทำงาน นางน่ารักมาก ๆ แต่ข้อเสียของเธอคือ เธออวบ ตัวเล็ก เสียงใหญ่นิด ๆ ไม่หวานหูเหมือนผู้หญิงทั่วไป พูดจาตรง ๆ ไม่อ่อนหวานเอาซะเลย คน ๆ นี้ชื่อ "เลย์ล่า" (นามสมมติ) เป็นสาวที่น่ารักใช้ได้

เลย์ล่าจะมีเพื่อนคนนึงซี้กับเธอ เพื่อนของเธอคนนี้เอาแต่ว่าเลย์ล่าตลอดเพราะเลย์ล่าเป็นคนขี้ลืม ไม่รอบคอบ บางทีก็หลงทาง เวลาขับรถไปตามทาง ก็ดูผ่าน Google Maps แต่ไม่จำเอง หรือบางทีไปที่ใดที่หนึ่งโดยใช้รถขนส่งมวลชนไม่ได้ (เพราะหลงทางแน่นอน) ซึ่งผมฟังทีไรก็ เอิ่ม แรงเวอร์ ๆ

ผมไม่ได้สนิทกับเลย์ล่าเท่าไร แต่ผมเห็นพฤติกรรมระหว่างเลย์ล่ากับเพื่อนของเธอได้ เพื่อนของเลย์ล่าเอาจริง ๆ ก็รักของนางนะ เพราะต่อให้เพื่อนเธอจะว่าเลย์ล่าแค่ไหน นางก็รัก ไม่ได้ว่าเลย์ล่าเสีย ๆ หาย ๆ แต่อยากให้เลย์ล่าเป็นคนเก่งบ้างอะไรบ้าง 

สุดท้าย เลย์ล่าก็เป็นเหมือนเดิม คือนางก็ยังขี้หลงขี้ลืม จนบางวัน นางส่งข้อความแชทมาคุยกับผม

เลย์ล่า : แก เราอยากคุยกับแกว่ะ มีเรื่องจะปรึกษา
เรา : เรื่อง?
เลย์ล่า : แกชอบให้คนอื่นมาว่าแกป่าวอ่ะ
เรา : ไม่ ทำไมเหรอ
เลย์ล่า : เราว่าเราทนนางลิ้นจี่ไม่ได้แล้วว่ะ คือนางจะบ่นอะไรเรานักหนา แล้วนางบอกว่าที่เตือนเพราะว่ารัก มันใช่ป่ะวะ
เรา : ก็จริง แต่ถ้าลองมองดี ๆ มันก็ดีนะ มีเพื่อนช่วยเตือน
เลย์ล่า : แต่เราว่าไม่ว่ะ คือมันมากเกินไป แบบ... โอ๊ย เจอนางคนนี้ต้องเกิดอารมณ์ Hmm แน่นอนไรงี้
เรา : แต่เราว่าเลย์ล่าก็ขี้ลืมเหมือนกันนะ 
เลย์ล่า : แน่ะ เอาอีกคนแระ
เรา : เฮ้ย ฟังก่อน แล้วนางลิ้นจี่เค้าก็เป็นเพื่อนกับเลย์ล่าป่าว เค้าหวังดีนะ
เลย์ล่า : หวังดีบ้าไรวะ
เรา : ใจเย็น ๆ ก่อน 
เลย์ล่า : อ่ะ แล้วถ้าเป็นแก ข้อเสียของเรามีไรบ้างล่ะ
เรา : ก็มี ตัวเล็ก อวบ หน้าแบน เสียงใหญ่ นมเล็ก ขี้งอน ขี้ลืม ไม่ยอมบันทึกเบอร์เรา ชอบหลงทาง กินเก่ง แรง เวลาไปที่ไหนก็เอาแต่เซต GPS ใน Google Maps 
เลย์ล่า : ทำไมเยอะจังวะ
เรา : อยากฟังข้อดีป่ะ
เลย์ล่า : เออ ว่ามา
เรา : ยิ้มสวย มีเสน่ห์ เป็นคนตรง คุยเก่ง เป็นกันเอง นุ่ม ๆ มองไกล ๆ ก็รู้เลยว่าเป็นเลย์ล่า
เลย์ล่า : เดี๋ยว ไม่เข้าใจคำว่านุ่ม ๆ อะไรนุ่ม ๆ วะ
เรา : เนื้อนุ่มไง เพราะอ้วน เหมือนเนื้อโคขุน
เลย์ล่า : อีบ้านี่ เดี๋ยวเหอะ อย่าพูดว่าอ้วนอีกนะ เป็นคำหยาบ
เรา : เฮ้ย แต่เอาจริง ๆ นางลิ้นจี่อยากให้เลย์ล่าเค้าเป็นสาวเพอร์เฟกต์ไง แต่บางที เลย์ล่าไม่ต้องแคร์ก็ได้ เป็นตัวของตัวเอง ดีแล้ว คือมันต้องมีคนอื่นรักเลย์ล่่าบ้างไรบ้าง
เลย์ล่า : [ส่งสติ๊กเกอร์ยิ้ม]
เรา : เลย์ล่าเคยรักใครบ้างป่ะ
เลย์ล่า : ก็เคยนะ แบบ... แบคฮยอนไง สามีเราเอง
เรา : เอิ่ม...
เลย์ล่า : 55555
เรา : นั่นเค้าเรียกว่าชอบ ไม่ได้รักหรอก
เลย์ล่า : มันก็คล้าย ๆ กันป่ะวะ
เรา : ถามดี ๆ เลย์ล่าก็ตอบดี ๆ ด้วยสิ
เลย์ล่า : เอิ่ม...
เลย์ล่า : เราคงทำได้แค่ชอบ แต่รัก... เราคงไม่ได้รักใครอ่ะ
เรา : แล้วอยากรู้ไหมว่าอะไรคือความรัก
เลย์ล่า : คือไรเหรอ
เรา : ถ้าเลย์ล่ายอมรับคน ๆ นั้น ต่อให้เค้าจะไม่ถูกใจเราหรือเลวซักแค่ไหน แต่ไปด้วยกันกับเธอได้ อยากเห็นวันที่เค้าเติบโตเหมือนต้นไม้ที่เล็ก ๆ แต่ผ่านไปหลายปีต้นไม้ใหญ่ขึ้น นั่นคือรักนะ
เลย์ล่า : อ๋อ ซึ้งเนอะ จะว่าไป ก็เคยนะ มีคน ๆ นึง หน้าตาหล่อแบบธรรมดา ๆ แต่ไม่ได้รวยมาก คือ... เค้าเข้ากันกับเรามาก เคมีเข้ากันได้เต็มที่เลย แต่ก็ต้องเลิกกันไปเพราะเค้าเจ้าชู้ เรายอมรับว่ายังไม่เจอผู้ชายคนไหนที่เคมีเข้ากันได้เท่าเค้ามาก่อน
เรา : ดีจัง แล้วตอนที่คบกันกับเค้า เลย์ล่าได้คาดหวังอะไรหรือเปล่า
ผ่านไป 3 นาที
เรา : เลย์ล่า อยู่เปล่า
ผ่านไป 1 ชั่วโมง เลย์ล่าก็ไม่ตอบ
วันรุ่งขึ้น

เราเดินทาง เข้ามาที่ออฟฟิศเหมือนเดิม แล้วก็เจอเลย์ล่านั่งอยู่ที่ออฟฟิศ วันนี้นางแต่งตัวน่ารักอยู่นะ

"หวัดดีแก" เลย์ล่ากล่าวหวัดดีก่อนที่ผมจะสแกนนิ้วเพื่อเข้างาน

"หวัดดี" ผมตอบกลับ "เมื่อวานคุยใน LINE อยู่ ๆ ก็เลิกคุย มีไรป่าว"

"อ๋อ พอดีมือถือแบตหมดอ่ะ เห็นแกถามเราด้วยใช่ป่ะ คือ... วันนั้นเราก็ไม่ได้คาดหวังไรหรอก เพราะ... เราเคยคาดหวังว่าต้องรักคน ๆ นั้น แต่พอคาดหวังมาก ๆ กลับกลายเป็นว่าเป็นคนขี้หึง พอไม่ได้คาดหวัง ก็เลยรู้สึก เราทำตามหน้าที่ดีที่สุดแล้ว นอกนั้นแล้วแต่เค้า แต่เวลาเราคุยกับเค้า เราก็รู้สึกดีนะ อย่างน้อย เรารู้สึกด้วยตัวเองโดยไม่ขึ้นกับคนอื่นก็ดีอยู่แล้วนี่" เลย์ล่าตอบแล้วยิ้ม "ขอบคุณนะแกที่คุยกันเมื่อวาน"

"อื้อ"
เพราะการชอบมันคือการหลงใหลคน ๆ นั้นจากภายนอก
แต่การรักมันคือการยอมรับคน ๆ นั้น แม้ว่าเค้าจะมีสิ่งที่เราไม่ชอบก็ตาม
SHARE
Written in this book
ใคร ๆ ก็รัก
เรารู้ว่าใคร ๆ ก็อยากเป็นที่รักของผู้อื่น หนังสือเล่มนี้รวมบทความเปลี่ยนทัศนคติให้เป็นที่รักของทุก ๆ คนด้วยวิธีคิดง่าย ๆ และใช้ได้จริง
Writer
HARMONYZT
Content Specialist
นักเขียนบทความเกี่ยวกับชิวิต และการเดินทางของคน ๆ หนึ่งในเมืองใหญ่ที่เรียกว่า กรุงเทพมหานคร ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ campzzz.com

Comments