เรื่องของ "ช่างไม้" ที่ไม่ได้..เลื่อยไม้ ไสกบ
  การที่เราจะรักจะชอบอะไร มักมีจุดเริ่มต้นจากอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เราลุ่มหลงจนเราเรียกได้อย่างเต็มปากว่า "รัก" บางคนอาจเป็นรสชาติของเค้กชิ้นโปรดในคำแรก จนทำให้เรากลายเป็นเชฟประจำบ้าน ต้นไม้ต้นเล็กๆที่เพื่อนให้ จนทำให้เราเป็นนักพฤกษศาสตร์ตัวยง หนอนผีเสื้อตัวเล็กจากการบ้านศึกษาวงจรชีวิตสัตว์ อาจทำให้เรากลายเป็นสัตวแพทย์ผู้อารีย์ความรัก...มักมีจุดเริ่มต้นเสมอ
   ส่วนตัวผมเอง มีความชื่นชอบส่วนตัวอยู่อย่างหนึ่งคือ "การฟังเพลงสากลยุคเก่า" เป็นเพลงสากลช่วงยุค 80's - 90's จะยิ่งชื่นชอบเป็นพิเศษ โดยจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง มันเริ่มจากเสียงเพลงที่นุ่มรื่นหูที่ลอยมาไกลๆจากทีวีรุ่นโบราณก้นอ้วนเครื่องเดียวในบ้าน
Long ago... and oh so far away
I fell in love with you before the second show

  ท่อนแรกของเพลง "Superstar" ดังแว่วๆมาตามสายลม พอผมได้ยินเสียงร้องกังวาน น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ชัดเจน เสียงแต่ละคำที่เปล่งออกมาใสราวกับแก้วคริสตัล
   
    ผมกับพี่ชายหันมามองหน้ากัน แล้วคุยกันว่าเพลงอะไรช่างไพเราะเสียจริง เราจึงพยายามรอดูว่าเสียงที่เราได้ยินจากทีวีเก่าคร่ำคร่านั่น มาจากรายการอะไรกันแน่
   
    และหลังจากเรารอกันอยู่นาน เราก็พบว่าเป็นช่วงโฆษณาหนังรอบดึกที่จะออกอากาศช่วงดึกๆของวันเสาร์ จำไม่ได้ว่าหนังชื่ออะไร จำได้เพียงว่าเป็นหนังเกี่ยวกับนักร้องอะไรซักคนที่ชื่อ
Carpenters   ผมกับพี่ชายตกลงกันว่า เราจะอดนอนเพื่อรอดูหนังเรื่องนี้กัน เพราะเพลงที่เราได้ยิน มันช่างไพเราะจับใจ การอดนอนย่อมคุ้มค่าแก่การลงทุนอย่างยิ่ง...    
   และแล้วในวันที่หนังฉาย ผมก็สลบไปแล้วเรียบร้อย การอดนอนรอดูหนังที่ฉายเกือบห้าทุ่มสำหรับเด็กอายุ 9 ขวบ มันไม่ใช่เรื่องง่ายผมพูดเลย! จะเอาอะไรกับเด็ก ป.2 ป.3 เด็กดีต้องรีบเข้านอนนี่ครับ ^_^

   ยังดีที่พี่ชายผมอัดเทปตอนมีช่วงร้องเพลงในหนังเอาไว้ แม้ว่าจะเป็นการอัดจากเทปคาสเซ็ท (เด็กสมัยนี้คงไม่รู้จัก) ซึ่งคุณภาพเสียงไม่ได้ดีนัก แต่ผมกับพี่ชายก็ฟังซ้ำไปซ้ำมากับได้ทั้งวัน ด้วยวิทยุโบราณที่คุณยายเอาไว้เปิดเทปธรรมะสวดมนต์ตอนกลางคืน ซึ่งตอนนี้หลานได้ยึดเอาไว้เสียแล้ว

    ภายหลังเราจึงได้ทราบจากพ่อกับแม่ ซึ่งเป็นวัยรุ่นร่วมสมัยกับนักร้องในวง Carpenters ว่า เพลงที่เราได้ยินคือเพลง Superstar ที่ร้องโดย Karen carpenter โดยใช้ชื่อวงว่า Carpenters เพราะวงนี่มีกันสองพี่น้อง คือ Karen และ Richard carpenter 

    จุดเริ่มต้นของการชื่นชอบเพลงสากลของผมเริ่มขึ้นตรงนี่จริงๆ สมัยนั้นอาจเป็นเรื่องแปลกที่เด็กประถมสาม จะร้องเพลงสากลได้ (ร้องตามที่ได้ยิน โดยไม่รู้ว่าสะกดอย่างไร ความหมายคืออะไร หรือคำที่ร้องๆต้องออกเสียงยังไงด้วยซ้ำ) แต่ผมกลับจมดิ่งไปในเสียงที่สดใสและงดงามของ Karen เข้าอย่างเต็มเปา เอาเป็นว่าสามารถร้องเพลงของ carpenters ได้ราวๆ 70% เป็นอย่างน้อย (เพราะเพลงที่ carpenters ร้องไว้มีเยอะมาก ทั้งที่เป็นของตนเอง และที่ cover มาอีกที)

   หลังจากหลงเสน่ห์เพลงสากลจาก carpenters แล้ว จากนั้นเพลงยุคเก่าๆก็ตามกันมาเป็นทิวแถว ซึ่งโดยส่วนตัวผมเองคิดว่า ดนตรีในช่วงยุค 70's -  90's เป็นเพลงที่เป็นอมตะอย่างแท้จริง เพลงบางเพลงยังคงถูกเอามา cover เป็น version ใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ แล้วก็ดังเปรี้ยงป้าง ไม่แพ้สมัยที่เพลงเหล่านั้นเพิ่งถูกอัดลงแผ่นครั่งสีดำสนิท หรือบรรจุลงแถบแม่เหล็กอัดกันเป็มม้วนเทปยาวเมื่อหลายสิบปีก่อนทีเดียว
ดู Michael Buble นั่นปะไร    เพลงของ carpenters ก็ยังถูกเอามาร้อง มาทำใหม่ เอามาเป็นเพลงประกอบภาพยนต์อยู่เรื่อยๆ เพราะเสียงที่นุ่มละมุนแต่แฝงด้วยความหนักแน่น จนมีบางคนตั้งสมญาให้เธอว่า "velvet voice" หากมีโอกาส ผมอยากชักชวนให้ลองไปหาเพลงของ carpenters ฟังกันดู มีเพลงเพราะๆมากมาย อาจจะเคยผ่านหูแต่ไม่รู้ว่าใครร้อง ลองไปรับฟังกันได้ เพลงที่แนะนำ เช่น

  - Yesterday once more
  - Superstar
  - A song for you
  - Close to you
  หรือกระทั่งเพลงที่ทำดนตรีได้ทันสมัยอย่าง 
- Calling Occupants Of Interplanetary Craft

   แต่น่าเสียดายที่ karen ได้จากเราไปนานแล้ว ด้วยวัยเพียง 32 ปีเท่านั้นเอง ซึ่ง karen ต้องทุกข์ทรมานจากความผิดปกติของพฤติกรรมการกินอาหาร ที่เรียกว่า anorexia nervosa ซึ่งทำให้เธออ่อนแอลงอย่างมาก จนต้องเสียชีวิตลงในที่สุด

   ซึ่งจากการจากไปของ karen นี่เอง จึงเป็นที่มาของความสนใจในอาการของโรค anorexia nervosa ซึ่งปัจจุบันเรามีความเข้าใจโรคนี้กันมากขึ้น ก็ด้วยเหตุหนึ่งมาจากการจากไปของนักร้องเสียงสวรรค์อย่าง karen carpenter อย่างปฏิเสธไม่ได้

   เพลงของสองพี่น้องตระกูลช่างไม้ยังคงบรรเลงมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าคนร้องจะจากเราไปแล้ว แต่ดนตรีที่เธอสร้างไว้ยังคงสร้างสีสันในโลกใบนี้มาตลอด และจะคงอยู่ตลอดไป อย่างน้อยก็ในหัวใจของเด็กชายคนหนึ่งเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน ที่เติบโตจนมาถึงวันนี้
What lies in the future
is a mystery to us all
No one can predict the wheel of fortune
as it falls
There may come a time when I will see that
I've been wrong
But for now this is my song.

And it's goodbye to love

I'll say goodbye to love.

    :  "Goodbye to love" by Carpenters 



SHARE
Written in this book
My story of life
เรื่องราวของประสบการณ์ส่วนตัว ถ่ายทอดเพื่อส่งต่อเรื่องราวแก่ผู้พบเจอ เป็นบันทึกเพื่อทบทวนภาพความทรงจำที่ควรค่าแก่การคิดถึง
Writer
Deux
the fast sleeper
คนธรรมดามากๆ

Comments

sopons
3 years ago
ต้องไปหามาฟังมั้งละ
Reply
Deux
3 years ago
จัดด่วน
lalajinx
3 years ago
เกิดไม่ทันช่างไม้ แต่เคยฟัง Yesterday once more
Reply
Deux
3 years ago
นั่นแค่ intro เพลงเพราะมีอีกเป็นตัน
ของจิน เฮียแนะนำ
rainy days and mondays รับรองเศร้าซึมถูกใจ
imonkey7
3 years ago
ไม่เคยฟัง 
เกิดมาก็เทเลอร์ สวิฟ
#แง่มๆ
Deux
3 years ago
เหรอ งั้นหน้าตาล้ำยุคไปมากนะ
July_Moon
3 years ago
Yesterday Once More ติดหูมาก อารมณ์ฟังไปนั่งชิลไปก็เข้าท่าดี :)
Reply
Deux
3 years ago
ก่อนนอนมันเวลา the voice อ่ะ 5555
July_Moon
3 years ago
55555+งี้ต้องแอบชิลตอนปั่นงาน (มันจะเข้ากันไหมเนี่ย)
Deux
3 years ago
ทำไป หลับไปเลย