ตะปูทิ่มแทงใจ
       “ถ้าไม่รู้ระบบงาน ก็ไม่ต้องมาทำงาน ไม่ต้องเข้ามาใน ห้องฉุกเฉิน” เสียงของแพทย์ห้องฉุกเฉิน ดังลั่นกระทบกับโสตประสาท และตรงลึกเข้าไปในหัวใจของฉัน น้ำตาเริ่มซึมและเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินเพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจที่เต้นถี่ขึ้นด้วยฤทธิ์ของอะดรีนาลิน ที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายท่ามกลางความโกรธที่กำลังพลุกผล่านอยู่ภายในตัว

       ฉันบรรจงเขียนบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรเพื่อลดอารมณ์โกรธของตัวเองแทนการนับ 1 -10 วิธีการนี้ได้ผล อารมณ์โกรธของฉันเริ่มลดลงภายในเวลา 5 นาทีหลังจากเริ่มเขียน เมื่อสติมาปัญญาก็เริ่มเกิด แต่อารมณ์ขุ่นมัวก็ยังมีอยู่ในใจ พลางคิดว่า “ถ้าเป็นหมอปากหมา ก็ไม่ควรจะมาเป็นหมอเหมือนกัน” ปริญญาสร้างปัญญาหรือสร้างปัญหากันแน่ ทำไมคนที่มีไอคิวสูง เรียนสูงๆ หรือประสบความสำเร็จในการทำงาน จึงมีความสามารถในการสร้างปัญหาให้กับคนรอบข้างได้มากมายจริงๆ สิ่งนี้กระมั่งที่เขาเรียกว่า “หลุมพลางของความสำเร็จ” เพราะคนที่สำเร็จมักจะตกหลุมพลางหลุมนี้ ลักษณะเด่นของคนประเภทนี้คือ ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น เพราะคิดว่าความคิดเห็นของตัวเองเหนือกว่าคนอื่นๆ เก่งกว่าคนอื่นๆ ยึดอัตตาเป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะคนที่มีตำแหน่งงานสูงๆ สามาถบังคับบัญชาบุคคลรอบข้างๆ ใครก็ต้องยอม ทำให้คนกลุ่มนี้ มีอัตตาเพิ่มขึ้นไปอีก

“ถ้าผมจะต้องเอาหมอ.....ออกจากห้องฉุกเฉิน คุณจะรู้สึกอย่างไร” ผู้อำนวยการเรียกฉันพบในเช้าวันหนึ่ง นานมาแล้ว

“ถ้าจะต้องเอาเขาออก องค์กรก็คงต้องสูญเสียหมอที่มีศักยภาพสูงไปคนหนึ่ง “สาเหตุหนึ่งที่เขาเป็นแบบนี้ เพราะเขามีอำนาจ โดยเฉพาะคนที่เป็นแพทย์จะมีอำนาจอยู่ในตัวทุกคน ปกติคนที่มีอำนาจกับคนที่ไม่มีอำนาจจะมีช่องว่างระหว่างกันอยู่ในระดับหนึ่ง ประมาณว่าระดับ 10 ถ้าคนที่มีอำนาจยิ่งแสดงอำนวจออกไปมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ช่วงว่างนี้มากขึ้นเท่านั้น เช่น หมอด่าพยาบาล จากเดิมช่องว่างเท่ากับ 10 อาจจะเพิ่มเป็น 15 หรือ 20 แล้วแต่ความรุนแรง ดังนั้นคนที่มีอำนาจจึงไม่ควรที่จะแสดงอำนาจมากนักเพื่อลดช่องว่างดังกล่าว ต้องใช้อำนวจให้น้อยลงและแทนความมีอำนาจนั้นด้วยการสร้างสัมพันธภาพแทน เช่น การพูดจาด้วยความเมตตา การสั่งสอนด้วยความจริงใจและเอาใจใส่เป็นต้น เพื่อลดช่องว่างที่มีอยู่ให้น้อยลง “ ฉันตอบเพื่อชวนให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคิด แต่สุดท้ายแล้วก็คงไม่คำตอบใด เพราะไม่มีใครที่จะไปเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้ง่ายๆ นอกจากคนๆนั้นจะเรียนรู้บทเรียนที่เกิดขึ้นกับตนเอง จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือปรับปรุงตัวเอง และบางครั้งคนๆนั้นอาจจะต้องได้รับประสบการณ์ที่เจ็บปวดเสียก่อนจึงจะเกิดการแก้ไข

   บ่อยครั้งที่คนที่มีอัตตาสูงๆ มักจะสร้างความเจ็บปวดให้กับคนรอบข้างไม่มีการใดก็วิธีการหนึ่ง

“คนไข้เหนื่อยมาค่ะ วัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดได้ 90%” ผู้ช่วยพยาบาลรายงานแพทย์และพยาบาลที่กำลังอยู่ในห้องฉุกเฉิน หลังจากนั้นพยาบาลได้เข้าไปประเมินอาการ และซักประวัติจากญาติ

“หมอ พี่ขอให้ ออกซิเจนสูดทางจมูกสัก 3 ลิตรต่อนาทีนะค่ะ” พยาบาลหัวหน้าห้องฉุกเฉินพูดกับแพทย์ เพื่อขออนุญาติให้การช่วยเหลือผู้ป่วย

“มาตรวจเองเลยดีมั้ย” หมอพูดตอบกลับไป พร้อมด้วยแววตาและสีหน้าที่เรียบเฉย และทันใดนั้นเอง หัวหน้าพยาบาลก็พูดขึ้นว่า “งั้นคุณหมอเชิญตรวจตามสบายเลยค่ะ” แล้วก็เดินออกจากห้องฉุกเฉินไป

          การสร้างเจ็บปวดให้กับคนอื่นมีได้หลายวิธี วิธีการหนึ่งที่พบกันบ่อยในแผนกฉุกเฉิน ซึ่งฉันเรียกวิธีการนี้ว่า “ตะปูทิ่มแทงใจ” มีที่มาจากเรื่องเล่าที่เล่าต่อๆกันมาอยู่เรื่องหนึ่งว่า มีชายหนุ่มขี้โมโหคนหนึ่งชอบทะเลาะกับคนในหมู่บ้านเป็นประจำจนสร้างความทุกข์ใจให้กับผู้เป็นพ่อเป็นอย่างมาก ผู้เป็นพ่อไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร จึงบอกกับลูกว่า “ ถ้าลูกจะโมโหก็โมโหไป แต่ทุกครั้งที่ลูกเกิดอารมณ์นี้ขึ้นมาให้เอาตะปูที่พ่อเตรียมไว้ให้ 100 ดอก ไปตอกที่เสาบ้าน ” ลูกชายปฏิบัติตามที่พ่อบอกโดยดี และในเวลาไม่นาน ประตู 100 ดอกก็หมดลง ลูกชายจึงมาถามพ่อว่า “ตอกตะปู 100 ดอกหมดแล้ว ทำไมถึงยังเป็นคนขี้โมโหอยู่อีก” พ่อเลยตอบกลับไปว่า “เจ้ายังทำไม่ครบ ต่อไปถ้าเจ้าเกิดอารมณ์โมโหอีกก็ให้ไปดึงตะปูที่เจ้าเคยตอกอยู่ที่เสาบ้านออก ทีละตัวในทุกๆครั้งที่เจ้าโมโห” ชายหนุ่มปฏิบัติตาม ทุกครั้งที่เขาเกิดอารมณ์โกรธก็จะไปดึงตะปูจากเสาออกทีละตัว ทุกครั้งที่ดึงออกเขารู้สึกว่าต้องออกแรงมากกว่าการตอกตะปูลงไป เขาจึงกลับมารายงานผู้เป็นพ่อ พ่อจึงพูดขึ้นว่า “ลูกเห็นมั้ยเวลาที่เราพูดกล่าวว่าหรือด่าคนอื่น เป็นเรื่องที่ง่ายมากเหมือนกับการที่เราตอกตะปูไปลง แต่คนที่รับฟังเราเขาจะมีรอยแผลเป็นที่เราประทับไว้ เราจะรักษาแผลเป็นนี้ยากมากเหมือนกับการดึงตะปูนี้ออกมา และถึงแม้ว่าเราจะดึงตะปูออกมาแล้วเหมือนกับรักษาแผลนี้ให้หายแล้ว แต่รอยตะปูที่เราตอกลงไปก็ยังไม่จางหาย เขายังคงจำพฤติกรรมของเราไว้อยู่จนยากที่จะลืมเลือน” เมื่อลูกได้ฟังคำสอนของพ่อ ก็สำนึกขึ้นมาได้ และเลิกพฤติกรรมนี้โดยสิ้นเชิง

SHARE
Written in this book
ความสุข  ณ ห้องฉุกเฉิน
ประสบการณ์การทำงานในห้องฉุกเฉินที่มาพร้อมความตื่นเต้น และความสุขในการทำงาน
Writer
khwanjai
Writer
Writer: Khwanjai W. รับเขียนบทความสุขภาพ และบทความ How to ติดต่อ LineID: @writer2happy Fanpage: https://www.facebook.com/Writer2Happy/

Comments