ใครๆก็ไม่รักเชษ -ดูพฤติกรรมสังคมผ่านละคร 'พิษสวาท'-

เราเชื่อว่าใครหลายคนซึ่งเป็นแฟนละครเรื่อง 'พิษสวาท' จะต้องมีถ้อยคำผรุสวาทผุดขึ้นมาในหัวแทบทุกครั้งเมื่อเห็นตัวละคร 'เชษฐา' ลงมือทำอะไรสักอย่าง...

"หยุดเหอะเชษ น่ารำคาญว่ะ'
"เชษแม่งเอาอีกแล้ว วุ่นวายเขาไปทั่ว"
"อิเชษ!! หยุดเผือกกกก!!!"

สำหรับเรา เหตุผลหลักที่ทำให้คนดูไม่รักเชษ คือ นางไม่ยอมเชื่อเสียทีว่าอดีตชาติ กรรม และเรื่องราวเหนือธรรมชาติต่างๆที่เกิดขึ้น(ในละคร)เป็นความจริง นางเชื่อว่าทุกอย่างต้องอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ที่ร่ำเรียนมา จึงมุ่งมั่นหาความจริงแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆว่าจะไปขัดขาพี่อัคไม่ให้ตามหาอดีตชาติได้อย่างสะดวกไหม หรือสร้างความรำคาญแก่คุณสโรชินีรึเปล่า ความดื้อรั้น มุทะลุ ขัดแข้งขัดขานี้ทำให้คนดูหลายคนเกลียดเชษได้อย่างง่ายดาย และไม่ลังเลที่จะอ้าปากด่าทุกครั้งเวลาที่เชษพยายามตามหาความจริงอย่างเอาเป็นเอาตาย

แต่หากลองมองในมุมของเชษ และหากลองคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในละครเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าเรา 'จริงๆ' เราจะทำอย่างไร? จะยอมเชื่อคำพูดของอัคนี ทิพย์ และสโรชินีไหมว่าเรื่องอดีตชาติ และความลึกลับเหนือธรรมชาติมีอยู่จริง หรือจะตั้งคำถาม และหาหลักฐานมายันให้ถึงที่สุดเหมือนอย่างที่เชษฐา ตัวละครที่ใครหลายคนเกลียดกำลังทำอยู่ 

เราเชื่อว่าในชีวิตจริง หลายคนคงเลือกที่จะทำแบบเชษ... 

แล้วอะไรคือเหตุผลที่พวกเรา 'รังเกียจ' พฤติกรรมของเชษในละคร แต่กลับคิดว่าพฤติกรรมดังกล่าว 'สมควร' นำไปปฏิบัติในชีวิตจริงล่ะ???

สาเหตุน่ามาจาก 'ข้อมูลที่พวกเรารับรู้' อย่างเช่นในละครเรื่องพิษสวาท เราได้ดูฉากอุบลถูกตัดหัว อุบลกลายเป็นผู้เฝ้าทรัพย์แผ่นดิน และอุบลลงโทษผู้ที่เข้ามาขโมยทรัพย์นั้นด้วยพลังลึกลับเหนือธรรมชาติ เราจึง 'รู้' ว่าในละคร คุณอุบลหรือสโรชินีเป็นผีจริง และรำคาญเชษที่ไม่ยอมเชื่อ 'ความจริง' ที่พวกเรารู้เสียที ทั้งๆที่เชษก็ไม่ผิด เพราะในละคร เขาไม่ได้เห็นฉากที่ว่าอย่างที่พวกเราเห็นนี่ เชษก็เหมือนพวกเราในชีวิตจริงนี่แหละ ที่ไม่ได้รับข้อมูลมากพอจนทำให้สามารถเชื่ออะไรบางอย่างได้

อย่างไรก็ตามการ 'รู้' ข้อมูล ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เรารู้จะเป็นความจริงไปเสียหมด ฉากหนึ่งที่ดีมากในละครเรื่องพิษสวาท คือ ฉากที่คุณอุบลพาดวงวิญญาณของอัคนี ทิพย์ และเชษไปฟังคำพิพากษาจากท่านยมเทพ อุบล 'เชื่อ' ในสิ่งที่ตน 'รู้'  ว่าพระอรรคตัดคอตนและหนีไปกับทิพย์ จึงร่ำร้องหาความยุติธรรมอย่างน่าเห็นใจ คนดูหลายคนที่ได้ 'รู้' ข้อมูลชุดเดียวกับอุบลว่าพระอรรคฆ่าอุบลจริงก็คงจะรู้สึกสงสารอุบลไม่น้อย และคงจะเชียร์ให้อัคนีรับผลกรรมของตนเร็วๆ ท่านยมเทพซึ่งฟังความจากอุบลมา (น่าจะได้ฟังมาหลายร้อยปี) ก็แสดงทีท่าเหมือนจะตัดสินให้เป็นเช่นนั้น แม้แต่ตัวอัคนีเองก็พูดซ้ำๆแค่ว่า เขาจะชดใช้คืนให้อุบล เพราะความรู้สึกสงสาร ความรู้สึกรัก และความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นจากการได้ฟังข้อมูลของอุบล 

คนเดียวที่(เผือกและ)ทำตัวขวางโลกในวินาทีนั้น ยังคงเป็นเชษ...

เชษเป็นคนเดียวที่คัดค้านและเสนอให้ทุกคนตามหาความจริงของพระอรรคในอดีตชาติก่อนแล้วค่อยตัดสิน คำพูดของเชษทำให้ท่านยมเทพถึงกับเงิบไปเล็กน้อย (สังเกตจากเสียงที่เงียบหายไปหลายวิ 555) ก่อนจะหันไปถามอุบลว่าจะเอายังไง เหมือนกับเพิ่งรู้ตัวว่า เออ! มันก็ควรตัดสินอย่างนั้นนี่หว่า ไม่ใช่ฟังความจากอุบลข้างเดียว

ฉากนั้นทำให้เรานึกถึงพฤติกรรมทางสังคมอย่างหนึ่งซึ่งเห็นได้ชัดในอินเตอร์เน็ต นั่นคือ เวลามีข่าวอะไรบางอย่างถูกนำเสนอออกมา โดยเฉพาะถ้าข่าวนั้นเป็นข่าวที่เล่นกับอารมณ์ความรู้สึกของคน เช่นข่าวข่มขืน ข่าวการรับน้องที่ผิดพลาด หรือข่าวการลอกเลียนแบบที่เป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ พวกเรามีแนวโน้มที่จะรับข้อมูลนั้นๆด้วยอารมณ์ และใช้อารมณ์ความรู้สึกเดียวกันนี้พิมพ์ก่นด่าลงในช่องคอมเม้นต์โดยไม่เสียเวลาคิดวิเคราะห์ว่าข่าวนั้นมีมูลความจริงอยู่กี่เปอร์เซ็นต์กันแน่ และเป็นการฟังความแค่ข้างเดียวหรือไม่ ในกรณีนี้ คนที่ทำตัวเป็นเชษ คือ คนที่เข้ามาคอมเม้นต์แย้ง หรือเตือนให้ทุกคนฉุกคิดก็เปรียบเสมือนการเอาเรือไปขวางน้ำเชี่ยว โดนกล่าวหาว่าเป็นพวกเดียวกันกับผู้กระทำผิดในข่าวไปเสียอย่างนั้น

ยกตัวอย่างเช่นข่าวรับน้อง ที่มีข้อมูลออกมาว่าน้องต้องกระโดดลงบ่อเคมี พอทุกคนได้รับข้อมูลนั้นเข้า ก็พาลโมโหและพิมพ์ด่ามหาวิทยาลัยกันยกใหญ่ แม้จะมีนักศึกษาจริงๆมาแย้งว่าบ่อดังกล่าวไม่ใช่บ่อเคมี แต่แค่อยู่ละแวกตึกเคมีเลยถูกเรียกเช่นนั้น ก็ไม่มีใครฟัง โดนกล่าวหาว่าปกป้องมหาวิทยาลัยไปเสียอย่างนั้น ทำไมก่อนที่จะโกรธ ไม่มีใครฉุกคิดว่าถ้าเป็นบ่อเคมีจริง รุ่นน้องคนอื่นที่กระโดดลงไปก็น่าจะได้รับผลคล้ายๆกันไม่ใช่หรือ?

หรืออย่างข่าวที่ว่าคนไทยไปลอกเลียนแบบสิ่งก่อสร้างของฝรั่ง พอพวกเราได้รับข้อมูลว่าของฝรั่งสร้างก่อนและมีการปล่อยแบบออกมาให้ดาวน์โหลด เราก็ด่าคนไทยซะเสียหมาว่าไปลอกของเขามา มีใครฉุกคิดไหมว่าบางทีอาจเป็นแค่ความบังเอิญจริงๆก็ได้ เพราะในโลกของงานออกแบบมีกรณีแบบนี้อยู่เยอะไป ผิดหรือที่คนเรามีความคิดคล้ายกัน แน่นอนว่าถ้ามีคนพิมพ์ความเห็นเช่นนี้ลงไป คงโดนด่าว่าเข้าข้างคนไทยคนนั้นอีก


ถึงคุณอุบลจะน่าสงสารแค่ไหน เราก็ไม่ควรด่วนตัดสินว่าอะไรจริง หรือไม่จริง

ถึงจะไม่ได้เรียนหมอ หรือจบคณะวิทยาศาสตร์อย่างเชษ แต่เราทุกคนก็ควรจะทำตัวแบบเชษ รู้จักคิดวิเคราะห์ ใช้เหตุผล และหาหลักฐานมาสนับสนุนให้มากพอก่อนที่จะตัดสินใจ 'เชื่อ' อะไรไป


เราหวังว่าสักวันหนึ่ง สังคมของเราจะเป็นสังคมที่รับฟังและเปิดกว้างแม้ความเห็นนั้นจะแตกต่าง รับฟังข้อมูลและแสดงความคิดเห็นด้วยเหตุผลไม่ใช่อารมณ์ สังคมที่คนอย่าง 'เชษ' จะกลายเป็นคนที่ใครๆก็รัก


สักวันหนึ่ง.

SHARE
Writer
indigotree
Ex-writer
Ex-Writer・ Art-learner・ Songs-Listener・ Nature's beauty Appreciator

Comments

Antarakala
4 years ago
มา อิติกิราย - อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือเช่น ข่าวลือ ข่าวโคมลอย เป็นมงคลตื่นข่าว 
Reply