เปิดประสบการณ์โลกมืด
เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปทำกิจกรรมสุดสนุกและได้ความรู้มากมายเลยทีเดียว ก่อนอื่นเลย ต้องบอกว่าเรามีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมนี้เพราะ bookburi ร้านหนังสืออิสระผู้ใจดี จัดสรรให้เหล่านักอ่านอย่างเราได้ไปพบปะหนอนหนังสือด้วยกัน และไปทำกิจกรรม "เปิดประสบการณ์มืด" นี้ด้วย ในบทความนี้ ขอเล่าถึงนิทรรศการที่ให้ความรู้นี้ก่อน แล้วบทความหน้าค่อยเล่าเรื่องกิจกรรมหนอนหนังสือให้ฟังอีกทีละกันนะ
เริ่มต้นเจอกันที่จามจุฬีสแควร์ชั้น 4 เดินทะลุร้านหนังสือศูนย์หนังสือจุฬาฯ เข้าด้านขวา แล้วจะเจอตัวทางเข้านิทรรศการที่ติดกับมิวเซียมวิทยาศาสตร์ จ่ายค่าเข้า 90 บาทเท่านั้น จากนั้นก็จะรวมพลให้ได้รอบละ 8 คน และรอบถัดไปก็รออีก 15 นาทีโดยประมาณ เจ้าหน้าที่ด้านนอกจะให้เก็บของในล็อคเกอร์ (ในที่นี้คือ เก็บนาฬิกา หรือของที่สามารถสะท้อนแสงด้วย) แนะนำให้นำเงินติดตัวนิดหน่อยด้วย เพราะด่านสุดท้ายมีการซื้อของนิดหน่อย แต่ถ้าไม่อยากซื้อก็ไม่บังคับกันจ้า เก็บของเสร็จก็จะได้รับเจลล้างมือ กับไม้เท้าคลำทาง เจ้าหน้าที่จะสอนการใช้ไม้เท้าเล็กน้อย และได้แนะนำให้พวกเราหลับตาตลอดทริป เพราะข้างในสร้างให้เป็นภาวะมืดสนิท ถึงเราจะเปิดตา ก็ไม่เห็นอะไรอยู่ดี และอาจทำให้เราปวดหัวด้วย เพราะตาเราจะพยายามหาแสง (ซึ่งอย่างที่บอก ก็คือไม่มี)
พอเดินเข้าได้สักนิดหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงของไกด์ที่อยู่ภายใน ซึ่งไกด์คนนี้จะเป็นผู้ช่วยคอยนำทาง และช่วยเหลือเราตลอดทริปนี้ แนะนำตัวเสร็จ ก็ค่อยๆ ให้เราคลำทางไปเรื่อยๆ หรือบางที่ก็จะให้เราใช้ไม้เท้าเคาะดูว่าเป็นที่สูง หรือมีขั้นบันไดหรือเปล่า
ห้องต่างๆ ในนิทรรศการ จะจำลองเหมือนสถานที่ในชีวิตประจำวันทั่วไป ไม่ว่าจะเดินสะพานไม้ ตลาด ขึ้นรถเมล์ ดูหนัง ฟังเพลง หรือบาร์ ประสบการณ์ทั้งหมดที่เราได้รับนั้น ล้วนมาจากประสาทสัมผัสต่างๆ ในทุกๆ ส่วนของร่างกาย ยกเว้นอย่างเดียวคือดวงตา
ขอไม่สปอยว่าแต่ละห้องมีอะไรบ้าง เพราะอยากเชิญชวนให้ทุกคนได้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองดู แต่อยากเล่าถึงความรู้สึกและสิ่งที่ได้จากการเดินนิทรรศการนี้ให้ทุกคนฟัง ว่ามันเปิดโลกกว้างให้เราจริงๆ
1. ความรู้สึกที่ต่างออกไป และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เรากลัว
2. การเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอด
3. รู้สึกเกรงใจในการคลำ และรู้สึกแปลกในการถูกสัมผัส เพียงเพราะต่างคนต่างอยากเอาตัวรอด และรบกวนกันน้อยที่สุด
4. เสียงต่างๆ ที่เราได้ยินรอบตัว เราไม่สามารถบังคับได้ เมื่อออกสู่โลกแห่งความเป็นจริง แน่นอนว่าเกิดความสับสนเป็นอย่างมาก เมื่อเราไม่มีดวงตาคอยมองแล้ว
5. ต้องใช้สมาธิให้มากในการรับฟัง หรือเรียนรู้โลกมืดรอบตัว
6. ได้เข้าใจความยากลำบากของคนพิการทางสายตา ที่ต้องดำรงชีวิตร่วมกับพวกเรา
7. ได้เรียนรู้จากไกด์ และเพื่อนพิการทางสายตาอย่างน้อยพลอย ว่าพวกเขา ไม่ได้ต้องการให้เราเห็นใจ หรือเสียใจที่เขาเป็นเช่นนี้ แต่อยากให้พวกเราได้เข้าใจพวกเขา และใจเย็นกับพวกเขา ก็พอแล้ว
8. ได้เข้าใจให้ถูกต้อง กับสิ่งที่เราเคยคิดผิด และมองต่างมุมออกไป
นอกจากลิสต์ที่บอกมาทั้งหมดนั้น ยังมีข้อคิดอีกมากมายที่ได้จากการสอบถามไกด์ และน้องพลอย ว่าโลกอันมืดสนิทของพวกเขานั้นเป็นเช่นไร
สุดท้าย อยากบอกเลยว่านิทรรศการเปิดโลกมืด ที่มีชาวเยอรมันเป็นต้นไอเดียนั้น ให้เราเกินคุ้มกว่าราคา 90 บาทที่คุณต้องจ่ายแน่นอน อยากให้ทุกคนได้มา ได้สัมผัส และที่สำคัญ ได้เข้าใจถึงเพื่อนกลุ่มนี้ด้วย ฝากไว้ด้วยนะคะ

SHARE
Writer
NettyNice
World's Amateur
Just someone who interested in new experiences

Comments