วันที่หมดรัก
                                              ผมรับไม่ได้ครับพี่ !!!                                                                                   ผมเหนื่อยครับ !!!                                                                          จะต้องให้ขอโทษตลอดชีวิตเลยเหรอคะ??? 

        เป็นประโยคที่น้องทั้งสองบอกฉันในฐานะพี่ที่น้องผู้ชายนับถือ ฉันมีโอกาสได้เป็นพี่เลี้ยงในการถ่ายทอดประสบการณ์ และสอนให้ฝ่ายชายได้เรียนรู้งานเมื่อตอนเข้ารับราชการ ด้วยบุคลิกที่เงียบขรึมไม่โฉ่งฉ่างทำให้เค้าเข้ากับผู้มาติดต่อได้ดี หลังจากต้องแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ต่างจังหวัดไม่มีโอกาสได้เจอกัน จนวันที่น้องแจกการ์ดแต่งงานฉันรู้สึกดีใจไปกับเค้าสองคน ยินดีในความรักที่ได้ดำเนินมาจนถึงจุดสูงสุด เค้าทั้งสองคนแต่งงานกันในปีที่กรุงเทพน้ำท่วม ฉันไม่เคยทราบชีวิตหลังแต่งานของพวกเขา ได้ติดตามทาง Facebook บ้าง จนรู้ว่าเค้าสองคนมีลูกสาวที่น่ารักปัจจุบันอายุใกล้สามขวบ ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องมาเป็นคนกลาง ในวันที่ความรักของทั้งสองคนจืดจาง ฉันปลอบใจให้กำลังใจทั้งสองฝ่าย ให้สำรวจตัวเอง ยอมถอยคนละก้าวและถามตัวเองว่าหากไม่มีอีกคนอยู่เคียงข้างแล้วชีวิตเราจะอยู่ได้ไหม ให้มองหน้าลูกซึ่งเป็นตัวแทนของความรักของพ่อและแม่ เค้าเกิดมาในตอนความรักของพ่อกับแม่ผลิบานเต็มที่

...เด็กผู้หญิงผิวขาว  ตาโต  ผมมันเลื่อม  รอยยิ้มอันสดใสที่ใครๆ  หลงรักเมื่อได้เจอ เธอมีความผิดไหม??? ที่พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งต้องเดินออกจากชีวิตที่แสนอบอุ่นและปลอดภัยสำหรับเธอ เธอควรมีทั้งพ่อและแม่ที่อยู่ดูแลให้ความรัก ความอบอุ่นจนเติบโตอย่างแข็งแรง พร้อมที่จะใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ต่างหากล่ะ 
  
        การใช้ชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องง่าย คนสองคนต่างถิ่นที่เกิด ต่างพ่อต่างแม่ ต่างการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อมาใช้ชีวิตด้วยกันจริง ความต่างจะทำให้เราเห็นข้อบกพร่องของกันและกัน ที่สำคัญคือเราต้องพร้อมยอมรับ และรู้จักให้อภัยคนที่เรารัก ให้เกียรติคู่ชีวิต มองหาข้อดีมาลบล้างข้อไม่ดีของคู่ชีวิตให้ได้ จึงจะสามารถประคับประคองชีวิตคู่ให้ไปตลอดรอดฝั่ง
        ฉันเห็นเพื่อนผู้ชายหลายคู่ที่ต้องหย่าร้างกับภรรยา แต่ทั้งหมดเกิดจากความประพฤติของฝ่ายชาย ซึ่งฉันเข้าใจความรู้สึกของฝ่ายหญิงดี เพื่อนผู้ชายมักบอกว่าไม่ใช่ไม่รักภรรยานะ แต่ความรักที่มีให้ภรรยามันกลายเป็นหน้าที่ที่พึงมีและปฏิบัติต่อกัน
                              หัวใจกูมีดวงเดียว แต่กูแบ่งไว้หลายห้อง                               ท้าหย่าทุกวันเลย เดี๋ยวก็หย่าจริงๆ ซะเลย        นี่คือประโยคที่เพื่อนผู้ชายทั้งสองคนที่ฉันเคยร่วมงานด้วย พากันพูดหรืออ้างไว้ เมื่อตอนนอกใจภรรยา ทั้งสองคนชอบหาเศษหาเลยนอกบ้าน ฉันรู้สึกสงสารภรรยาของพวกเขาเป็นที่สุด แต่แล้ววันหนึ่ง เพื่อนผู้ชายหนึ่งในสองคนนี้มาเล่าให้ฟังว่า ภรรยามาเขียนกระดาษโน๊ตเล็กๆ ไว้ในกระเป๋าสตางค์ เธอเขียนข้อความไว้ว่า 
                        "แม่ยอมโง่ในสายตาคนอื่น ดีว่าแม่ฉลาดแล้วต้องเจ็บปวดตลอดชีวิต" 
       ฉันฟังแล้วรู้สึกสงสารฝ่ายหญิงเป็นที่สุด ความเป็นแม่ ความเป็นภรรยาทำให้เธอต้องยอมทนรับสภาพกับความเจ้าชู้ของสามี เธอเคยเล่าให้ฉันฟังว่าฝ่ายชายมีนิสัยเจ้าชู้มาตลอด แม้กระทั่งวันที่แจกการ์ดแต่งงานแล้วเธอยังจับได้ว่าสามียังมีคนอื่นแต่ในที่สุดชีวิตครอบครัวของเค้าสองคนก็ต้องขาดสะบั้นลง เมื่อถึงจุดที่ฝ่ายหญิงหมดความอดทน เธอรับไม่ได้เมื่อมีผู้หญิงมาท้องกับสามีเธอ เธอเป็นฝ่ายขอหย่าแต่ยังคงอยู่บ้านกับลูกทั้งสอง ฝ่ายชายคงสำนึกได้เมื่อตอนภรรยาขอหย่า แต่ก็สายไปแล้วสำหรับการใช้ชีวิตร่วมกันต้องยอมเซ็นใบหย่า แต่ยังคงไปมาดูแลลูก และต้องมีลูกเพิ่มจากหญิงที่ไม่ได้ตั้งใจรับเป็นภรรยา มันเป็นเวรกรรมที่เค้าสร้างและต้องชดใช้
       เพื่อนผู้ชายอีกคนของฉันไม่แตกต่าง ต้องมาหย่ากันตอนลูกโตพอที่จะรับรู้สิ่งต่างๆ ได้บ้าง เค้าเล่าว่าหลังจากหย่ากันสักพักภรรยากลับมาขอคืนดี แต่เค้าไม่อยากคืนดีด้วยแล้ว ภรรยาเชื่อคนอื่นที่มายุแยงทำให้ครอบครัวล่มสลาย เค้าได้จัดการสินสมรสไปตามสิทธิเรียบร้อย ยังไปมาหาสู่ดูแลลูก เค้าบอกว่าลูกยังได้รับความรักจากทั้งสองฝ่าย แต่สำหรับฉันคนที่รู้ดีที่สุดคือลูกของเค้าต่างหากที่จะตอบว่าความรักที่ได้เหมือนเดิมแบบตอนพ่อแม่อยู่ด้วยกันหรือไม่ฉันเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นอุทธาหรณ์ในการใช้ชีวิตคู่ อย่าให้มีวันที่หมดรัก เมื่อความรักเริ่มจืดจาง ให้หาสิ่งมาเติมเต็มในความรัก ซึ่งแต่ละคู่อาจไม่เหมือนกัน แต่กฎของการใช้ชีวิตคู่ คือ ห้าม!!! ท้าหย่า     ห้าม!!! เก็บเสื้อผ้าขับรถออกนอกบ้าน   
       ฉันมีโอกาสได้รู้จักและร่วมงานกับพี่ผู้หญิง ที่เธอมีสามีเจ้าชู้ เธอรับรู้ทุกอย่างเหมือนที่คนอื่นรู้ แต่เธอกลับมีอีกมุมมองในชีวิต เธอบอกฉันว่า... 
         "ก่อนจะขอหย่า หรือขอเลิกกับเค้า ให้ถามตัวเองก่อนว่า ถ้าไม่มีเค้าเราอยู่ได้จริงไหม?"
       มุมมองของเธอทำให้ฉันจดจำมาใช้ในการดำเนินชีวิตคู่ของตัวเอง ทำให้เราได้คิดทบทวน และนำไปสอนน้องๆ ที่กำลังมีปัญหาในชีวิตคู่ หรือในวันที่หมดรัก
      สุดท้าย...ฉันได้แต่หวังว่า...น้องทั้งสองคนจะยังสามารถหาสิ่งที่เติมเต็มในความรักที่เค้ามีต่อกันได้ทันเวลา ชีวิตคู่ของเค้าทั้งสองคงยังไม่ทันเดินทางมาถึงวันที่หมดรัก...





SHARE
Writer
plaifah
It' my life.
เศษเสี้ยวของชีวิตที่อยากเล่าให้ฟัง

Comments

Nihil
12 months ago
ไม่จำเป็นนะครับ ที่ครอบครัวต้องมีพ่อแม่ครบลูกถึงจะมีความสุข ถ้าพ่อแม่หมดรักกัน ฝืนอยู่กัน ลูกก็เครียดเปล่าๆ คนไทยติดภาพแบบนี้ แต่จริงๆหย่ากันไปลูกจะมีความสุขกว่า

เคยมีนักศึกษาคนนึงที่พ่อแม่ทะเลาะกันทุกวันแต่ไม่ยอมหย่ากัน อ้างเหตุผลว่าสงสารลูก แต่ตัวลูกบอกว่า เขาไม่ได้แคร์ว่าพ่อแม่ต้องทนอยู่ด้วยกัน ไม่ได้ต้องการ
Reply