"เจน" ในโลกความจริง
คิดถึงสาวหน้าหมวยที่ชื่อ "เจน" ในเรื่องฮอร์โมนหรือเปล่า....

ผมก็คิดถึงเหมือนกัน

ต่อให้ต้าเหนิงเล่นซีรีย์เรื่องไหนอีก ก็ยังเห็นเธอเป็น "เจน" เหมือนเดิม

ครบรอบ 1 ปีได้ที่เจนกลับมาในซีรีย์ฮอร์โมนอีกครั้ง เธอผู้นี้ผมดูแล้วรู้สึกชอบ หลงใหล และติดใจกับความเป็นตัวของตัวเจนมาก ต้องขอบคุณต้าเหนิงด้วยที่แสดงบทบาทของสาวร่างสูงหุ่นบางเบาและหน้าหมวย ๆ ที่ชื่อ "เจน" ออกมาได้ลงตัว และใกล้เคียงกับคนสนิทในช่วงวัยเรียนมากที่สุด

ดูทีไร ก็คิดถึงคน ๆ นี้ทุกที

ผู้หญิงที่ผมกล่าวถึงที่เป็นเพื่อนผม เค้าเป็นสาวที่ไม่ได้หน้าหมวยอะไรมากเท่าเจน ชอบแต่งตัว มีความเป็นตัวเองสูงมาก พูดตรง ๆ ไม่ค่อยเพราะแต่ไม่ค่อยหยาบคายในเวลาเดียวกัน ลุคเธอดูแรง ๆ ทั้งการแต่งตัว สีผม แววตาที่มอง การเคลื่อนไหว แต่เพื่อน ๆ ของเธอกลับประหลาดใจมากที่เธอไม่ค่อยพูดคำหยาบให้ฟัง แม้แต่การเรียก "มึง" หรือ "กู" ก็ไม่มีให้ได้ยิน แต่จะมี "วะ" แทน

ชื่อของเธอ ผมเรียกแทนเธอว่า "เบลล์" ล่ะกัน

"เบลล์ ถามอะไรหน่อยสิ" ผมถามเบลล์ตรง ๆ ตอนนั้นฝนใกล้ตกแล้ว

"ว่ามาเลย" เบลล์ตอบ

"เธอดูแรง แต่ทำไมไม่พูดคำหยาบเลย" ผมถามเธอตรง ๆ ด้วยความสงสัย บุคลิกของเธอมันดู Street แต่เธอไม่พูดคำหยาบให้ฟังเลย

"เราว่าการกระทำของเรามันก็ดูแรงโดยไม่ต้องใช้คำหยาบคายอะไรเลยว่ะ" เบลล์ตอบตรง ๆ "คือเราจะพูดหยาบเพื่ออะไรวะ เพื่อบอกว่าตัวเองแรง เป็นคนตรงงั้นเหรอ เบลล์รู้สึกว่า คนพูดคำหยาบบ่อย ๆ ต่อให้รวยล้นฟ้า มันดูถ่อย ๆ ยังไงไม่รู้ว่ะ ถ้าจะแรง มันต้องแรงมาจากภายใน ไม่ใช่แรงเพราะพูด ๆ ๆ อย่างเดียว เก็ทป่ะ"

"เก็ทอยู่แล้ว" ผมตอบและยิ้มให้เบลล์ "เบลล์ซะอย่าง รู้สึกวันนี้เหมือนเจนขึ้นทุกวันแล้วนะ"

"เอาอีกแระแก เราไม่ได้หน้าหมวยแบบต้าเหนิงนะจ๊ะ" เบลล์แอบพูดและยิ้มไป "จะว่าไป เราก็ชอบดูตัวละครเจนเหมือนกับแกนะ คือเค้ากับเรามันเข้ากันแบบ เฮ้ย!! ชีวิตเราเลยนี่หว่า"

ผมหัวเราะไปด้วยกันกับเบลล์ อันที่จริง วันนี้มีแพลนจะไปเที่ยวกลางคืนด้วยกันกับเบลล์ เห็นเบลล์บอกว่าอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างอะไรบ้าง จากที่อยู่ในห้องสมุดหรือห้องเรียนทั้งวัน มาขยับแข้งขยับขาและฟังเพลงไปด้วยกันบ้างก็คงดี นอกจากเบลล์แล้ว ก็มีเพื่อนในห้องอีกหลาย ๆ คนทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่างเป็นคนเด็ดเดี่ยวและไม่แคร์สังคมง่าย ๆ พวกเค้าไม่ชอบตั้งคำถามทุกเรื่อง แต่จะตั้งคำถามกับสิ่งที่มันดูซ้ำซากและจำเจ ถ้าจะเรียกว่า "หัวขบถ" ก็คงไม่แปลก และบางที เราและเพื่อน ๆ ก็ชอบซะด้วยสิ ที่มีคนเห็นว่าพวกเราไม่เหมือนใคร

4 ชั่วโมงต่อมา ที่ไนท์คลับแห่งหนึ่ง

"เฮ้ย แกอยู่ไหนวะ เนี่ยกำลังอยู่หน้าร้านอยู่เนี่ย" เบลล์ตะโกนบ่นใส่ผมผ่านมือถือ เสียงนางนี่ดุดันมากเหมือนไม่ใช่ผู้หญิงเลย

"เฮ้ย ใจเย็น ๆ" เราพูดหยุดความเร่าร้อนของเบลล์ เวลานางแรง ก็แรงมาก เวลานางเบา ก็เบาอย่างกะปุยนุ่น "รถติดมาก ๆ อย่าลืมนะว่า วันศุกร์และเสาร์ที่ทองหล่อรถติดเวอร์ ๆ"

"แล้วทำไมเรามาก่อนแกวะ" เบลล์ถามย้อนกลับ "แกนี่อืดตลอด"

"บ้า เราไม่ใช่บะหมี่แช่น้ำนะ" ผมตอบไปตรง ๆ แล้วหัวเราะเบา ๆ อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศเครียด ๆ ให้เป็นบรรยากาศเบา ๆ บ้างอะไรบ้าง เบลล์แรงแบบนี้ แต่ก็ไม่นาน ขึ้น ๆ ลง ๆ เดาใจยาก ก็ไม่ต้องไปเดาใจเลย

"เออ เออ เออ เออ ที่รู้ ๆ วันนี้ดีเจชื่อดังมาด้วย แกรู้จักป่าว ดีเจนิ่ม (นามสมมติ) นางเค้ายิ้มสวย เปิดเพลงแต่ละเพลงได้อารมณ์และมันเวอร์ ๆ เราว่าแกน่าจะชอบว่ะ"

"เดี๋ยวต้องลองฟังบ้างอะไรบ้างล่ะ" ผมพูดกลับหาเบลล์ผ่านทางโทรศัพท์ ตอนนี้ผมกำลังนั่งรถเมล์สาย 23 อยู่ โอ้ว! รถเมล์เข้าถนนเอกมัยแล้ว เดี๋ยวอีกซักพักก็คงถึงแน่นอน แต่ผมได้กลิ่นว่าคืนนี้ท่าทางจะนานน่าดู เพราะรถกำลังต่อแถวนานมาก โอ๊ย!!! กลิ่นควันรถก็ผสมกลายเป็นกลิ่นอะไรก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่กลิ่นที่น่ารื่นรมย์นัก เพราะมันเป็นกลิ่นควันผสมอะไรก็ไม่รู้ โอ๊ย!!! จะเป็นลม

"ตกลงตอนนี้แกอยู่ไหนวะ" เบลล์เริ่มกดดันผมอีกแล้ว ให้ตายสิ นางคนนี้เอาเรื่องนะเนี่ย แต่ดูแล้วท่าทางนางหงุดหงิดง่ายแบบนี้ไม่ต้องพูดไรมาก เดี๋ยวสักพักก็หายไปตามสไตล์ของนาง เราเลยวางสายและไม่พูดไม่จาอะไรเลย ไม่ต้องมาพูดอะไรแล้วนะ

ที่รู้ ๆ วันนี้ทำไมรถติดจัง ปกติถนนย่านเอกมัยมันไม่น่าติดแบบนี้นะ

10 นาทีต่อมา

ตอนนี้เราลงจากรถเมล์แล้ว เฮ้อ !!! ค่อยยังชั่วหน่อย เดินดีกว่าติดแหงกอยู่ท่ามกลางรถติด รู้สึกว่าตอนนี้คนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เอ๊ะวันนี้มันวันอะไร อ้อ วันศุกร์นี่เอง ไม่น่าล่ะ คนเยอะมาก ๆ เดินกันว่อนเลย อ๊ะ เจอเบลล์แล้ว!

"หวัดดีเบล" ผมพูด

"แกไปทำอะไรมาวะ ปล่อยให้สาวน้อยผู้นี้ต้องรอนานแสนนาน" เบลล์พูด

"ไม่น้อยแล้วเหอะ" ผมพูดตรง ๆ ไปเลย "มีหนวดแบบนี้เรียกว่า"

"ไอ้บ้า แกนี่ตลอดเลยนะ เออ ไปกันดีกว่า" เบลล์พูดแล้วพาเราไปที่ไนท์คลับแห่งหนึ่งตรงย่านทองหล่อเอกมัย มันเป็นดินแดนที่สวยสดงดงามเปี่ยวไปด้วยหนุ่มหล่อและสาวสวยเต็มไปหมด และดูเหมือนสาวเอเชียมาที่นี่กันหลายคนด้วย รู้สึกว่าเบลล์ร้อนรนเหมือนหาอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะโพล่งขึ้นมาว่า "ตายแล้ว"

"มีอะไรเหรอเบลล์" ผมถามเธอด้วยความสงสัย ดูท่าทางเธอจะกระวนกระวายแบบงง ๆ

"บัตรประชาชนหายว่ะแก" เบลล์ตอบ "ถ้าไม่มีบัตรประชาชน แล้วเราจะเข้าได้ไง"

จริง ๆ แล้ว เบลล์ลืมบัตรประชาชนเอาไว้ที่ร้านอาหารตอนที่กินข้าวด้วยกันเมื่อวันก่อน แต่เราไม่ได้บอกให้เบลล์รู้ว่าเราเก็บบัตรประชาชนเอาไว้แล้วนะ เพราะนิสัยที่ไม่ดีของเบลล์คือนางเป็นผู้หญิงที่ชอบวางของเยอะแยะและลืมเอาไว้ แน่นอนว่าผมเก็บบัตรประชาชนของเธอเอาไว้แล้ว และผมหยิบกระเป๋าตังค์ของผมพร้อมกับหยิบบัตรประชาชนของเบลล์ให้เบลล์ดู เบลล์เห็นบัตรประชาชนของเธอแล้วตาของเธอก็ลุกวาว!!! สุดยอดมาก ๆ

"นี่ใช่ป่ะ ที่กำลังตามหา" ผมถามเธอ

"เฮ้ย บัตรประชาชน!!" เบลล์ดีใจมาก ๆ ที่เจอบัตรประชาชนของเธอ "ขอบใจว่ะแก"

"ก็เธอลืมไว้ที่ร้านอาหารที่เธอกินด้วยกันกับเราวันนั้นน่ะ" ผมพูด "ขี้ลืมนะเธออ่ะ"

"บ้า" เบลล์พูด "ไป ๆ ๆ มาเข้าร้านนี้กันดีกว่า"

จากนั้นเบลล์ก็ลากมือเราเดินเข้าไปที่ร้าน ๆ หนึ่งในย่านเอกมัย - ทองหล่อ ร้านนี้เป็นร้านที่แตกต่างจากร้านอื่นตรงที่การจัดหน้าร้านเป็นสไตล์ตึกแถวเก่า ๆ ที่ชวนให้นึกถึงตอนเดินอยู่แถว ๆ วังบูรพา มันมีอยู่ร้านเดียวเท่านั้นที่มี Theme การจัดแบบนี้ 

และเมื่อเข้าไปแล้ว ก็สัมผัสถึงความแตกต่างอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่น่าเชื่อ ว่าตรงผนังของร้าน เต็มไปด้วยทีวีที่เปิดวีดีโออยู่ซ้ำ ๆ และวีดีโอนั้นก็เป็นรูปปากที่ทาลิปสติกที่ชอบทำปากเชิด ๆ หยิ่ง ๆ บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความมืดมน แต่แอบมีแสงไฟฉายเต็มไปหมด การจัดร้านมีองค์ประกอบศิลป์อย่างเต็มเปี่ยม ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ว่าผับที่เราต้องการเห็นมันมีอยู่ในเมืองไทยจริง ๆ

"เบลล์ได้นัดเพื่อนเอาไว้หรือเปล่า" ผมถามเธอ

"ไม่ได้นัดอ่ะ เราอยากไปเต้น ๆ กันกับเธอสองคนเท่านั้น" เบลล์ตอบ "เต้นกับคนเยอะ ๆ มันไม่โอเท่าไร"

"ฮ่า ๆ" ผมหัวเราะ แต่อีกใจนึง ท่าทางเราต้องแบกเบลล์กลับไปที่คอนโดที่เธอพักอีกแล้วสินะ เหงื่อตกเลยทีเดียว

เราไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมสาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ต้องไปผับด้วย เพราะมันเป็นสถานที่เปิดเพลงดังมาก ๆ แล้วก็น่าแปลกที่สาวหน้าตาดีหรือหนุ่มหล่อมีสกุลต่างไปที่ผับด้วย และหลาย ๆ คนก็ถ่ายรูปหรือเซลฟี่กันระเบิดระเบ้อ แต่เอาเข้าจริง ๆ นิยามผับในความคิดของเราช่วงวัยรุ่นคือสถานที่ฟังเพลงและเต้นกันมัน ๆ สุด ๆ ไม่สนใจอะไรนอกจากเสียงเพลง แต่ให้ตายสิ สมัยนี้หลายคนก้มหน้าจับแต่โทรศัพท์กัน ไม่ได้เต้นเหมือนเมื่อก่อน หากจะเต้น ก็เต้นแบบโยกนิด ๆ บางทีก็ไม่ได้ตามเพลง

หรือว่าหนุ่มหล่อสาวสวยเค้าชอบฟังเพลงกัน

"เออ ไม่ต้องจองโต๊ะนะ" เบลล์พูด "เรามีแค่สองคน ยืนสิงที่ไหนก็ได้ อิสระจะตาย"

เบลล์นี่เบลล์จริง ๆ

"เดี๋ยวเราสั่งค็อกเทลคามิกาเซ่สองแก้วนะ เอาแรง ๆ แต่แรกไปเลย จะได้เยิ้ม ๆ พริ้ม ๆ" เบลล์พูด แล้วนางเดินไปที่บริเวณบาร์ไปสั่งอย่างที่นางบอก ส่วนเราก็ยืนอยู่กับที่รอเบลล์ให้เดินกลับมาอีกรอบ เบลล์เดินไปตรง ๆ และมีการพูดคุยกับคนนู้นคนนี้ทีเหมือนจะเป็นคนเฟรนด์ลี่ แต่เอาจริง ๆ ตอนนี้เธออารมณ์ดีเท่านั้นเอง

ผ่านไป 7 นาที ดูเหมือนเธอสั่งเรียบร้อยแล้ว เธอถือคามิกาเซ่สองแก้วให้เธอดื่มเองและเราดื่ม แต่ว่ามีผู้ชายหน้าไหนมาคุยกับเธอ ดูแล้วคน ๆ นั้นออกแนวเจ้าเล่ห์เอาเรื่อง เราได้กลิ่น เรารู้

เราไม่ได้ยินว่าเค้าพูดอะไร เพราะในผับเสียงดนตรีที่เปิดดังมาก ๆ แทบจะไม่ได้ยินอะไรเลย แต่ดูท่าทางของเบลล์แล้ว ท่าทางจะไม่สู้ดีนัก เพราะเธอก็สะบัดแขนของผู้ชายคนนั้นอย่างไม่ใยดี แล้วเธอรีบเดินไปหาเราทันที

"เฮ้ยแก เราว่าย้ายที่ดีกว่า" เบลล์พูดหลังจากที่เธอเดินมาหาผมแล้ว

"ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันพูดอะไรกับเบลล์เหรอ" ผมตะโกนถามเธอแข่งกับเสียงเพลงในผับ

"มันจะจีบเรา แต่เราไม่ชอบ" เบลล์ตอบ "ไปเหอะ ไปอยู่ที่มืด ๆ หลบสายตา"

"เออ ๆ" ผมพูด แล้วผมจุงมือเบลล์ไปอยู่ที่อื่นในผับ ในใจของผมตอนนี้อยากออกจากผับจริง ๆ แล้ว จนกระทั่งเราและเบลล์หลบอยู่แถว ๆ ที่ที่ไร้เสียงเพลง มันเป็นพื้นที่ที่หลาย ๆ คนได้พูดจากัน และผมสังเกตเห็นกลุ่ม ๆ หนึ่งจะมีผู้ชายหน้าตาดีคุยกับกลุ่มสาว ๆ หลาย ๆ คน ดูท่าทางหนุ่มคนนี้นี่คิดจะหยิบสาวทุก ๆ คนในกลุ่มเลยเหรอ

"แกเห็นผู้ชายที่ป้อกับสาว ๆ คนนั้นมะ นั่นน่ะ เค้าเรียกว่า พียูเอ (PUA)" เบลล์พูด

"อะไรคือ PUA วะ" ผมถามกลับ "ผัวเหรอ"

"บ้า แต่ เออ จริงอย่างที่แกพูด เฮ้ย จะบ้าเหรอ ไม่ใช่ผัว ผัวที่ไหนป้อผู้หญิงมากกว่่า 1 คนล่ะ คนนั้นคือนักจีบหญิง" เบลล์ตอบ "เค้าคุยกับสาวเก่ง ๆ แล้วเอาทักษะที่ได้เปิดครอสสอนจีบสาว น่าจะคืนละ 4,000-5000 บาท"

"เฮ้ย มันมีด้วยเหรอ อาชีพนี้" ผมงงมากกับอาชีพที่เบลล์พูด

"มีมานานแล้ว ฮิตมากเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนี้เพิ่งมาบูม แต่ไม่มากเท่าเมื่อก่อน"
แทบไม่อยากจะเชื่อว่าในโลกกลางคืนมีสิ่งที่เรียกว่า PUA ด้วย
"งั้นแสดงว่า คนเมื่อกี๊ที่เข้ามาจีบเบลล์ เค้าเป็น PUA ด้วยสิ" ผมพูดกับเธอ

"ไม่ใช่ คน ๆ นั้นเข้าขั้นเรื้อน เมาด้วย ใครจะกล้ารับล่ะ" เบลล์อธิบาย 

"หวัดดีครับ" แต่แล้ว จู่ ๆ ก็มีหนุ่มหล่อคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผมและเบลล์ มาชวนคุยกับผม ผมตกใจมาก ๆ แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนเฟรนด์ลี่อยู่แล้ว ก็คุย ๆ กันดีกว่า

"หวัดดี มีอะไรเหรอ" ผมถามเขา

"พอดีเราไม่ได้เจอน้องหมวยนานแล้ว ให้ตายสิ นางโตเป็นผู้ใหญ่เยอะเลย ว้าว สุดยอดป่ะล่ะ" เฮ้ย ! คนนี้ชื่อเบลล์ ไม่ใช่ชื่อหมวย และอีกอย่าง หน้าเบลล์ก็ไม่ได้หมวยอะไรเลยด้วย เค้ามาทำอะไรกันแน่เนี่ย

"ค่ะ" เบลล์ตอบแล้วยิ้ม "หนูจำพี่ไม่ได้แล้วค่ะว่าชื่ออะไร"

"ชื่อต่อไง จำไม่ได้แล้วเหรอ" ต่อพูดกับเบลล์ ดูพิลึกยังไงชอบกล "จำต่อไม่ได้แล้วเหรอ ต่อที่เป็นเพื่อนเก่ากับเธอไงช่วง ม.ปลาย โตขึ้นเป็นสาวสวยเลย สวยแบบหมวย ๆ น่ารักกำลังดี แล้วผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ ใครเอ่ย"

"แบมครับ" ผมพูดชื่อเล่นปลอมให้เค้าได้ยิน คนบ้าอะไร พูดเยอะมาก

"แน่ะ อย่ามาตีเนียนเอาชื่อคนในวง GOT7 มาเรียกตัวเองสิ แหม่!!!" ต่อพูด "หมวย เดี๋ยวขอคุยกับเธอสองต่อสองหน่อยสิ พอดีมีเรื่องอยากคุยด้วย"

พี่คะ อย่ามาตีเนียนค่ะ หนูไม่รู้จักพี่ และไม่คิดจะรู้จักพี่ด้วย และหนูไม่เคยเห็นพี่ตอนอยู่โรงอาหารช่วง ม.ปลายด้วยค่ะ ถ้าจะเล่นมุกจีบหญิงในผับแบบนี้ ไปฝึกมาใหม่เถอะค่ะ ด้วยความหวังดี

"บ้า ไม่ได้คิดจะจีบเธอเลย แค่เห็นหน้าเธอแล้วคิดว่าเป็นเพื่อนกับสมัย ม.ปลายเท่านั้นเอง" ต่อยังแถไม่เลิก อย่างกะดริฟต์ค่อมราง

ตอนนี้ผมเริ่มมีสติระลึกได้แล้วว่า มันคือ "PUA" เหรอ

แต่ที่ทำได้ดีที่สุดคือ เดินจับมือเบลล์และเดินออกจากร้าน สักพัก ผู้ชายคนนั้นคว้ามือผมและปล่อยมือ ก่อนที่จะจับมือเบลล์และเดินไปด้วยกัน

"ปล่อยค่ะ" เบลล์พูด "หรือจะเรียกบอนเซอร์มาคะ"

"ไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะยอมเล่นเกมไปด้วยกันกับเรา" ต่อถามกลับ

"เกมอะไรคะ เกมจีบสาวเหรอ ขอโทษนะคะ คือหนูไม่นิยมเกมแบบนี้" เบลล์ต่อปากต่อคำกับต่อ "และอีกอย่าง พูดแบบนี้อยากให้ผู้หญิงชอบ หรือไล่ผู้หญิงไปไกล ๆ คะ ขอตัวก่อนค่ะ"

แล้วเบลล์จุงมือกับผมเดินไปที่อื่น พร้อมกับซดคามิกาเซ่ ค็อกเทลที่แรงที่สุดในร้านหมดแก้ว ผมก็ซดด้วยเหมือนกัน อาห์ แอลกอฮอล์เต็มคอเลย เพราะอยากไปที่อื่นแล้ว เบื่อ PUA ขี้ตื้อคนนี้ เหมือนแมลงวันบินตอมหน้ายังไงไม่รู้

"โหย เมื่อกี๊เจ๋งมากเบลล์" ผมชมเบลล์ "คงเจอพวกจีบสาวบ่อยล่ะสิ"

"อินเนอร์มันพุ่งมาเอง 5555" เบลล์พูดแล้วอมยิ้ม "แต่พวกนี้ บางคนก็อันตรายอยู่นะ นี่ถ้าไม่มากับแกเราโดนกินไปนานแล้ว บางทีก็แปลกใจกับตัวเองอยู่นะ หน้าเราก็สวย แต่ไม่ได้มากเหมือนพวกพริตตี้ นมก็แบนเป็นกระดาน แต่ทำไมคนชอบวะ"

"ขนาดเรายังชอบเลย" ผมพูด สักพัก เบลล์ก็หยุดพูดและอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะพูดออกมาว่า "บ้า อย่าทำให้เราเขินดิแก เราเป็นเพื่อนกันนะ"

"คือเบลล์เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงมากไง ผู้ชายเลยชอบมั้ง" ผมพูด "ไม่รู้ใช่ป่ะ แต่เอาเข้าจริง ๆ ถ้าจะเรียกเธอว่า "เจน 2" ก็คงไม่ผิดมั้ง

"อ่ะ ก็เราเป็นของเราอย่างงี้" เบลล์ตอบ "และแกเอาเจนมาเล่นอีกแล้ว บอกแล้วว่าเราไม่หมวยไง โธ่!!"

"ฮ่า ๆ ๆ" ดูไปดูมา มุมนึงของเบลล์ก็น่ารักไปอีกแบบ ต่อให้นางจะดูสตรองซักแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องมีมุมที่อ่อนโยนแบบผู้หญิงอยู่เสมอ บางที เบลล์มั่นใจในตัวเองสูงมาก แต่มันไม่ได้ใช้กับทุกโอกาส ถ้าเป็นการงาน เบลล์เข้าขั้นโปรแน่นอน แต่เรื่องบางเรื่อง บางครั้งมีมุมที่อ่อนแอที่เก็บซ่อนเอาไว้ และระบายให้คนที่ไว้ใจที่สุด

ผู้หญิงอย่างเจนและเบลล์ ทุกวันนี้มีเยอะมากขึ้นเพราะสังคมยุคนี้ส่งเสริมให้ผู้หญิงสวยเก่งและสตรองมากกว่ายุคก่อน ๆ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่อีกมุมหนึ่งแอบมีมุมที่อ่อนแอ เธอไม่ได้แรงตลอดเวลา เธอขอเพียงแค่ มีคนที่เคมีเข้ากันเข้าใจเธอก็เพียงพอแล้ว
SHARE
Writer
Campzzz
Content Specialist
นักเขียนบทความเกี่ยวกับชิวิต และการเดินทางของคน ๆ หนึ่งในเมืองใหญ่ที่เรียกว่า กรุงเทพมหานคร ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ campzzz.com

Comments