เด็กหนึ่งคนจะมีพ่อแม่ได้สูงสุดกี่คน?
ถ้าไม่นับกรณีรับเด็กมาเลี้ยงแล้วล่ะก็ เด็กหนึ่งคนจะมีพ่อแม่ได้สูงสุดกี่คน? 

บางคนอาจจะงงๆกับคำถาม ก็ต้องมีพ่่อแม่แค่สองคนสิ จะไปมีมากกว่านั้นได้ยังไง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เด็กทั่วไปก็มีพ่อแม่แค่สองคน ผมเองก็มีพ่อแม่แค่สองคน ไม่เคยมีมากไปกว่านั้น

แต่ก็มีสามีภรรยาที่ผมรู้จักคู่หนึ่งซึ่งพยายามมีลูกมาเป็นเวลาหลายปีตั้งแต่ยังอายุประมาณสามสิบปีจนถึงปัจจุบันอายุล่วงเลยสี่สิบปีไปแล้ว แต่แม้จะพยายามสักเท่าไหร่ภรรยาก็ไม่เคยประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ไม่ว่าจะด้วยวิธีตามธรรมชาติหรือด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ และจนท้ายที่สุดแล้วเมื่อไม่สามารถมีลูกเองได้ทางออกที่พวกเขาเลือกก็คือขอให้ลูกพี่ลูกน้องของภรรยาอุ้มบุญให้ ซึ่งสุดท้ายทั้งสองก็ได้ลูกชายมาหนึ่งคน

เด็กคนนี้จึงมีพ่อแม่สามคน พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดสองคน และแม่ผู้อุ้มบุญอีกหนึ่งคน

แต่กระนั้นก็มีสิ่งที่เรียกว่าการบริจาคตัวอ่อน ซึ่งต่างจากการบริจาคไข่หรือบริจาคอสุจิ เพราะไม่ได้นำมาผสมกับไข่หรืออสุจิของพ่อแม่ที่จะรับเลี้ยงดูแต่อย่างใด ทว่าเป็นการบริจาคตัวอ่อนที่ได้ทำการปฏิสนธิเรียบร้อยแล้ว ตัวอ่อนนี้ก็จะถูกนำไปฝังในมดลูกของหญิงที่ต้องการมีบุตร และเมื่อเด็กคนนี้คลอดออกมาเขาก็จะมีพ่อแม่สี่คน เป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดสองคน และพ่อแม่ผู้เลี้ยงดูอีกสองคน

เราคงจะจินตนาการได้ไม่ยากว่าถ้าเราเอาสองสถานการณ์ทางด้านบนมารวมกันเราก็จะได้จำนวนพ่อแม่มากกว่าเดิมอีก ถ้าพ่อแม่ผู้เลี้ยงดูไม่สามารถมีลูกได้เองและไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ แล้วขอให้คนอื่นอุ้มบุญตัวอ่อนที่มาจากการบริจาคให้ เด็กที่เกิดออกมาก็จะมีพ่อแม่ทั้งหมดห้าคน นั่นคือพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดสองคน พ่อแม่ผู้เลี้ยงดูสองคน และแม่ผู้อุ้มบุญอีกหนึ่งคน

ห้าคนก็อาจจะถือว่าเยอะมากแล้วในสถานการณ์ที่จำนวนมาตรฐานคือสอง แต่อย่าเพิ่งคิดว่าหมดแค่นี้ เพราะด้วยวิทยาการในปัจจุบันทำให้สามารถมีแม่เพิ่มขึ้นมาได้อีกหนึ่งคน นั่นคือแม่ผู้บริจาคไมโทคอนเดรีย

เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา โลกได้เห็นเด็กทารกที่มีพันธุกรรมจากพ่อแม่สามคน เรื่องมีอยู่ว่าสามีภรรยาชาวจอร์แดนคู่หนึ่งพยายามมีลูกมาเป็นเวลามากกว่าสิบปี ในช่วงเวลาเกือบสองทศวรรษที่ทั้งสองพยายามมานั้นผู้หญิงคนนี้แท้งบุตรไปสี่ครั้ง เธอคลอดลูกสาวออกมาได้คนหนึ่งแต่เด็กคนนี้ก็เสียชีวิตเมื่อตอนอายุหกปี เมื่อมีลูกชายอีกคนหนึ่งหลังจากนั้นเขาก็เสียชีวิตไปเมื่ออายุเพียงแปดเดือนเท่านั้น

สาเหตุสำคัญก็คือมารดามียีนของโรคที่เรียกว่า Leigh Syndrome ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่สามารถทำให้เกิดความผิดปกติของเด็กที่รุนแรงถึงชีวิตได้ ยีนนี้ถูกส่งต่อทางไมโทคอนเดรีย โดยไมโทคอนเดรียนั้นเป็นส่วนประกอบเล็กๆซึ่งมีหน้าที่ในการสร้างพลังงานให้เซลล์

ลักษณะพิเศษของไมโทคอนเดรียก็คือยีนของไมโทคอนเดรียจะถูกส่งต่อมาจากมารดาเท่านั้น ซึ่งต่างจากยีนทั่วๆไปที่จะมาจากบิดาครึ่งหนึ่งและจากมารดาอีกครึ่งหนึ่ง ไมโทคอนเดรียจึงเหมือนสายใยที่เชื่อมโยงระหว่างแม่กับลูก ทว่าในกรณีชองสามีภรรยาชาวจอร์แดนผู้นี้ลักษณะพิเศษของไมโทคอนเดรียกลับกลายเป็นเหมือนคำสาป เพราะเด็กที่เกิดมาก็จะได้รับเฉพาะไมโทคอนเดรียที่ผิดปกติของแม่

ทางออกของสองคนนี้คือวิธีที่เรียกว่า Mitochondria Transfer ซึ่งเป็นการนำไข่จากผู้หญิงที่มีไมโทคอนเดรียปกติมาดูดดีเอ็นเอในนิวเคลียสออกเพื่อกำจัดโครโมโซมจากเจ้าของไข่ เหลือไว้เพียงแค่พันธุกรรมในส่วนของไมโทคอนเดรีย จากนั้นจึงนำดีเอ็นเอซึ่งได้จากนิวเคลียสของภรรยาคนนี้มาใส่เข้าไปในไข่ใบนั้น เอาไข่ใบนี้ไปปฏิสนธิกับอสุจิของสามี แล้วจึงนำไปฝังในมดลูกของภรรยาอีกที สุดท้ายแล้วเด็กคนนี้จึงได้คลอดออกมา ซึ่งในตอนนี้ก็ดูเหมือนจะมีสุขภาพแข็งแรงดี

Mitochondrial Transfer เป็นวิธีที่ถือว่าได้รับการยอมรับมากพอสมควร อย่างน้อยก็มากกว่าวิธีที่เคยทำกันในช่วงทศวรรษที่ 90 เรียกว่า Cytoplasmic Transfer ซึ่งเป็นการนำเอา cytoplasm อันเป็นสารน้ำในเซลล์ (มีไมโทคอนเดรียรวมอยู่ในนั้นด้วย) จากไข่ใบหนึ่งไปฉีดใส่ไข่อีกใบหนึ่งที่จะถูกนำไปปฏิสนธิกับอสุจิ ปัญหาคือ Cytoplasmic Transfer นั้นทำให้เด็กที่เกิดมาหลายๆคนมีความผิดปกติทางพันธุกรรมและถูกสั่งระงับไป แต่ Mitochondrial Transfer นั้นในปัจจุบันเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับตามกฎหมายในสหราชอาณาจักร

เด็กคนนี้จึงเกิดมาด้วยข้อมูลทางพันธุกรรมจากพ่อแม่สามคน คือพ่อแม่ผู้ให้โครโมโซม 23 คู่สองคน และแม่ผู้ให้ไมโทคอนเดรียอีกหนึ่งคน ถ้าเราเอาสถานการณ์นี้ไปรวมกับสถานการณ์ทางด้านบนก็จะเห็นได้ว่ามีความเป็นไปได้ที่เด็กคนหนึ่งจะมีพ่อแม่ถึงหกคน นั่นคือพ่อแม่ผู้เลี้ยงดูสองคน แม่ผู้อุ้มบุญหนึ่งคน และพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดสามคน โดยเป็นพ่อแม่ผู้ให้โครโมโซมสองคน และแม่ผู้ให้ไมโทคอนเดรียอีกหนึ่งคน

ถ้าใครสักคนมาบอกเราว่าเขามีพ่อแม่ทั้งหมดหกคนเราก็คงคิดว่าเยอะโขแล้ว แต่ถ้าเราลองคิดดูดีๆแล้วล่ะก็ ด้วยวิทยาการในปัจจุบันก็ไม่เห็นมีเหตุผลอะไรที่จำนวนพ่อแม่จะต้องหยุดอยู่เพียงแค่หกคน ในทางทฤษฎีนั้นเราสามารถจะแยกโครโมโซมในนิวเคลียสออกมาและตัดต่อเอายีนใหม่ใส่เข้าไปอย่างไรก็ได้ นั่นหมายความว่าเราย่อมจะเลือกทำอะไรก็ได้อย่างที่ต้องการ เปลี่ยนสีตา สีผม สีผิว ตัดยีนสายตาสั้นออก เพิ่มยีนตัวสูง ตัดยีนโรคนั้นโรคนี้ออก เพิ่มยีนกล้ามเนื้อแข็งแรง ฯลฯ ความเป็นไปได้นั้นไม่มีที่สิ้นสุด

แต่เรื่องนี้นั้นยังเป็นเรื่องที่มนุษย์จำนวนมากยังหวาดกลัว เพราะมันเป็นสิ่งที่เรายังไม่มีความเข้าใจเพียง และที่สำคัญคือมันอาจจะทำให้เกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า eugenics ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่มนุษย์จะถูกจัดกลุ่มและถูกคัดเลือกว่าใครดีและไม่ดีตามลักษณะพันธุกรรม เช่นคนตัวเตี้ยก็จะถูกมองว่าเป็นมนุษย์ที่ต่ำชั้นกว่าเพราะใครๆเค้าก็สูงกัน คนที่มีเงินก็จะสามารถคัดเลือกพันธุกรรมดีๆให้ลูกตัวเองได้ ในขณะที่คนที่ไม่มีเงินก็จะต้องไปลุ้นเอาว่าลูกจะออกมาเป็นยังไง ความเหลื่อมล้ำในสังคมก็อาจจะมากขึ้นได้เพราะคนเก่งคนฉลาดก็จะเก่งขึ้นและฉลาดขึ้นอย่างก้าวกระโดด มนุษย์จะถูกแบ่งแยกออกเป็นผู้ที่ถูกคัดเลือกแล้วกับผู้ที่อยู่ต่ำชั้นกว่า คล้ายๆกับยุคที่นาซีมองตัวเองเป็นชนชาติอารยันและทำการกวาดล้างชาวยิวซึ่งถูกมองว่าเป็นมนุษย์ที่ต่ำชั้นกว่า

ด้วยเหตุนี้ปัจจุบันประเทศที่พัฒนาแล้วจึงมักจะมีกฎหมายห้ามการดัดแปลงพันธุกรรมของตัวอ่อน (การคัดเลือกไข่และสเปิร์มที่แข็งแรงนั้นสามารถทำได้ แต่ห้ามทำการดัดแปลงใดๆ) ในสหรัฐอเมริกานั้นตัวอ่อนมนุษย์ที่ถูกดัดแปลงทางพันธุกรรมไม่ว่าจะด้วยวิธีใดๆจะตกอยู่ภายใต้กฎหมายเกี่ยวกับสินค้าทางการแพทย์และไม่สามารถถูกนำไปฝังในมดลูกเพื่อให้โตออกมาเป็นทารกได้ และนี่เป็นเหตุผลที่ Mitochondrial Transfer ครั้งนี้ต้องทำในประเทศเม็กซิโกถึงแม้ว่าทีมแพทย์ที่ทำจะมาจากอเมริกา เพราะเม็กซิโกยังไม่มีกฎหมายห้ามเรื่องนี้นั่นเอง และแม้แต่ในสหราชอาณาจักรที่ถือว่าเปิดกว้างมากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศอื่นๆก็ยังอนุญาตให้ทำได้เพียงแค่ Mitochondrial Transfer เท่านั้น จะไปดัดแปลงโครโมโซมในนิวเคลียสไม่ได้อย่างเด็ดขาด

ในประเทศไทยก็มีกฎหมายห้ามเช่นเดียวกัน ในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ระบุเอาไว้ในมาตรา 40 ว่า "ห้ามมิให้ผู้ใดสร้าง เก็บรักษา ขาย นําเข้า ส่งออก หรือใช้ประโยชน์ซึ่งตัวอ่อนที่มีสารพันธุกรรมของมนุษย์มากกว่าสองคนขึ้นไป หรือตัวอ่อนที่มีเซลล์หรือส่วนประกอบของเซลล์มนุษย์กับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นรวมกันอยู่" ดังนั้นวิธีการเดียวกันนี้ก็ไม่สามารถทำในประเทศไทยได้

ซึ่งก็ไม่แน่ว่าในอนาคตนั้นการดัดแปลงพันธุกรรมอาจเป็นที่ยอมรับมากขึ้น และมนุษย์คนหนึ่งๆอาจจะมียีนจากพ่อแม่หลายสิบหรือหลายร้อยคนมารวมกันโดยไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในสังคม แต่ในปัจจุบันจำนวนสูงสุดที่ได้รับการยอมรับตามกฎหมายนั้นคงต้องหยุดไว้ที่หกคนก่อน
SHARE
Written in this book
ข้างในชุดหมอก็คือมนุษย์
คนอาจคิดว่าสำหรับหมอแล้วงานก็คืองาน คนไข้เข้ามาแล้วก็ผ่านไป แต่ใครจะรู้ว่าเนื้อแท้ข้างในหมอก็คือมนุษย์ มีอารมณ์ มีความรู้สึก มีจิตใจไม่ต่างจากคนทั่วไป หนังสือนี้รวบรวมแง่มุมจากประสบการณ์ที่สะท้อนถึงความเป็นมนุษย์ในตัวหมอและบุคลการทางการแพทย์อื่นๆเอาไว้
Writer
Past-Forward
Free Thinker
น.พ.อธิพงศ์ พัฒนเศรษฐพงษ์ ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Comments

July_Moon
3 years ago
อ่านแล้วได้ความรู้ทางการแพทย์กับกฎหมายเพิ่มเติม
ขอบคุณค่ะ ;)
Reply