เชียงใหม่ในวันที่แย่
“จะสอบแล้ว เครียดฉิบหายเลยโว้ยยยย!”

ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนสอบFinal เป็นอะไรที่เครียดมากๆ เหนื่อยขนาดไหนก็ต้องอ่านหนังสือ
จนครั้งนี้เองที่รู้สึกได้เลยว่า กูไม่ไหวแล้วเว้ย!!!!
เพราะสิ่งนี้เองที่ทำให้เราตัดสินใจเดินทางมาเชียงใหม่โดยทันที 
หาที่พัก ที่ท่องเที่ยวภายในคืนนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้นก็ไปซื้อตั๋วรถไฟไป-กลับเชียงใหม่ ที่หัวลำโพง

ทริปนี้เดินทางคนเดียว อยากเดินทางเงียบๆ ให้ตัวเราได้คิดอะไรบ้าง
เราจองรถไฟขาไปแบบนั่งธรรมดา ขากลับเป็นตั๋วนอนปรับอากาศ
ขาไปเป็นอะไรที่รู้สึกผิดกับตัวเองอ่ะ ไม่น่าเลย55555 
สภาพอากาศที่ร้อนโคตรๆ บวกกับประชากรที่แออัด กับระยะทางไปเชียงใหม่เกือบ 15 ชั่วโมง
นอนก็ไม่หลับ เพราะร้อน ปวดขา ปวดตัวไปหมด

ออกจากสถานีกรุงเทพ 13.45 ถึงเชียงใหม่ตอนตี 4 ครึ่ง
หาอะไรกินรอบๆ สถานีรถไฟก่อน แล้วเดินไปที่ร้าน Bikky ตรงขนส่งอาเขตเพื่อเช่ามอเตอร์ไซต์
เช่าเรียบร้อยก็ขี่ไปที่ที่พักของเราคือที่ Feel Nimman เพื่อเอาของไปฝากเพราะที่นี่เช็คอินได้ตอน 14.00 
ด้วยความที่ช่วงนี้ยังอยู่ในหน้าร้อน(มากๆ) 
การเดินทางครั้งนี้จึงเลือกมาพักผ่อนมากกว่าออกไปเที่ยว เลยเลือกที่พักแบบมี facilities ดีๆ 
Feel nimman ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ตรงซอยก่อนร้าน Adidas 
เดินนิดเดียวก็เจอห้าง Maya และอยู่ใกล้กับ One nimman เลย
ห้องที่เราได้ อยู่ชั้น 2 เป็นสไตล์ที่เราชอบมากๆ และมี netflix ให้ดูในทีวีจอใหญ่
(เลือกเพราะตรงมี netflix นี่แหละ)

พอฝากของเรียบร้อยก็ขี่มอเตอร์ไซด์ไปที่ดอยสุเทพทันที 
ด้วยความที่ตั้งใจจะไปดอยปุย ก็เลยยังไม่ได้แวะตรงระหว่างทาง
ทางขึ้นไปโคตร challenge ตัวเอง เพราะมันค่อนข้างชัน
แอบกลัวอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไปจนถึงดอยปุย 
ข้างบนอากาศดีม้ากก ต่างกับตอนก่อนขึ้นดอยลิบลับ 
เดินเล่นตรงสวนดอกไม้ก็เจอเด็กๆ ที่คอยถามตลอดว่าถ่ายรูปกับผมมั้ยครับ555555
ใช้เวลากับที่นี่ประมาณ 30 นาที จึงขี่ลงมาแล้วแวะตามทางเรื่อยๆ

อากาศร้อนนรกแตกมาก จะแวะหาของกินก็เจอแต่ร้านไม่มีแอร์
เลยขี่ไปที่ห้างเมญ่าแทน 
กินเสร็จก็จะบ่ายสองแล้ว เลยตัดสินใจไม่เที่ยวต่อ กลับห้องพักเลย
ด้วยความที่คืนวันที่ต้องอยู่บนรถไฟไม่ค่อยได้หลับเท่าไหร่ เลยเพลียมากๆ
มาถึงห้อง อาบน้ำ แล้วงีบเลย
สะดุ้งตื่นอีกทีตอนหัาโมง ตอนแรกก็ว่าจะไม่ออกไปไหน อยู่ห้องเนี่ยแหละ
แต่ว่าไหนๆก็มาแล้ว เดินเล่นรอบๆนิมมานก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก
เดินไป 2 ซอยก็ถึง One nimman มีร้านขายของ ร้านอาหารเต็มไปหมด 
ที่สะดุดตาที่สุดคือร้าน Graph แต่คนเต็มเลยไม่ได้เข้าไป 

ภารกิจต่อไปคือหาอะไรกิน เดินอยู่นานจนเจอร้าน Shabu de bear
สิ่งที่เราไม่เคยทำอย่างหนึ่งตลอด 20 ปีคือการนั่งกินชาบูคนเดียว
มาครั้งนี้เลยแบบ เอาวะ ไปให้สุด 

ชาบูที่นี่หัวละ 399 ค่อนข้างแพง คิดได้ก็เมื่อสายไปแล้ว…
รสชาติดีเลยอ่ะ มีน้ำซุปให้เลือก 5 รสชาติ นี่เลือกต้มยำกุ้งกับสุกี้ยากี้ไป
มีซูชิ กับปูอัดให้ด้วย สั่งจนคุ้มกับราคา

กินเสร็จก็กลับห้องทันที 
เปิดหาหนังดูใน netflix ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเรา
จนเจอกับอะนิเมะเรื่อง Flavors of Youth 
เคยเห็นรีวิวผ่านๆ แต่ไม่ได้ดูสักที 
เนื้อเรื่องก็ตรงตามชื่อเรื่องเลย แอบรัองไห้ตอนอาม่าเสีย กลัวเกิดขึ้นกับเรามาก
จบเรื่องนี้คือหลับเลย หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ตื่นมาอีกทีก็ 9 โมงแล้ว
เล่นอะไรเตร็ดเตร่ไปสักพักก็อาบน้ำ แต่งตัวเตรียม check out

เริ่มต้นของวันด้วย mc donald อยากลองไปคาเฟ่ที่เขาแนะนำกันแต่เวลาไม่น่าพอ
จนบ่ายโมงก็เดินหารถไปสถานีรถไฟเชียงใหม่ (รอบ 15.30)
ได้นั่งรถแดงเป็นครั้งแรกด้วยราคาจากห้าง Maya ไปสถานีรถไฟในราคา 60 บาท
แต่แอบเห็นฝรั่งที่ขึ้นพร้อมๆ เราแต่ลงก่อนจ่ายไปคนละ 100 เป็นเศร้า

ถึงสถานีก็เข้าห้องน้ำเปลี่ยนชุดที่มันพร้อมนอน อาบน้ำแปรงฟันเรียบร้อย
เรียนรู้จากขามาที่หน้าก็ไม่ได้ล้าง ฟันก็ไม่ได้แปรง เพราะห้องน้ำที่ไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่
คือขามาเข้ารอบเดียวแล้วไม่เข้าอีกเลยอ่ะ

ขากลับสบายหน่อย เพราะเลือกแบบนอนปรับอากาศมา 
อาหารค่อนข้างแพง น้ำดื่มก็เช่นกัน
ระหว่างกลับก็ว่าจะอ่านหนังสืออิคิไกที่พกมาให้จบ 
แต่แอบแวบมาเขียน blog ก่อน

ตอนนี้เวลา 18.09น. อยู่บนรถไฟที่วิวรอบข้างเป็นป่าเขาทั้งหมด
เป็นความรู้สึกที่แบบไม่อยากกลับเลย แต่ก็ต้องกลับไปเคลียร์งานที่ค้างต่อ

จะเหนื่อยแค่ไหนแต่ชีวิตก็ยังต้องไปต่อ เราจะมากดหยุดตามใจชอบไม่ได้
การมาพักผ่อนครั้งนี้ถือว่ามาเติมเชื้อเพลิงให้ชีวิตตัวเอง
แล้วหวังว่าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาเราจะมีไฟคอยพาชีวิตเดินต่อไปเรื่อยๆ
เหมือนปราสาทของ howl ที่ต้องมีไฟลุกตลอดเวลาเพื่อไม่ให้มันพัง
And this too shall pass นะตัวเรา



สุดท้ายขอจบ blog นี้ด้วยวรรคหนึ่งที่ผู้แปลหนังสืออิคิไกเขียนไว้ ซึ่งเราชอบมากๆ  

ในวัยหนุ่ม เคยมีหนังสือของผมเล่มหนึ่ง เขียนคำโปรยบนหน้าปกว่า
“เดินเตร็ดเตรอย่างไร้จุดหมาย เพื่อค้นหาจุดหมายของชีวิต”
มันฟังดูย้อนแย้งและน่าตลกขบขัน
การกระทำที่ไร้จุดหมายจะนำไปสู่จุดหมายอะไรได้
แต่ในวัยนั้น วันนั้น
ภายในจิตใจไม่ได้หัวเราะด้วย 
มันกลับสับสนร้อนรุ่มกับการดิ้นรนแสวงหาอะไบางอย่าง
ที่จะนำมาเป็นคำตอบสำเร็จรูปเพื่อช่วยกอบกู้ตัวเอง”





จูน
ระหว่างรถไฟเคลื่อนผ่านลำปาง
18.23 
May 5,2019





SHARE

Comments