หนึ่งชีวิตเกิด...อีกหนึ่งชีวิตดับ...
เร็ว!!! พี่แดงปวดท้อง คงจะออกลูกแล้ว
       เช้าวันหนึ่ง ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งล้อมวงสำรับกับข้าวในมื้อเช้ากับพ่อและน้อง เสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นของพี่นา เพื่อนรุ่นพี่ในวัยเด็กของฉันก็ดังขึ้น เธอวิ่งมาตะโกนร้องบอกญาติในละแวกใกล้เคียง ซึ่งบ้านอยู่เบียดเสียดจนชายคาชนกัน ทุกคนล้วนเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน พี่แดงเธอเป็นลูกของอา ย่าของฉันกับยายของพี่แดงเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน
       พี่แดงเธอเป็นเพื่อนของพี่สาวฉัน เมื่อเป็นสาวสะพรั่งต่างคนต่างมีชายหมายปองจนแต่งงานอยู่กินเป็นสามีภรรยากัน สามีของพี่แดงเป็นชายต่างหมู่บ้าน เค้าช่างเป็นชายหนุ่มที่ดูขรึมมีเสน่ห์พูดน้อยใบหน้ายิ้มกับทุกคน ฉันมักเห็นพี่แดงเดินท้องโย้เมื่อตอนใกล้คลอด เธอท้องใหญ่จนอุ้ยอ้าย เดินเหินลำบาก มาวันนี้เธอจะคลอดแล้วจริงๆ หรือนี่วันนี้เป็นวันหยุดฉันไม่ต้องไปโรงเรียน ความรู้สึกตื่นเต้นเต็มเปี่ยม ฉันไม่เคยเห็นคนคลอดลูกอย่างใกล้ชิดมาก่อน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นในวัยเยาว์ทำให้ฉันรีบเก็บจานข้าว วิ่งไปยังบ้านพี่แดงบนบ้านมีคนเฒ่าคนแก่ นั่งเคี้ยวหมากเป็นกำลังใจรอหมอตำแยมาทำคลอด ในตอนนั้นรถราในหมู่บ้านมีน้อย รถสองแถวโดยสารออกจากหมู่บ้านไปยังอำเภอมีรอบเดียวในตอนเช้า การคลอดลูกจึงใช้หมอตำแยในหมู่บ้านทำคลอด คงเป็นเรื่องปกติของคนในยุคนั้น       หมอตำแยมาถึงในตอนสายๆ กาน้ำร้อนขนาดกลางตั้งบนเตาโล่ที่มีถ่านคุแดง ผ้าขาวม้าถูกโยงกับขื่อบ้านในห้องนอน ฉันแอบมองตรงหน้าประตูเห็นพี่แดงใช้้มือดึงผ้าขาวม้าบิดท้องไปมาเธอเหงื่อแตกคงปวดมาก หมอตำแยจับท้องลูบลงกึ่งออกแรงช่วยบอกให้เธอเบ่ง เธอปวดท้องนานมากกว่าจะคลอดออกมาในตอนบ่ายแก่ๆ น้องออกมาเป็นผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มจมูกโด่ง ฉันเห็นหมอตำแยใช้ไม้ไผ่ตัดสายสะดือแล้วผูกด้วยเชือก ล้างตัวน้องด้วยน้ำอุ่นใช้ผ้าอ้อมพันตัววางในกระด้ง พี่แดงดูผ่อนคลายจากความปวด ฉันได้ยินหมอตำแยและคนแก่ที่มาเป็นกำลังใจคุยกัน รอให้รกคลอดตามมา ในตอนนั้นฉันไม่เข้าใจความหมายมากนัก จวบจนเย็นพี่แดงไม่มีรกคลอดตามมา ท่ามกลางความกังวลใจของคนรอบข้าง สามีของพี่แดงต้องหารถของคนในหมู่บ้านช่วยพาส่งโรงพยาบาล ฉันกับหลานจึงมีหน้าที่อยู่เป็นเพื่อนยายของพี่แดงเฝ้าน้อง ในยุคนั้นไม่มีโทรศัพท์ติดต่อสื่อสาร ต้องรอคนกลับมาส่งข่าวเท่านั้นว่าเธอปลอดภัยดีไหมพอพลบค่ำใช้แสงจากตะเกียงน้ำมันการ์ด ทุกคนนอนรอฟังข่าวของพี่แดง ท่ามกลางความเงียบสงัด ฉันได้ยินเสียงคนตักน้ำล้างเท้าเดินขึ้นบ้าน คิดว่ามีคนกลับมาแล้ว รีบลุกขึ้นมามองหน้าประตูบ้าน แต่สิ่งที่เห็น คือ ความว่างเปล่า มีแต่เสียงน้องที่ร้องเป็นระยะ เธอต้องดื่มนมและน้ำจากขวดตั้งแต่วันแรกที่เกิด ฉันต้องเฝ้าน้องจนสว่าง        เช้าฉันเดินกลับบ้านเพื่ออาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน ฉันได้ยินเสียงคนคุยกันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง พี่แดงเธอเสียระหว่างทางก่อนถึงโรงพยาบาล พยาบาลพยายามปั๊มหัวใจของเธอแต่เธอไม่ฟื้นไม่มีโอกาสกลับมาเพื่อดูแลแก้วตาดวงใจของเธอ ฉันแต่งตัวเสร็จแวะมาที่บ้านของเธออีกครั้ง ภาพที่เห็น คือ ร่างของพี่แดงถูกหามขึ้นบ้าน สามีของเธอหน้าตาเศร้าหมองเค้าคงดวงใจแตกสลาย ที่ต้องสูญเสียภรรยาสุดที่รักในวันที่ลูกน้อยเกิดมา ร่างของพี่แดงถูกฝังในหลุมตามความเชื่อของโบราณ และต้องฝังจนครบหนึ่งร้อยวันจึงจะนำกระดูกมาเผาน้องชื่อ "กานดา" สามีของพี่แดงเลี้ยงน้องเอง ไม่นานนักเค้าขอพาลูกกลับไปอยู่บ้านเกิดของตัวเอง ทุกคนสงสารเค้าเป็นที่สุดมันคงเป็นสิ่งที่ทรมานในหัวใจเค้า ที่ต้องอยู่ในสถานที่เดิมๆ โดยไม่มีภรรยา        ครบหนึ่งร้อยวันสามีของพี่แดงกลับมาพร้อมน้องกานดา หลุมฝังศพของพี่แดงถูกเปิดฉันเป็นคนชอบเรื่องลี้ลับ จึงขอติดตามไปดูอย่างใกล้ชิด ร่างของเธอช่างน่าสงสารท่อนกลางลำตัวไม่ย่อยสลาย เพราะตอนเธอถูกฝังมีแผ่นพลาสติกรองอยู่ที่หลังของเธอ สับปะเหร่อต้องใช้การต้มเพื่อให้ได้กระดูกไปประกอบพิธีทางศาสนา และสิ่งที่เฉลยถึงสาเหตุแห่งการตายของพี่แดงที่แท้จริง คือ กรรไกรในร่างกายของพี่แดง หมอตำแยลืมกรรไกรไว้ในตอนตัดสายรก เมื่อรกไม่คลอดออกมาทำให้กรรไกรตีกลับเข้าไปภายใน  กระดูกของพี่แดงถูกนำมาเผา และประกอบพิธีกรรมทางศาสนา       สาเหตุการตายของพี่แดง ทำให้ทุกคนในหมู่บ้านตื่นตัว และคำนึงถึงความปลอดภัยในการคลอด คุณแม่มือใหม่ต้องฝากท้องกับโรงพยาบาล และคลอดที่โรงพยาบาลภายใต้การดูแลของแพทย์และพยาบาลอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่หมอตำแยอีกต่อไป ป่านนี้ "น้องกานดา" คงโตเป็นสาว หรืออาจมีครอบครัวไปแล้ว





ขอขอบคุณภาพจาก : http://www.dhammajak.net/



  


       
SHARE
Writer
plaifah
It' my life.
เศษเสี้ยวของชีวิตที่อยากเล่าให้ฟัง

Comments

Nihil
11 months ago
Q__________Q
Reply