chapter 1 "Once upon a December, I was your sun and moon"

ฉันประคองแก้มของเขา ใช้นิ้วละไล้ข้างแก้มของเขาอย่างเบามือ
เพลิดเพลินไปกับแนวหนวดที่กำลังขึ้นที่ข้างแก้ม ไล่ลงมาถึงคางได้รูป
อดไม่ได้ที่จะลากนิ้วขึ้นไปสัมผัสคิ้วหนาโดดเด่นของเขาคู่นั้น 
มันสวยราวกับพระเจ้าได้จัดวางองค์ประกอบต่างๆบนใบหน้าเขาไว้ด้วยความรัก
ขนคิ้วเส้นหนาที่เรียงตัวสวย ราวกับถูกจัดวางลงไปทีละเส้นนั่นทำให้ฉันตกหลุมรักใบหน้าของเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก 

สันจมูกโด่งกับปลายจมูกที่งุ้มต่ำ เข้ากับใบหน้าคมเข้มของเขา 
ฉันจดจ้องใบหน้าได้รูปที่กำลังหลับตาพริ้ม
บอกเป็นนัยว่ายินดีให้ฉันสำรวจทุกตารางนิ้วจนกว่าจะพอใจ
ฉันนึกขอบคุณพ่อกับแม่ของเขาเหลือเกินที่ได้ให้กำเนิดผู้ชายคนนี้ขึ้นมา
ฉันละนิ้วช้าๆไปตามสันจมูกโด่งที่ฉันเคยหลงรัก
และฉันคิดว่าฉันกำลังทำทั้งหมดนี้ด้วยอาการหลงรักเขาเช่นเดิมอีกครั้ง

ที่ผ่านมามันมีแค่ฉันหรือเปล่านะ ที่ซ่อนเขาเอาไว้ลึกสุดหัวใจ
มันเหมือนว่าเขายังอยู่ตรงนั้นของเรา
เป็นฉันเองหรือเปล่าที่วางเขาเอาไว้ในที่ๆไม่มีใครแตะต้องได้เสมอมา 

ฉันไล้นิ้วไปตามสันกรามซ้ำไปซ้ำมาและเลื่อนขึ้นลงที่ข้างแก้มเป็นจังหวะช้าๆ
ยังคงจดจ้องใบหน้าของเขา แทบมิอยากจะละสักวินาทีที่จะเสียไปกับการกระพริบตา
ในใจร่ำๆอยากจะหยุดเวลาเอาไว้
เพียงเพราะอยากสัมผัสทุกตารางนิ้วของร่างกายเขา
อยากจดจำทุกรายละเอียด
ทุกความสมบูรณ์แบบ และริ้วรอยแห่งความไม่สมบูรณ์แบบทั้งหมดของเขา 

‘เธอ’ เสียงของเขาแทรกขึ้น ขณะที่ฉันกำลังเพลิดเพลินกับการจดจ้องใบหน้าของเขา
‘เป็นแฟนกับเราเถอะ’ เขาดึงมือฉันจากข้างแก้มไปกุมไว้ที่อก

_____________________________

ครั้งหนึ่ง  หลังจากการเลิกราของเราไปเกือบสองปี
เขายังคงวนเวียนกลับมาทักทายในโปรแกรมแชทต่างๆเป็นครั้งคราว
บทสนทนาของเราเรียบง่าย ไม่มีอะไรพิเศษ 
แต่ยังคงเต็มไปด้วยความปราถนาดีที่สัมผัสได้ 
และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันคิดเข้าข้างตัวเองไปว่าเขาอาจจะอยากกลับมายืนอยู่ข้างๆกัน
น่าแปลกที่ไม่ว่าครั้งก่อนนั้นที่เขาทิ้งฉันไปจะสร้างบาดแผลและความเจ็บปวดทางใจไว้มากมายเท่าไหร่ สำหรับเขาแล้ว ฉันยังคงให้เขาเป็นคนพิเศษของฉันเสมอ

วันนั้นฉันรวบรวมความกล้าชวนเขาไปดูหนังสักเรื่อง ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความคิดถึงหรือเพราะเหตุผลที่ฉันพยายามสร้างขึ้นมาว่าฉันแค่อยากเจอเขาเป็นครั้งสุดท้ายก็ตาม  
เขาไม่ได้ตอบตกลง...แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธฉันเช่นกัน
และฉันรู้ดีว่านั่นคือคำปฏิเสธของเขา
ในวินาทีที่เขาบอกกับฉันด้วยประโยคที่ว่า  'เดี๋ยวบอกนะ'

ในวินาทีนั้นเองที่ฉันรู้สึกได้ว่าพื้นที่ในหัวใจของเขาที่เคยเป็นของฉัน 
คงถูกแทนที่ด้วยใครบางคนเข้าเสียแล้ว 


ฉันยังจำความรู้สึกสุดท้ายของการมีเขาในหัวใจได้ดี
วินาทีที่รู้ว่าเขารักคนอื่นไปแล้ว อาจเป็นวินาทีที่ฉันตัดใจจากเขาได้จริงๆ 
เป็นวินาทีที่ฉันรู้สึกเหมือนกำลัง ‘อกหักอีกครั้ง’   

ข้อความที่ปรากฏในอิสตาแกรมบอกความสัมพันธ์ของเขากับผู้หญิงคนนั้นได้โดยไม่ต้องมีใครมาอธิบายให้ฉันได้ฟัง
หัวใจฉันเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ
ราวกับว่าที่ผ่านมานั้นฉันไม่เคยลืมเขาได้เลยสักวินาทีเดียว 
ราวกับว่าไม่ว่าจะยังไงฉันยังคงเป็นคนที่ภักดีต่อเขาอยู่เสมอ  
ภักดี...ต่ออดีตที่เอาคืนมาไม่ได้  ภักดีต่ออดีตที่เขาไม่ได้คิดจะอยากได้มันคืน

ในขณะเดียวกันนั้นก็รู้สึกราวกับถูกจับโยนออกนอกกาลอวกาศอันกลวงโบ๋
ลอยเคว้งอยู่อย่างนั้นอยู่ชั่วขณะ
ไม่มีคำใดๆหลุดออกจากปาก  มิมีเสียงสะอื้นอย่างที่เคยคิดเอาไว้ 
มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแรงกว่าปกติจนอดเสียไม่ได้ที่จะเอามือไปกุมไว้ 
‘นี่สินะ ที่ฉันเคยคิดว่าวันหนึ่งฉันก็ต้องเผชิญกับมัน นี่สินะที่ฉันคิดมาตลอดว่ามันต้องเกิดขึ้น...และมันก็เกิดขึ้นแล้ว’ 
  
ในที่สุดวันที่ฉันเคยคิดมาตลอดว่ามันต้องเกิดขึ้น มันก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ
การได้มองเขารักคนอื่น ไม่น่าเชื่อว่านั่นจะทำให้ฉันรู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก
ฉันคงต้องยินดีกับเขา ยินดีที่เขาได้เจอคนที่รักเขา...และเขาก็รักหล่อน
รัก...อย่างที่อาจไม่เคยมีต่อฉัน 
เหตุผลที่ว่าเขาไม่อยากมีแฟนเพราะกลัวจะสูญเสียความเป็นส่วนตัวไป
เหตุผลที่เคยใช้บอกกับฉันเพื่อสะบั้นความสัมพันธ์ระหว่างเราโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย 
คงไม่มีความหมายอีกแล้วกับคนของเขา
คนที่เขาเลือกที่จะยอมสูญเสียความเป็นส่วนตัวที่แสนจะหวงแหน ให้กับหล่อน
ในขณะที่ฉันยังคงอยู่ที่เดิม..


เขาสามารถเริ่มต้นใหม่ง่ายๆอย่างนั้นได้อย่างไรกันนะ
ในขณะที่ฉันยังคงโหวงๆทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องของเรา
ไปในที่ที่คุ้นเคยของเรา ก็อดมิได้ที่จะเห็นภาพระหว่างเราวันนั้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง
รอยยิ้มที่ฉันเคยหลงรัก เสียงหัวเราะของเขาที่ทำให้ฉันอดหัวเราะไปด้วยมิได้
ภาพความทรงจำระหว่างเราราวกับเป็นแผ่นหนังม้วนเก่าที่ฉายขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างมิตั้งใจ
หนังเศร้าม้วนเก่า ม้วนเดิม ที่ฉันยังคงฉายวนมันอยู่เป็นประจำ

_____________________________

อดีตกับปัจจุบันตัดภาพสลับกันไปมา
สี่ปีที่เลิกรากันไประหว่างเรา 
ความทรงจำทั้งใหม่และเก่าทับซ้อนกันราวกับกำลังหลอกล่อให้ฉันสับสน
 
นี่ฉันกำลังทำผิดต่อตัวเองอยู่หรือเปล่า
ตระกองกอดเขาเอาไว้ในอ้อมแขน .. 
คนที่เคยทำหัวใจฉันแหลกสลายมาไม่ต่ำกว่าสามครั้ง

อะไรกันนะที่พาเขามานอนอยู่บนเตียงขนาดห้าฟุตของฉัน
ใช่ความอ่อนแอของฉันหรือเปล่าที่พาเรามาอยู่ตรงนี้
ทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับเขาอยู่เสมอ
หยดน้ำตาและความเจ็บปวดครั้งก่อน ได้สอนอะไรฉันไปบ้างหรือเปล่า

หรืออันที่จริงที่ผ่านมานั่น ฉันซ่อนเขาเอาไว้ลึกสุดหัวใจ
มันเหมือนว่าเขายังอยู่ตรงนั้นของเรา
เป็นฉันเองหรือเปล่าที่วางเขาเอาไว้ในที่ๆไม่มีใครแตะต้องได้เสมอมา....

 
_____________________________

SHARE
Written in this book
The 'YOU' Diary
เคยคิดไหมว่า 'การตกหลุมรัก' เปรียบเสมือนการ 'ขุดหลุมฝังตัวเอง' เรียนรู้ตัวเองผ่านคนรัก เฝ้าดูร่างกาย, อารมณ์ และจิตใจเมื่อตกอยู่ในภวังค์รักไปพร้อมๆกัน
Writer
AgirlinNovember
Reader
a day-dreamer

Comments

WillBAMemory
1 month ago
ขอบคุณค่ะ อ่านแล้วน้ำตาซึมจิงๆ
Reply
AgirlinNovember
1 month ago
❤️ ขอบคุณค่ะ