กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านฮาร์โมนี
ไกล ไกลออกไปทางตะวันตก ไกลจนเราต้องบินข้ามท้องฟ้า เมฆขาว และขุนเขาไปอีกซีกโลกหนึ่ง แล้วต้องเดินเท้าอีกนิดหน่อยผ่านไร่องุ่น นั่งเกวียนข้ามเนินขาที่มีฝูงแกะและเล็มทุ่งหญ้า จากนั้นเราก็จะพบกับหมู่บ้านเล็กๆ แสนสงบที่เป็นที่อยู่ของเหล่าสัตว์น้อยใหญ่...หมู่บ้านฮาร์โมนีวิลเลจ 

โอ้ อย่างน้อยมันก็เคยเป็นหมู่บ้านที่สุขสงบและปลอดภัยจากเรื่องแปลกๆ (เช่น โทรลภูเขา หรือต้นไม้พูดได้) มานานหลายสิบหลายร้อยปี จนกระทั่งครอบครัววัวที่น่านับถือครอบครัวหนึ่งเดินทางมาถึงหมู่บ้าน

พ่อวัวเป็นเจ้าของฟาร์มผลิตนมวัวขนาดใหญ่ ร่ำรวยจากการทำธุรกิจในเมืองแล้วก็อยากย้ายมาใช้ชีวิตสบายๆ ในชนบท เขามีบุคลิกโผงผางอย่างวัวที่ไม่รู้วิธีการทำอะไรอ้อมค้อม อย่างเช่นว่าเมื่อมาถึงก็เดินดุ่มตรงไปหาลุงสิงโตที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน เคาะประตูปัง ปัง ปัง แล้วถามหาซื้อบ้านที่เหมาะสำหรับวันสักหนึ่งหลัง

"บ้านหลังใหญ่ที่สุดและแพงที่สุดน่ะมีมั้ย ฉันจะซื้อหลังนั้น!" พ่อวัวถามลุงสิงโต

แน่นอนว่าฮาร์โมนีวิลเลจมีบ้านหลังใหญ่ที่สุดและแพงที่สุดอยู่ สัตว์ที่นี่เรียกมันว่าคฤหาสน์ แต่น่าเสียดายสำหรับพ่อวัวเพราะ "บิ๊กแพน" เศรษฐีแพนด้าชาวต่างชาติเพิ่งซื้อคฤหาสน์ไปเมื่อฤดูหนาวที่แล้ว

"เสียใจด้วยนะ" ลุงสิงโตเอ่ย "แต่ผมไม่คิดว่าบิ๊กแพนจะยอมขายคฤหาสน์หรอก คุณน่าจะลองหาหลังที่เล็กกว่านั้นดูนะ"

"ถ้าไม่ใหญ่ที่สุดผมไม่อยู่"

"งั้นคุณจะเอายังไงล่ะ"

พ่อวัวมีอายุปูนนี้ได้ แน่นอนว่าไม่ได้โตเพราะกินหญ้า เขาผ่านปัญหามาจนไม่รู้สึกว่าอะไรเป็นปัญหาอีกแล้ว

"คุณสิงโต คุณเป็นผู้ใหญ่บ้านใช่มั้ย"

ลุงสิงโตพยักหน้า "เพื่อนสัตว์ในหมู่บ้านไว้วางใจให้ผมทำหน้าที่นี้"

"แสดงว่าคุณเคยช่วยเหลือพวกเขาไว้มาก"

ลุงสิงโตยกอุ้งเท้าเกาศรีษะอย่างถ่อมตัว "สมัยหนุ่มๆ ผมเคยขยันกว่านี้ แต่ใช่ ผมเคยช่วยสัตว์ในหมู่บ้านไว้"

"งั้นในฐานะที่ผมกำลังจะเป็นสมาชิกใหม่ของหมู่บ้าน คุณจะช่วยผมสักครั้งได้มั้ย" แม้จะเป็นคำขอร้อง พ่อวัวก็เอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจราวกับรู้อยู่แล้วว่าลุงสิงโตจะไม่ปฏิเสธ

ลุงสิงโตมองพ่อวัวอย่างพิจารณา ดูจากการแต่งตัวก็พอรู้ว่าพ่อวัวมาจากเมืองใหญ่ ฟังจากคำพูดก็ปรากฏร่องรอยว่าต้องเคยเป็นวัวที่มีอำนาจบารมีมาก เท่าที่คุยกันมาก็สัมผัสได้ว่าเป็นวัวโผงผาง สัตว์ที่มีนิสัยแบบนี้ถ้าไม่เจ้าเล่ห์ร้ายลึกก็ซื่อตรงดั่งแผ่นเหล็ก ส่วนจะเป็นอย่างไหน ลุงสิงโตยังตัดสินใจไม่ได้

"ว่ามาเถอะ" ลุงสิงโตตอบในที่สุด "พ่อวัวจากเมืองใหญ่อย่างคุณมีอะไรให้สิงโตบ้านนอกอย่างผมช่วย"

พ่อวัวแจงเรื่องที่จะขอร้องออกไป ลุงสิงโตฟังแล้วพยักหน้าตกลงรับปากว่าจะทำตามคำขอ

วันรุ่งขึ้นสัตว์ทั้งหมู่บ้านก็มารวมตัวกันที่ลานกลางน้ำพุ ซึ่งก็ได้แก่ศาสตราจารย์ฮิปโปะ แม่หมอนกฮูกที่มองลงมาจากหลังคาบ้าน เฮียโคอาล่าเชฟใหญ่ นายแพทย์แรคคูน มาเธอร์ม้าลาย แม้แต่พ่อหมูจอมขี้เกียจก็โดนแม่หมูลากตัวมาด้วย จากนั้นพื้นดินก็สั่นครืนเหมือนมีแผ่นดินไหว แล้วสมาพันธ์กรรมกรช้างสานก็มาถึง ต่อมาก็น้าคอร์กี ยามประจำหมู่บ้าน และปิดท้ายด้วยพี่หมีกริซลี่ช่างบ่มไวน์ที่เดินเถียงมาตลอดทางกับกระต่ายสาวสถาปนิก

พวกสัตว์พูดคุยทักทายกันราวกับวันนี้มีงานรื่นเริง แม่หมอนกฮูกกับศาสตราจารย์ฮิปโปต้องช่วยกันเรียกให้ทุกตัวเงียบลงก่อน เพื่อให้ลุงสิงโตที่กำลังเกาศีรษะแกรกๆ อย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีได้อ้าปากพูด เสียงคุยค่อยๆ เบาลงๆ จนเงียบสงบในที่สุด แต่ขณะที่ลุงสิงโตกำลังอ้าปากจะเอ่ยสวัสดี บรรดาเด็กๆ ก็วิ่งแจ้นมารวมตัวกันที่ลานน้ำพุเป็นกลุ่มสุดท้าย

หลังจากเผชิญความชุลมุนรอบที่สอง ลุงสิงโตก็โบกมือให้สัตว์ทุกตัวตั้งใจฟังได้ จากนั้นก็เป็นพิธีแนะนำครอบครัววัวให้รู้จัก ซึ่งประกอบด้วยพ่อวัวที่เข้าไปจับมือทักทายกับสัตว์ตัวอื่นๆ ก่อนลุงสิงโตจะแนะนำเสียอีก จากนั้นก็แม่วัวที่ค่อนข้างจะเหนียมอาย เธอยิ้มและค่อมศีรษะน้อยๆ ทุกครั้งที่สัตว์ตัวอื่นๆ กล่าวทักทาย และสุดท้าย ลูกวัวก็แนะนำตัวเอง

"ฉันชื่ออัลฟองโซ่" 

"อัลฟองโจ้" น้องกระต่ายซ่าชั้นอนุบาลหนึ่งพยายามออกเสียง

"เขาชื่อเอาฟังโบ้ต่างหากยัยแครอท" แมวดำชั้นประถมหนึ่งแก้ให้

"แต่ฉันได้ยินว่าโอโมโจ้นะ" หมีโคอาล่าเสนอบ้าง

พวกเด็กๆ ทุ่มเถียงกันนานห้านาทีว่าวัวตัวใหม่ชื่ออะไร แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป

"ไหนลองพูดใหม่สิจ้ะว่าเธอชื่ออะไร" นกกระเรียนซึ่งเป็นครูชั้นอนุบาลถามขึ้น

"อัล - ฟอง - โซ่" วัวน้อยพูดชัดถ้อยชัดคำ

"อัล..." เด็กทุกตัวลองออกเสียงตาม

"ฟอง" วัวน้อยบอก

"ฟอง..." เด็กๆ ร้องเป็นเสียงประสาน

"โซ่"

"โจ้" "โก้" "โบ้" "โล่" "โด่" "โว่" "โง่" !!!!!

เด็กทุกตัวตะโกนพร้อมกัน น่าเศร้าที่ไม่มีใครออกเสียงได้ถูกต้องเลย

วัวน้อยพยายามจะอธิบายอีกรอบแต่พ่อวัววางกีบเท้าลงบนศรีษะลูกชายเป็นสัญญาณให้หยุด

"อย่าลืมสิลูกว่าเราขอให้ลุงสิงโตเรียกสัตว์ทุกตัวมาเพื่ออะไร"

"แต่ไม่มีใครเรียกชื่อผมถูก..."

"นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ" พ่อวัวตัดบท แต่แล้วแววตาพ่อวัวก็อ่อนลง "ยังไม่ใช่เรื่องสำคัญในเวลานี้"

พ่อวัวกล่าวขอโทษสัตว์ทั้งหลายที่ลูกชายของเขาทำให้เสียเวลา จากนั้นก็แจงธุระที่ต้องการ

พ่อวัวบอกว่าเขาเคยมาเที่ยวพักผ่อนที่นี่เมื่อปีที่แล้ว เขาชอบทุ่งหญ้าที่นี่ ชอบธารน้ำท้ายหมู่บ้าน ชอบทะเลและหาดของหมู่บ้าน ชอบท้องฟ้ายามเช้า ยามเย็น และยามค่ำของที่นี่ เขายังชอบแปลงดอกไม้ที่แม่หมูปลูก ชอบฝีมือการออกแบบบ้านของกระต่ายสาว ชอบโรงเรียนของศาสตราจารย์ฮิบโป แถมยิ่งได้เจอลุงสิงโตผู้ใหญ่บ้านเขาก็ยิ่งถูกใจที่นี่เข้าไปใหญ่ แต่พ่อวัวก็สารภาพตามตรงว่าเขาไม่เชื่อในศาสนาและจะไม่มีวันเชื่อ (มาเธอร์ม้าลายได้ยินก็หน้ายับด้วยความไม่พอใจ) และเขายังไม่เคยลองชิมอาหารที่ทำโดยฝีมือของเชฟหมีโคอาล่า แต่เขาเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าสัตว์ประเภทอื่นไม่มีทางทำอาหารได้อร่อยเทียบเท่าเชฟวัวระดับห้าดาวในเมือง (เชฟหมีโคอาล่าจะลุกขึ้นประท้วงแต่ถูกบรรดาผู้ช่วยเชฟดึงตัวไว้)

เมื่อพ่อวัวกล่าวเกริ่นนำเสร็จ เขาก็ได้สร้างทั้งมิตรและศัตรูเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติสำหรับเขาเหลือเกิน เขามองไปยังกลุ่มสัตว์ที่มองกลับมาที่เขาด้วยสายตาต่างกันไป มีทั้งศรัทธา ชื่นชม เฉยๆ อิจฉา เกลียดชัง และหมั่นไส้ เขายิ้มให้สัตว์ทุกตัวอย่างเท่าเทียม สุนทรพจน์เมื่อครู่ทำให้เขาพอจะรู้คร่าวๆ แล้วว่าใครบ้างจะตอบรับคำขอของเขา

"ผมกำลังจะสร้างคฤหาสน์หลังใหม่ และผมต้องการความช่วยเหลือจากพวกคุณ" พ่อวัวประกาศ "ผมร่ำรวยในเมืองใหญ่ที่จากมา มีเงินมากทีเดียว แต่ที่นี่ผมกล้าพูดได้ว่าผมเป็นวัวที่จนที่สุด ผมไม่มีบ้าน ไม่รู้ว่าจะหาอาหารได้ที่ไหน และไม่มีเพื่อนเลยสักตัว"

พ่อวัวประกาศว่าเขาต้องการสัตว์มาช่วยสร้างบ้าน คฤหาสน์บนเนินเขาที่สวยที่สุด ต้องใหญ่ที่สุด และแพงที่สุด สัตว์บางตัวได้ยินแล้วก็ส่ายหน้า แต่ส่วนมากยินดีจะให้ความช่วยเหลือ พ่อวัวเองก็ไม่สัญญาว่าถ้ามาช่วยเขาแล้วจะได้อะไร

เช้าวันรุ่งขึ้นกระต่ายสถาปนิกก็ร่างแบบคร่าวๆ ของคฤหาสน์มาให้พ่อวัว สมาพันธ์กรรมกรช้างสานไปช่วยขนท่อนซุงกับไม้มาให้ สัตว์อื่นๆ ที่ไม่ได้เอ่ยถึงไว้ก็มาช่วยกันตัวละแรง แม้แต่เชฟหมีโคอาล่าก็ยังทำอาหารมาเลี้ยงทุกตัว (พ่อวัวยังยืนยันว่าฝีมือของเชฟหมีโคอาล่ายังห่างไกลจากเชฟวัวห้าดาวอยู่ดี) 

ตกเย็นทุกตัวก็เหนื่อยอ่อน เหงื่อท่วมกาย แต่ใจกลับชุ่มช่ำ แม่วัวช่วยตักน้ำบริการขณะที่พ่อวัวนั่งเล่าประวัติการต่อสู้ชีวิตของตัวเองให้สัตว์ในหมู่บ้านฟัง พอฟังจบและหายเหนื่อย ทุกตัวก็แยกย้ายกันกลับบ้าน บ้างเดินลำพัง บ้างกอดคอกันไป พอถึงเตียงนอนสัตว์หลายตัวก็เริ่มนึกถึงพ่อวัวในฐานะเพื่อนตัวหนึ่ง



ขณะที่สถานการณ์ฝั่งพ่อวัวดีขึ้นเรื่อยๆ เจ้าวัวน้อยอัลฟองโซ่ก็กำลังหวาดหวั่นกับเช้าวันใหม่เนื่องจากต้องไปโรงเรียนวันแรก 

"พรุ่งนี้หาเพื่อนใหม่ให้ได้เยอะๆ นะลูก" แม่บอกเขาก่อนนอน

เช้าวันรุ่งขึ้นอัลฟองโซ่สะพายเป้ที่แม่เตรียมให้ เขาไม่เคยชอบโรงเรียน ยิ่งโรงเรียนที่ไม่มีสัตว์สักตัวเรียกชื่อเขาถูกเขายิ่งไม่ชอบ

"เอลพลาโบ้!" ไซบีเรียนฮัสกี้ชั้นป.หนึ่งร้องเรียก 

แต่อัลฟองโซ่ไม่ยอมหัน ไม่...จนกว่าเจ้าไซบีเรียนจะเรียกชื่อเขาถูก

"เอลพลาโบ้!" หมาน้อยวิ่งมาดักหน้า "นายไปโรงเรียนวันแรกเหรอ เดินไปด้วยกันมั้ย"

อัลฟองโซ่เหลือบมองหมาน้อย เขาเชิดคาง ทำเป็นไม่ได้ยิน

"นี่ นายหูหนวกเหรอ"

"ฉันไม่ได้หูหนวก!" อัลฟองโซ่ตะวาด "และเลิกเรียกฉันว่าเอลพลาโบ้สักที ฉันชื่ออัลฟองโซ่!"

"เอล...พลา..."

"พอแล้ว! นายต้องการอะไรเจ้าหมา"

หมาน้อยดูดีใจที่อัลฟองโซ่ถาม เพราะหางกับหูมันตั้งขึ้นมาทีเดียว

"สวัสดี ฉันชื่อฮัฟฮัฟ วันนี้ฉันขึ้นป.หนึ่งวันแรก แม่ให้ฉันฝึกเดินไปโรงเรียนตัวเดียว แต่ฉันไม่เคยเดินไปโรงเรียนคนเดียวเลย นายเดินไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้มั้ย"

อัลฟองโซ่ขมวดคิ้ว "ไม่ได้ จนกว่านายจะเรียกชื่อฉันถูก"

"ได้สิเอลพลา..."

"ผิด!"

"อัลพลา..."

"ผิด!"

"ออลฟลา..."

อัลฟองโซ่กระทืบเท้าแล้ววิ่งออกนำไป เขาไม่ชอบเจ้าหมาที่ชื่อฮัฟฮัฟนี่เลย อยู่ตั้งป.หนึ่งแล้วยังไม่กล้าเดินคนเดียวอีก แถมยังเรียกชื่อเขาผิดอีกต่างหาก 

อัลฟองโซ่ฉุนเป็นที่สุด เขาเอาความโกรธมาเป็นพลัง วิ่งเร็วจี๋เหมือนม้าแข่ง เผลอแปบเดียวก็โผล่ไปถึงโรงเรียน ทว่าสัตว์ตัวอื่นยังไม่มากันเลย หน้าห้องมีแต่แมวขนสีขาวผูกโบว์ชมพูอยู่ตัวหนึ่ง เธอกำลังขัดคราบช็อคออกจากกระดานอยู่

"สวัสดีจ้ะ" แมวผูกโบว์ทัก "นายคือนักเรียนใหม่ใช่มั้ย"

"ใช่ เธอล่ะ"

"ฉันชื่อมากิจ้ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ"

อัลฟองโซ่รู้สึกโล่งใจ ในที่สุดก็มีสัตว์ที่คุยกับเขารู้เรื่อง

"เธอทำอะไรอยู่น่ะ" อัลฟองโซ่ถาม

"นี่เหรอ" เธอยกแปรงลบกระดานขึ้น "วันนี้เป็นเวรฉันทำเวรจ้ะ...แต่แย่มากเลย โต๊ะเก้าอี้ฉันก็ยังไม่ได้จัด พื้นก็ยังไม่ได้กวาด หน้าต่างก็ยังไม่ได้เช็ด ศาสตราจารย์ฮิปโปต้องทำโทษฉันแน่ๆ ถ้าทำทั้งหมดนี่ไม่ทันก่อนเพื่อนๆ มา"

"แล้วทำไมเธอต้องทำเวรคนเดียวล่ะ"

"ก็เทอมที่แล้วฉันไม่ยอมช่วยเพื่อนทำเวรไงล่ะ เทอมนี้ฉันเลยโดนทำโทษ" เธอลงมือถูคราบบนกระดานไปได้อีกพักเล็กๆ แล้วก็หันมาหาอัลฟองโซ่ "นี่ๆ เอลลาโด้ ฉันมีเรื่องจะขอร้องเธอหน่อยได้มั้ย"

"เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ"

"เอลลาโด้ไง" เธอตอบอย่างไม่คิดอะไร "นี่ๆ นายช่วยฉันทำเวรหน่อยได้มั้ย ขอร้องล่ะ ถ้าฉันทำคนเดียวฉันทำไม่เสร็จแน่ๆ"

"ไม่ล่ะ" วัวน้อยกอดอก "เธอเป็นคนไม่ยอมทำเวรเทอมที่แล้วเอง เธอทำคนเดียวไปเถอะ"

มากิได้ยินคำตอบก็คิ้วตก "ขอโทษจ้ะ เธอพูดถูกเอลลาโด้ ฉันผิดเองจริงๆ"

"ฉันไม่ได้ชื่อเอลลาโด้!"

อัลฟองโซ่ไม่เข้าใจเลยว่าเด็กที่นี่เป็นอะไรกันไปหมด แค่เรียกชื่อวัวสักตัวให้ถูกยังทำไม่ได้ เขาไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมพ่อต้องพาเขามาที่บ้านนอกแบบนี้ เขานั่งทนเรียนไปจนจบวันโดยหาเพื่อนใหม่ยังไม่ได้เลยสักตัวเดียว

หลังเลิกเรียนอัลฟองโซ่เห็นกลุ่มเพื่อนๆ เตะบอลกัน เขาอยากเล่นด้วย แต่เขาไม่รู้จักใครในกลุ่มเลย เลยจำใจต้องเดินออกมา

"เฮ้! นายน่ะ โกปริโก้"

อัลฟองโซ่เดินก้มหน้าเตะยอดหญ้าต่อไปเงียบๆ

"นาย! วัวจิ๋วตัวนั้นน่ะ"

อัลฟองโซ่เพิ่งรู้ตัวว่ามีเรียก เขาหันกลับไป ที่เรียกเขาอยู่คือช้างหัวโจกประจำห้อง 

"นายชื่อโกปริโก้ไม่ใช่ไง" ช้างบอก

"เปล่าซะหน่อย ฉันชื่ออัลฟองโซ่"

"จะอะไรก็ช่างเถอะ" เจ้าช้างสะบัดงวงเหมือนปัดรำคาญ "ฉันชื่อแปร๋นแปร๋น นี่เพื่อนซี้ฉันงุ้งงุ้ง เรากำลังรวมทีมไปเล่นบอลอยู่ แต่ขาดคนหนึ่ง นายมาอยู่ทีมเราซิ" เจ้าช้างแปร๋นแปร๋นบอกพลางตบไหล่ลาขนสีดำหน้าเอ๋อๆ ที่ดมเห็ดอยู่ข้างๆ

"ไม่ล่ะขอบใจ"

"มาเถอะน่า ฉันรู้ว่านายเป็นเด็กใหม่ ไม่ต้องเขินหรอก แป๊บเดียวเดี๋ยวเราก็ซี้กันเองล่ะโกปริโก้"

หางคิ้วอัลฟองโซ่กระตุกเมื่อได้ยินชื่อนั้น

"นายเรียกฉันใหม่ซิ"

แปร๋นแปร๋นยักไหล่ "โกปริ..."

"ฮัดชิ่ว!" ลาที่ชื่องุ้งงุ้งจามลั่น มันพ่นลืมออกจมูกพรืด "อา...โทษทีโมโจโจ้ ฉันแพ้เห็ดน่ะ" 

อัลฟองโซ่หรี่ตามองทั้งสอง 

"ฉันไม่เล่นฟุตบอล ขอบใจ" 

อัลฟองโซ่สะบัดหางจากมา ไม่แม้แต่จะหันไปมองว่าแปร๋นแปร๋นทำหน้าอย่างไร เขาอยากจะเอาเขาขวิดแปร๋นแปร๋นสักทีจริงๆ นี่มันเกินทนแล้ว พอกันที เขาจะไปหาพ่อ บอกพ่อให้พาเขากลับบ้านในเมืองใหญ่ เขาไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว


อัลฟองโซ่เห็นพ่อง่วนอยู่กับงานก่อสร้าง เขารีบรี่เข้าไปหา

"พ่อ..."

"อัลฟองโซ่! มาเร็ว หยิบค้อนมา มาช่วยพ่อกับเพื่อนๆ สร้างบ้านเร็ว" พ่อวัวยกผ้าเช็ดหน้าปาดเหงื่อ เขากำลังช่วยพ่อหมูอุ้มขอนไม้ไปวาง

"พ่อครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย"

"ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวเอาไว้ก่อน ตอนนี้เราอยู่กับสัตว์อื่น เขาอุตส่าห์มาช่วยเราสร้างบ้านนะโซ่"

"แต่พ่อ..."

"ไม่มีแต่ ถ้าไม่ไปหยิบค้อนก็ไปช่วยแม่แจกน้ำ แต่ถ้าไม่ทำทั้งสองอย่างโซ่ก็กลับโรงแรมไปก่อน"

อัลฟองโซ่กัดฟันกรอด เขาย่ำเท้าลงจากเนิน เดินฝ่าบรรดาสัตว์ทั้งหลายที่มาช่วยงานของพ่อ เขาย่ำปึง ปึง ปึงอย่างเดือดดาล แล้วสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

อัลฟองโซ่ย่ำโดนอากาศ...คือย่ำไม่โดนอะไรเลย เขาพลัดตกเนิน กลิ้งหลุนๆ เหมือนถังน้ำองุ่น แล้วก็มาหยุดอยู่ที่สระน้ำแห่งหนึ่ง อัลฟองโซ่ยันตัวลุกขึ้น แล้วเขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะมีเงาทะมึนทาบทับเขาอยู่ 

"สวัสดีพ่อวัวน้อย" เสียงนั้นกังวาลใส ทั้งใจดีและทรงอำนาจ

อัลฟองโซ่เงยหน้ามองปลาวาฬสีฟ้าตัวใหญ่เบอเร่อ เธอตัวใหญ่กว่าพ่อของเขา ใหญ่กว่าช้างในสหพันธ์กรรมกรอีก เธอมองลงมาที่เขา หน้าตาเธอจิ้มลิ้มจ้ำม้ำ

"กิ๊ปติดผมอันใหม่ของฉันสวยมั้ยจ้ะ" ปลาวาฬถามเขา เอียงศีรษะอวดกิ๊ปรูปดอกเดซี่ให้อัลฟองโซ่ดู

"คุณคือ..." 

"ทายซิว่าฉันคือใคร" ปลาวาฬยิ้มแป้น

"ปลาวาฬ...สีฟ้า"

"ตายจริง เด็กสมัยนี้ไม่ได้อ่านนิทานในห้องเรียนกันเลยหรือไง เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าฉันคือใคร"

อัลฟองโซ่ส่ายหัว

"บอกครั้งเดียวแล้วจำให้ได้นะ...ฉันชื่อบุ๋งบุ๋ง เป็นเทพีแห่งพรวิเศษจ้ะ ฉันสามารถให้พรอะไรก็ได้หนึ่งข้อกับเด็กคนหนึ่ง แต่ฉันไม่ปรากฏตัวทุกวันหรอกนะ ฉันจะปรากฏตัวออกมาจากสระน้ำเฉพาะในวันที่มีเด็กต้องการความช่วยเหลือ แต่เด็กคนนั้นต้องโชคร้ายสุดๆ เลยล่ะฉันถึงจะได้รับอนุญาตให้ปรากฏตัวได้" เทพีปลาวาฬโน้มลงมาดูวัวน้อยอย่างใกล้ชิด "อ้า...ฉันเห็นล่ะ พ่อวัวน้อย เธอคือวัวที่โชคร้ายที่สุดของวันนี้นี่เอง มิน่าล่ะฉันถึงถูกส่งมาที่นี่...นี่ฉันมารอตั้งแต่ตอนโรงเรียนเลิกแล้วนะเนี่ย"

อัลฟองโซ่รู้สึกขอบคุณจริงๆ ที่ในที่สุดก็มีเทพีปลาวาฬเข้าใจเขา

"งั้นผมก็ขอพรได้ข้อหนึ่งใช่มั้ย"

"ผิดแล้วจ้ะ เธอขอไม่ได้หรอก ฉันให้ได้เฉพาะในสิ่งที่เธอปรารถนาอยู่ในใจตอนนี้...ไหนดูซิ" เทพีปลาวาฬว่ายวนไปรอบๆ ตัวอัลฟองโซ่ เธอว่ายไปตรงไหนพื้นตรงนั้นจะกลายเป็นสระน้ำ

"อา...ฉันรู้แล้วว่าเธอต้องการอะไร...เธอต้องการให้เพื่อนๆ ยอมรับเธอใช่มั้ย ให้พวกเขาเห็นเธอสำคัญ เรียกชื่อเธอได้ถูกต้อง โอ้ย เรื่องนี้ฉันเข้าใจดีเลย เด็กหลายคนก็ออกเสียงชื่อฉันผิดเหมือนกัน ล่าสุดกระต่ายน้อยตัวหนึ่งเรียกฉันว่า อะบุ้งอะบุ้ง เชอะ! ร้ายนัก พวกกระต่ายนิสัยเสีย ฉันเลยสาปเธอให้มีฟันหน้ายื่นออกมาและกินอะไรไม่ได้นอกจากบรอคโคลี่!"

"ขอโทษจ้ะ...ฉันลืมไปเลยว่าคุยกับเธออยู่ เอาล่ะ...พ่อวัวน้อยหลับตาซิ แล้วฉันจะทำให้ความในใจของเธอสมปรารถนา"

อัลฟองโซ่หลับตาปี๋ เขารู้สึกว่ามีน้ำไหลเอ่อท่วมข้อเท้า มันสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงเอว รู้ตัวอีกทีเขาก็จมอยู่ใต้น้ำแล้ว เสียงของเทพีปลาวาฬยังดังต่อในหัวของเขา

"ต่อจากนี้ไปใครก็ตามที่เรียกชื่อของเธอผิดจะต้องถูกลงโทษ พวกเขาจะต้องรู้จักให้เกียรติเธอ วัวน้อยอัลฟองโซ่เสียบ้าง!!!"

สิ้นเสียงนั้นอัลฟองโซ่ก็ลืมตาขึ้น เทพีปลาวาฬหายไปแล้ว ไม่มีสระน้ำ และตัวเขาก็ไม่เปียกแม้แต่นิดเดียว


อัลฟองโซ่กลับเข้าไปในหมู่บ้านอีกครั้ง เขาเจอแปร๋นแปร๋นและงุ้งงุ้งเพิ่งกลับจากเล่นบอล คู่หูลากับช้างวิ่งเข้ามาหาเขา

"เฮ้ นาย! เมื่อตอนเย็นเราขอโทษนะที่เรียกชื่อนายผิด แต่ชื่อนายมันออกเสียงยากจริงๆ" แปร๋นแปร๋นว่า

"ฉะ...ฉันเองก็ขอโทษด้วย" งุ้งงุ้งเสริมอีกคน

แต่อัลฟองโซ่ยังไม่พอใจ "แล้วตอนนี้พวกนายเรียกชื่อฉันถูกแล้วรึไง" 

แปร๋นแปร๋นกับงุ้งงุ้งมองหน้ากัน

"นายชื่อ...โกปริโก้" แปร๋นแปร๋นตอบก่อน

"ฉะ...ฉันบอกกี่ทีแล้วว่าเขาไม่ได้ชื่อกะ...โกปริโก้ เขาชื่อโมโจโจ้" เจ้าลางุ้งงุ้งรีบแก้ให้

"พวกนาย" อัลฟองโซ่รู้สึกว่าความมืดเข้าครอบงำดวงตา "พวกนายคิดจะล้อฉันเล่นอย่างนั้นเหรอ"

"เฮ้ เปล่านะ พวกเราอาจจะออกเสียงไม่ถูก แต่พวกเราก็อยากขอโทษนายจริงๆ นะ"

"ฉันไม่สน!" อัลฟองโซ่ตะวาด 

แล้วอัลฟองโซ่ก็รู้สึกแปลกๆ ... รู้สึกมีอำนาจ ตัวเขาค่อยๆ พองขึ้นๆ แล้วช้างแปร๋นแปร๋นกับลาคู่หูก็เริ่มตัวเล็กลง เขาไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างไหนกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือทั้งแปร๋นแปร๋นและงุ้งงุ้งต่างมีสีหน้าตกตะลึง ตอนนี้อัลฟองโซ่ตัวสูงกว่าทั้งสองแล้ว

อัลฟองโซ่กระหยิ่มยิ้ม เขาเดินต่อไป เจอกับมากิแมวน้อย เธอกำลังถูพื้นอยู่ พอมากิเห็นอัลฟองโซ่เธอก็ทำไม้ถูพื้นหล่น

"เอลลาโด้ ทำไมตัวนายใหญ่ขึ้น!"

"เลิกเรียกชื่อฉันผิดๆ ซะที!" 

"นาย...นายตัวใหญ่ขึ้นอีกแล้ว"

อัลฟองโซ่ไม่รู้ว่าเธอพูดเรื่องอะไร...มากิต่างหากที่ตัวหดเล็กลง ตอนนี้เธอสูงแค่เข่าอัลฟองโซ่เท่านั้น 

อัลฟองโซ่ปล่อยเธอไว้อย่างนั้น เขาออกไปถึงรั้วโรงเรียน เจอกับไซบีเรียนฮัสกี้ที่ชื่อฮัฟฮัฟยืนอยู่

"นายยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ" อัลฟองโซ่ถาม

พอฮัฟฮัฟหันมาเห็นอัลฟองโซ่เขาก็ผงะถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก

"ออลบาโบ้ นาย...นายไปทำอะไรมา!"

"นายก็อีกคนเหรอ นายก็อีกคนเหรอ...เมื่อไหร่พวกนายจะเรียกชื่อฉันถูกสักที!"

อีกครั้ง ฮัฟฮัฟหดลงเหลือตัวเล็กจิ๋วเดียว ไม่ใช่แค่ฮัฟฮัฟเท่านั้น อัลฟองโซ่รู้สึกว่าโลกทั้งใบเล็กลงมา บ้านเรือนต่างๆ สูงแค่เข่าเขาเท้านั้น เขาได้ยินเสียงกรีดร้อง เสียงตะโกนมาจากด้านล่าง พวกสัตว์ในหมู่บ้านนั้นเอง พวกนั้นมองขึ้นมาที่เขาอย่างเกรงกลัว ยำเกรง อัลฟองโซ่รู้สึกพอใจมาก ในที่สุดทุกคนก็มองเขาอย่างที่ควรมองเสียที

"โกปริโก้ นายตัวใหญ่ไปแล้วนะ กลับลงมาได้แล้ว" แปร๋นแปร๋นตะโกนมาจากจุดเล็กๆ ด้านล่าง

"มะ...โมโจโจ้ ฉันขอโทษ พะ...พวกเราขอโทษ" 

"เอลลาโด้ ฉันผิดเองจ้ะ ฉันไม่ควรขอให้เธอช่วยทำเวรเลย"

"เอลนิญโญ่ อย่าทำอะไรฉันนะ ฉันกลัวแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะเดินไปโรงเรียนคนเดียวแล้ว"

ยิ่งสัตว์ตัวอื่นๆ เรียกชื่ออัลฟองโซ่ผิดมากเท่าไหร่ อัลฟองโซ่ก็ยิ่งตัวใหญ่ขึ้นไปอีก เขาอยากแสดงอำนาจที่มีให้สัตว์ตัวอื่นดู อัลฟองโซ่จึงกระทืบเท้า แผ่นดินสั่นเลือนลั่นครั้งใหญ่ อัลฟองโซ่กวาดกีบเท้า บ้านเรือนถล่ม อิฐปลิ่วว่อนในอากาศ

อัลฟองโซ่กำลังรู้สึกถึงพลัง อำนาจ ความชอบธรรม แต่แล้วบางอย่างก็เริ่มผิดปกติ พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว สัตว์ทั้งหลายมีคบเพลิงอยู่ในมือ พวกเขาล้อมอัลฟองโซ่ไว้จากทุกทิศทาง

"ออกไป!" สัตว์ตัวหนึ่งตะโกน

"ออกไป!" สัตว์ตัวอื่นสบทบ เพียงครู่เดียวเสียงตะโกน "ออกไป! ออกไป! ออกไป!" ก็ดังไปทั้งหมู่บ้าน

สายตาที่สัตว์ทุกตัวมองมาที่อัลฟองโซ่ ไม่ใช่สายตาของการให้เกียรติเลย พวกเขาแค่หวาดกลัว เกลียดชัง ไม่แม้แต่ยำเกรง อัลฟองโซ่เห็นสายตาเหล่านั้นแล้วเขาก็ทรุดตัวลง ก้มหน้าร้องไห้ฮือ ฮือด้วยความเสียใจ เขาแค่อยากให้ทุกคนยอมรับเขา เขาไม่ต้องการให้ใครเกลียดเขาแบบนี้ น้ำตาไหลออกมาเป็นเส้นเป็นสาย แล้วตัวอัลฟองโซ่ก็ค่อยๆ หดเล็กลง เล็กลง เล็กลง จนตัวกลับมาเท่าเดิมในที่สุด

แม่ของเขาวิ่งเข้ามาเป็นคนแรก แม่ร้องไห้และกอดเขาไว้ พ่อยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ไม่รู้ว่ากำลังโกรธหรือกำลังเสียใจกันแน่ แล้วแปร๋นแปร๋น งุ้งงุ้ง มากิ และฮัฟฮัฟก็เข้ามาล้อมอัลฟองโซ่ไว้ 

"พวกเราขอโทษ" ฮัฟฮัฟบอก "เราไม่ได้คิดไม่ดีกับนายเลย เราอยากเป็นเพื่อนกับนายนะออลลันโด้ เราแค่ออกเสียงชื่อนายไม่ได้จริงๆ"

อัลฟองโซ่พยักหน้า เขาไม่กล้าพูดอะไรออกมา ราวกับว่าถ้าพูดออกมาสักคำเดียว เขาจะทำให้คำขอโทษของเพื่อนๆ เลือนหายไปและทุกคนจะกลับมามองเขาอย่างหวาดกลัวและเกลียดชังอีก

"อัลฟองโซ่" พ่อของเขาพูดขึ้นและเดินแหวกคนเข้ามา "ลูกรู้ใช่มั้ยว่าทำอะไรลงไป"

วัวน้อยพยักหน้า เขาเพิ่งเห็นว่าแม่หมูเองก็ร้องไห้อยู่ตรงกองอิฐข้างๆ ... มีลูกหมูโหลหนึ่งอยู่ในอ้อมกอดของเธอ...อัลฟองโซ่เพิ่งพังบ้านของแม่หมูไป และเกือบทำให้ลูกหมูได้รับบาดเจ็บด้วย

เขาลุุกขึ้น รวบรวมความกล้าแล้วเดินไปหาแม่หมู พอเธอเห็นอัลฟองโซ่ก็รีบดึงลูกๆ ออกห่างจากเขาโดยอัตโนมัติ อัลฟองโซ่คิ้วตกลงเมื่อเห็นแบบนี้

"ผมขอโทษครับ" เขาเอ่ยเสียงเบาหวิว "ผมขอโทษ ผมผิดเองครับ เรื่องบ้านของคุณน้า ผมจะซ่อมให้เองครับ" 

แม่หมูมองอัลฟองโซ่ เขาเห็นความเจ็บปวดในดวงตาของเธอ แต่แล้วดวงตาที่สั่นระริกคู่นั้นก็คลายลง เธอปล่อยมือจากลูกๆ แต่ลูกๆ กลับวิ่งไปแอบข้างหลังเธอราวกับว่าอัลฟองโซ่เป็นวัวที่โหดร้ายน่ากลัวที่สุดในโลก

อัลฟองโซ่ลดตาลง ทำใจยอมรับ เขาอาจจะพูดขอโทษได้ แต่คำขอโทษก็ไม่ได้ลบล้างทุกอย่างได้อยู่ดี


เช้าวันถัดมาอัลฟองโซ่รีบลุกจากเตียงโดยไม่ต้องรอให้แม่ปลุก พ่อของเขาออกจากบ้านไปก่อนหน้าแล้ว พ่อเป็นคนรวบรวมชาวบ้านไปช่วยกันซ่อมบ้านให้แม่หมู โดยพักงานสร้างคฤหาสน์ไว้ก่อน อัลฟองโซ่อยากไปช่วยด้วยแต่แม่หมูไม่ยอม แม่หมูบอกว่าหน้าที่ของอัลฟองโซ่ตอนนี้คือไปโรงเรียน ไว้เลิกเรียนแล้วค่อยมาก็ยังทัน

อัลฟองโซ่สะพายกระเป๋าและวิ่งออกจากบ้าน เขาไปรอตรงทางสามแยก เขาหวังว่าจะเจอฮัฟฮัฟจะได้เดินไปโรงเรียนเป็นเพื่อนไซบีเรียนน้อยตัวนี้ แต่ไม่มีวี่แววของฮัฟฮัฟเลย อัลฟองโซ่เลยเดินไปโรงเรียนคนเดียว

แต่เขาก็ได้เจอฮัฟฮัฟที่โรงเรียน หมาน้อยกำลังช่วยมากิกวาดพื้นอยู่

"มากิ ฮัฟฮัฟ" อัลฟองโซ่ทักทาย

ทั้งสองหันมา แต่ไม่มีใครกล้าเรียกชื่อของอัลฟองโซ่ 

"ฮัฟฮัฟ เมื่อวานขอโทษนะที่ไม่ยอมเดินมาโรงเรียนพร้อมนาย"

ฮัฟฮัฟเกาศีรษะ "จริงๆ ต้องขอบคุณนายด้วยแหละ เพราะนายวันนี้ฉันเลยกล้าเดินมาด้วยตัวเองเลย"

"ไม่ใช่เพราะฉันหรอก นายทำได้อยู่แล้วต่างหาก" อัลฟองโซ่บอก คราวนี้เขาหันไปหามากิบ้าง

"เธอยังต้องทำเวรอยู่อีกเหรอมากิ"

แมวน้อยพยักหน้า "ต้องทำทั้งสัปดาห์เลยจ้ะ"

"งั้นขอเราช่วยเธอนะ"

"อื้อ ได้สิ นี่ฮัฟฮัฟก็อาสาจะช่วยเหมือนกัน"

"เฮ้! โกปริโก้!" เสียงของแปร๋นแปร๋นดังแปร๊นมาจากด้านหลัง "วันนี้หลังเลิกเรียนนายต้องเล่นบอลกับเรานะ ไม่มีข้ออ้างแล้วพวก"

อัลฟองโซ่หันไป "ได้ บอกไว้ก่อนว่าที่โรงเรียนเก่าเพื่อนเรียกฉันว่าอัลฟองโซ่วัวหัวหอกเลยนะ"

"ให้มันน้อยๆ หน่อยพ่อวัวจิ๋ว"

"ฮัดชิ่ว!" งุ้งงุ้งเดินตามเข้ามา หน้ายังง่วงอยู่เลย "ทะ..โทษทีโมโจโจ้ ฉันแพ้ฝุ่นน่ะ"

"พวกนายทุกคน เรื่องเมื่อวาน ฉันขอโทษนะ" อัลฟองโซ่โค้งตัวให้เพื่อนทั้งสี่

"เรื่องเมื่อวานก็ของเมื่อวานเซ่ นายแค่ขยายร่างเป็นวัวยักษ์ถล่มหมู่บ้านและเกือบจะทับพวกเราทุกคนตาย เรื่องแค่นี้พวกเราให้นายได้อยู่แล้วอัลฟองโซ่!"

SHARE

Comments

xxxxxxxxx
2 years ago
เยี่ยมไปเลย แมคนีโต้!
Reply
singyom
2 years ago
สนุกจัง อะโกโก้
Reply
Looksorn
8 months ago
คิดถึงภาษาเธอจัง ไนล่อน!
Reply