หลงรักพี่สาวเพื่อน
เธอคือพี่สาวของเพื่อนสมัยมัธยมฯ

การศึกษาดี

หน้าที่การงานสูงส่ง

สวนทางกับไอ้เบื๊อกห่วยแตกอย่างผม

เราเจอกันครั้งแรกตอนผมเรียน ม.2 ส่วนเธออยู่ ม.5

ผมสูง 163 เธอสูง 168

ผมแหงนหน้าสบตาเธอ

ก่อนจะแอบปลื้มและหลงรักพี่สาวเพื่อนตั้งแต่วันนั้น

.....

สองปีก่อน เราเจอกันโดยบังเอิญ

เธอคือดาวดวงเด่นที่มีพลานุภาพดึงดูดผู้คน

ส่วนผมเป็นก้อนหินโสโครกที่ใครๆ ล้วนหน่ายหนี

ก้อนหินก้อนนี้หลบซ่อนตัวอยู่ตรงมุมอับริมชายขอบ

จนหลุดพ้นจากรัศมีแรงกล้าของเธอ

แม้มันหวังใจจะถูกเผาผลาญก็ตาม

.....

คืนก่อน เราพลัดหลงมาพบกันอีกหน

เธอเอื้อมมือมาวางบนไหล่ผม พร้อมทักทาย

“ผอมลงนะ”

“เท่าๆ เดิมครับ”

“เฮ้ย! พี่ว่าแกผอมลงจริงๆ”

ในวัยขึ้นต้นด้วยเลข 3

ผมสูง 172 เธอสูง 168

ทว่า เธอยังคงตัวสูงกว่าผม

เพราะรองเท้าส้นสูงสามนิ้ว

“แต่แกตัวไม่สูงขึ้นเลยนะ”

เธอกล่าว แล้วยิ้มเยาะ

ระหว่างนั่งสนทนากันยาวนาน

ยามเบียร์ในมือผมหมดขวด

เธอมักเดินไปหยิบขวดใหม่มาให้

“ดื่มเยอะๆ ตัวจะได้สูงๆ”

คล้ายเธอพูดประชด

ห้าทุ่มครึ่ง เธอชวนผมเซลฟี่

แขนเรียวยาวข้างหนึ่งของเธอยืดตรงไปข้างหน้าเพื่อถือโทรศัพท์

แขนอีกข้างโอบไหล่ผมเอาไว้

แสงนีออนในสถานที่รโหฐานแห่งนั้นเป็นสีขาว

แต่ผมกำลังมองเห็นมันเปล่งแสงเรื่อเรืองเป็นสีชมพู

ผมอยากตอบแทนเธอด้วยการร้องคาราโอเกะเพลง ‘พี่สาวครับ’ ของ ‘จรัล มโนเพ็ชร’

ทว่า มันคงเชยไป

หรือผมควรร้องเพลง ‘อยากบอกให้รู้’ ของวง ‘อิสซึ่น’

ซึ่งผมเคยให้น้องชายเธอหยิบยืมเทปคาสเส็ตต์สมัย ม.3

หลังได้รูปถ่ายที่น่าพอใจ

เธอค่อยๆ เคลื่อนกายออกจากผม

ไปเซลฟี่และโอบไหล่เพื่อนผู้ชายอีกหลายราย

ฉับพลัน หลอดฟลูออเรสเซนต์บนเพดานเกิดระเบิดโดยพร้อมเพรียงกัน

ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครม

ผมฮัมเพลง ‘ทั้งรู้ก็รัก’ ของ ‘ชรัส เฟื่องอารมย์’

“รู้ รู้ เธอนั้นมีเจ้าของ มองฉันได้แต่มอง”

แล้วความมืดมิดก็คลี่เข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่ง

ในภาวะที่มองไม่เห็นอะไร

ผมมองเห็นใบหน้าของเธอสว่างกระจ่างชัด

ผมหลงรักเธอ

พี่สาวของเพื่อนสมัยมัธยมฯ

SHARE

Comments