บันทึกย้อนวัย18อีกครั้ง
เพื่อนไลน์มาชวนให้ไปนิเทศน้องๆ ศิษย์ปัจจุบัน
เรารับปากในทันทีเพราะนี้คือโอกาศดีๆ ที่จะได้ไปแบ่งปันประสบการณ์ให้น้องๆ
เลยทำให้เรานึกถึงวัยที่เป็นนักศึกษาที่ผ่านเลยมา 2548 2549 2550 2551 2552

1.
เรียนไปกิจกรรมไปทำงานพิเศษไป
2548-2551 กิจกรรม เรียน งาน
กิจกรรมเด่นเรียนดีมีงานทำนี้คงเป็นคำนิยามของเราในวัยนั้น
กิจกรรมก็สุดๆเรียนก็เต็มที่แถมยังทำงานพิเศษอีกเราเป็นติวเตอร์สอนน้องประถมและม.ต้น
แบ่งเวลายังไงง่ายๆเลยใช้ให้ทุกวินาทีมีค่า กลางวันเรียน-อ่านหนังสือ เย็นสองชั่วโมงสอนพิเศษ กลางคืนเตรียมงานกิจกรรมคณะ กิจกรรมคณะจะมีแทรกทุกช่วงเวลาแต่เราจะบริหารจัดการเอง
ในตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่ามากๆเลยดีใจที่ได้ทำช่วงเวลาดีดีเหล่านั้นให้มีค่าน่าจดจำ 
ขอบคุณตัวเราเองที่เลือกที่จะทำ

2.
เรียนห่วยก็เปลี่ยนตัวเองได้
2548 เด็กปีหนึ่งคนนี้เรียนแย่สุดๆ เทอมแรกเกรดออกมาน่าห่วง
เปลี่ยนตัวเองแบบเปลี่ยนทุกอย่าง สนใจเรียนนั้งหน้าห้อง จดเลกเชอร์ อ่านเลกเชอร์ตัวเองทุกวัน
จนกลายเป็นคนเรียนดีในคณะคนหนึ่ง 
ขอบคุณเพื่อนพี่และอาจารย์นะคะ

3.
ยิ่งให้ยิ่งได้
ในการเลือกตั้งในปี 2550 "ประธานสโมคณะวิศวะ"
เริ่มต้นจากการเป็นพี่สวัสดิการในคณะ เป็นพี่เชียร์ที่สอนน้องร้องเพลง
พี่พยาบาลที่ค่อยดูแลยน้องๆ ทำกิจกรรมเบื้องหลังมาตลอดไม่เคยได้ถูกถ่ายรูปแบบคนเบื้องหน้า
จนวันหนึ่งมาถึง รับสมัครประธานสโม ทุกคนบอกให้เราลงสมัคร
แต่ในตอนนั้นไม่ได้อยากลงเพราะเราชอบงานเบื้องหลังมากกว่า จนอาจารย์มาขอให้ลง
อาจารย์บอกว่า "เธอคือความหวังของคณะ"
ในใจเราคิดแค่ว่าเราทำให้คณะเพราะอยากเห็นทุกคนมีความสุขอยากในคณะมีชื่อเสียง
เพราะการให้ที่ไม่ได้หวังให้คนรับรู้จึงได้โอกาศดีๆแบบนี้มา
ขอบคุณอาจารย์และนิสิตทุกคนที่เลือกเราในวันนั้น

4.
การเดินทางคือ การเรียนรู้
2549-2551 เรามีโอกาศได้เดินทางทุกเดือนนั้นคือ การที่ได้มาประชุมสนวท.ที่กรุงเทพทุกเดือนไปเดือนละมหาลัย สนวท. คือสหพันธ์นิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ภารกิจของตัวแทนนิสิตหรือที่เราเรียกว่า Head Gear ของแต่ละมหาลัย จะมาประชุมกันทุกวันเสาร์ต้นเดือน เราจะจัดวนๆกันไปในแต่ละมหาลัย เป็นช่วงชีวิตที่ได้เดินทางคนเดียวเป็นปคะจำทุกอย่างครั้งทึ่ได้เดินทางก็จะได้เจอกับความรู้ใหม่ๆเสมอ ขึ้นรถลงเรือ การเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆ ใช้ชีวิตแบบลุยๆมันก็สนุกไปอีกแบบ
ขอบคุณกาลเวลา

5.
ลองทำในสิ่งที่คิดว่าทำไม่ได้
2550 โอกาศที่เข้ามาคือได้รับเลือกเป็น"ประธานชมรมดนตรี" เล่นดนตรีไม่เป็น แต่ชอบฟังและชอบสร้างสรรค์ มีโอกาศได้จัดงานดนตรีทั้งของคณะและของมหาลัยสนุกสุดๆไปเลยตอนเริ่มงานก็มีการเตรียมความพร้อมทั้งเสียงทั้งไฟต้องพร้อมพิธีการต่างๆนักดนตรีลำดับงานแต่สุดท้ายงานออกมาเป็นไปได้ด้วยดี แค่เห็นทุกคนสนุกร้องเพลงไปด้วยกันเท่านี้มันก็เป็นความทรงจำดีดีของเราแล้วแหละ
ขอบคุณทีมงานทุกคน

6.
เรียนรู้ชีวิตคิดบวก
2550-2551 ในเวลาที่มีตำแหน่งเราเจอกระแสต่อต้าน กระแสการวิพากษ์วิจารณ์เยอะ ทำไงได้ต้องพิสูจน์แล้วตัวเองและต้องสะสมพลังบวกเยอะๆ พลังบวกเริ่มมากหลังจากการพบกับความทุกข์ ทุกข์แล้วเราต้องหาทางออกแห่งทุกข์ให้ได้มีช่วงสับสนสักระยะและแล้วแสงสว่างก็เข้ามาเราเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้จิตวิทยาเบื้องต้น เรียนรู้หลักธรรมเรียนรู้วิธีการคิดดี แล้วชีวิตก็เริ่มดี ใจเริ่มเบาสบายใจ รอบข้างเริ่มดีเพราะเราไม่ปรุงแต่งจิตไปกับสิ่งรอบข้าง เอาใจออกห่างเสียงที่ไม่ดีเหล่านั้น
ขอบคุณที่ผ่านมันมาด้วยใจดีดี

7.
โสดตลอดการศึกษาภาคบังคับ
2541-2551 โสดตลอดการศึกษา เรายึดมั่นกันคำสัญญาของตนเองว่า เราจะไม่มีรักในวัยเรียนเราจะเรียนอย่างไม่มีปัจจัยที่จะทำให้เราเรียนไม่จบ ถ้าไม่จบขอให้เป็เราเองไม่ใช้เพราะรัก ทางที่ดีที่สุดของเราคือเลือกที่จะไม่คบใครแล้วเดินทางในแบบที่ตนเลือกเราสามารถผ่านมาได้ด้วยความโสด การได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในวัยเรียนโดยไม่มีแฟน ทำให้เราได้รักเพื่อนรักสังคมที่เราอยู่อย่างเต็มที่ได้แบ่งปันสิ่งดีดีให้คนรอบข้างได้ทำงานอย่างที่ใจเราจะทำได้
ขอบคุณความโสด

8.
เข้าสังคม
2548 สนวท.เปิดโลกในกะลา เราได้รู้จัดเพื่อนนักศึกษาวิศวะทั้งประเทศ ได้เห็นได้เรียนรู้นิสัยและเอกลักษณ์ของแต่ละคน ได้รู้จักคนหลากหลายมากๆ การได้พบเจอเพื่อนๆต่างสถาบันทำให้ได้เข้าใจว่าแต่ละที่คนจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปซึงมันเป็นสิ่งที่ดี ดีกว่าที่เราจะอยู่แค่ในมหาลัยของตัวเอง
2550 ฝึกงานที่จุฬา อีกก้าวที่ได้เปิดโลกงานวิจัย เราทำวิจัยเกี่ยวกับโลหะเลยสนใจอย่าะฝึกงานสถาบันวิจัยและพัฒนาโลหะ เลยได้มีโอกาศได้ไปฝึกงานที่จุฬาได้รู้จักนักวิจัยเก่งๆได้รับรู้ระบบความคิดของเค้าว่าคนที่เค้าเก่งๆเค้ามีชีวิตมีความคิดอย่างไร เค้ากำหนดเป้าหมายกันอย่างไรแล้วคนเก่งๆเค้าอารมณ์ดีมากๆเลยนะเค้ารู้จักที่จะบริหารอารมณ์ให้สมดุล
ขอบคุณโอกาศดีๆที่เข้ามา

9.
ร้านกาแฟที่รัก
2549-4552 มุมส่วนตัวมุมอ่านหนังสือและพักใจ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าจบมาเพราะร้านกาแฟ ความโชคดีคือเราชอบความสงบและไปเจอร้านกาแฟที่เจ้าของใจดีที่ยอมให้เรามานั้งอ่านหนังสือมานั้งทบทวนตัวเองในทุกๆวันเรายอมจ่ายเงินค่ากาแฟทุกวันแทนที่การไปช๊อปปิ้งในแบบที่สาวๆคนอื่นเค้าทำกันเราเลือกที่จะเอาหนังสือดีๆไปอ่านเพื่อสร้างแรงบันดาลใจสร้างความคิดดีๆในแบบของเรา
ขอบคุณเจ้าของร้านกาแฟใจดี

10.
ปริญญาไม่เท่ากับกระดาษหนึ่งใบ
2553 ในวันที่รับปริญญา เรารู้สึกได้เลยว่าปริญญาคือสิ่งที่มากกว่ากระดาษหนึ่งใบเพราะเราทั้งเรียนทั้งเล่นจนได้เรียนรู้ทั้งในและนอกตำรา เราชอบอ่านหนังสือ ชอบทำกิจกรรม ทำงานร่วมกับผู้อื่นทำให้เราสนุกกับการใช้ชีวิตในช่วงมหาลัยมากที่สุด สิ่งที่เราได้จากการเรียนที่มหาลัยได้มากกว่าความรู้แต่ที่ได้คือการใช้ชีวิต การติดต่อประสานงานกับเพื่อนร่วมงาน การปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นในสังคม ดีใจที่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่เลือก
ขอบคุณมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มอบสิ่งดีดีให้ติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้

160903
โดย เพื่อนเพื่อน

SHARE
Written in this book
มหา(อะ)ลัย
Writer
JariJari
Engineer วิศวกรอยากเขียน
เรา มี อะ ไร จะ เล่า ให้ ฟัง ヾ(@⌒ー⌒@)ノ ขอบ คุณ ที่ แวะ มา ทัก ทาย ค่ะ

Comments