บทวิเคราะห์ : Call Of Duty กับอนาคตที่แฟนรุ่นเก่ารับไม่ได้
ในปี 2016 ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีเรื่องช็อกโลกในวงการเกมที่ใครเห็นต้องร้อง เฮ้ย! เป็นไปได้ยังไง กับคลิปเปิดตัวเกม Call Of Duty Infinite Warfare แล้วโดน Dislike กระจาย (ปัจจุบันตอนนี้เป็น 3 ล้านกว่า Dislikes แล้ว) ครั้งแรกที่ผมดู Trailer ที่ทาง Infinity Ward ผลิตออกมา ผมรู้สึกว่า "อนาคตอีกแล้วเหรอวะ"

อนาคตที่ผมเห็นใน Trailer มันไม่ได้อนาคตแบบ Black Ops III (อนาคตแบบวันสิ้นโลก) แต่นี่เป็นอนาคตแบบออกนอกอวกาศคล้ายคลึงกับ Star Wars แฟนเกมหลาย ๆ คนต่างคอมเมนท์กันว่า "เชื่อเหอะ เดี๋ยวมี DLC ดาบเลเซอร์แน่ ๆ" หรือ "สตาร์วอร์ชัด ๆ" ถ้าดูแต่ Trailer อย่างเดียว ก็ต้องคิดแบบคอมเมนท์ที่เรากล่าวมาแน่นอน และสิ่งที่หลาย ๆ คนกลัวว่ามันจะกลับมาอีกรอบ มันมาจนได้!!

มันคือ "Boost Jump"

เพราะ Boost Jump ทำให้เราเคลื่อนไหวได้มากกว่าการเดินหรือวิ่งไปข้างหน้า และมันก็ค่อนข้างเลวร้ายกว่าที่คาดคิดเอาไว้ เราอาจจะโดนยิงตายด้วยปืนซุ่มยิงซึ่งคนที่ใช้ก็กระโดดสูงโผล่ออกจากกำแพง เดี๋ยวนี้ โปรเพลเยอร์ใช้กลยุทธ์นี้ก่อกวนผู้เล่นคนอื่นเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้ตัวเกมมันไม่ใช่ Call Of Duty เหมือนอย่างที่คาดคิดเอาไว้

Boost Jump คือการกระโดดโดยใช้ไอพ่นที่ติดข้างหลัง มีมาตั้งแต่ Call Of Duty Advanced Warfare โดยในภาค Advanced Warfare การกระโดด Boost Jump ทำได้ง่ายที่สุด แค่กด X สองครั้งก็กระโดดพุ่งฉิวเลย แต่ภาค Black Ops III และ Infinite Warfare กระโดดใช้ไอพ่นต้องกด X ค้าง ทำให้สามารถลอยได้ ทำให้ไม่ได้เอะอะก็พุ่งเหมือน Advanced Warfare

แฟนรุ่นเก่าต้องการอะไร

จากที่ดูคอมเมนท์ของผู้เล่น Call Of Duty ทั้งใน Facebook หรือ YouTube ผู้เล่นไม่ได้ต้องการอะไรมาก ขอแค่เอาระบบการเล่นแบบเดิม ๆ กลับมา ซึ่งระบบการเล่นแบบเดิม คือไม่มี Boost Jump, ไม่มีระบบ Ability, อาวุธเฉพาะทาง, ไม่มีไต่กำแพง ไม่หลุดจากความเป็นจริงมาก มีความดิบ เนื้อเรื่องที่วางเข้มข้นเหมือนดูหนัง ซึ่ง Call Of Duty รักษามาตรฐานโหมดเนื้อเรื่องเอาไว้ได้ดีมาก ๆ (แต่มาตายในภาค Black Ops III ที่มันอินดี้จนผู้เล่นจับต้นชนปลายไม่ถูก และพอตอนจบ ตัวเราที่ใช้ชื่อ Player บอกว่า "ตัวเองเป็นเทย์เลอร์") แล้วก็ตัดจบ เป็นการจบที่งงมาก ไม่เหมือนซีรีย์อื่น ๆ 

นอกจากขอระบบการเล่นแบบเก่ากลับคืนมา ยังรวมไปถึงเนื้อเรื่องที่ดิบเถื่อน เข้มข้นและน่าติดตาม โดยเนื้อเรื่องที่เข้มข้นจะเป็น Modern Warfare, Black Ops ภาคแรก ซึ่งความดิบเถื่อนนั้น ธีมเกมต้องเป็นยุคที่ไม่ไฮเทคมาก อาวุธเคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง หรือเป็นอาวุธสมัยสงครามโลก ส่วนตัวผม ผมชอบ Black Ops ภาค 1 มากที่สุด เพราะเนื้อเรื่องหักมุม แม้ว่าจะเป็นเส้นตรง และการแสดงออกของตัวละครในโหมด Campaign ที่แสดงออกมาได้สมจริงมาก (ใจจริงอยากให้ Remaster ภาค Black Ops ด้วยซ้ำ แต่ปีนี้เป็นปีของ Infinity Ward ซึ่ง Black Ops เป็นซีรีย์ของ Treyarch หากจะรอ ก็ต้องรออีก 2 ปีข้างหน้า) 

แต่รู้สึกว่า ต้นทุนการผลิตเกมสูงขึ้นทุกปี และต้องมาขายในราคา $59 เหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทำให้เกมทุกเกมสมัยนี้ มี DLC วางจำหน่าย และ Call Of Duty หลัง ๆ มา DLC คือสิ่งที่ขาดไม่ได้ซะแล้ว ซึ่ง DLC มันยังพอทน แต่ที่แฟน ๆ ทนไม่ได้ คือ Supply Drop

Supply Drop บ่อเกิดของความเกลียดชัง

ใคร ๆ ก็เกลียด Supply Drop เพราะเกม Call Of Duty ในยุค Advance Warfare เป็นต้นไป ทาง Activision หิวกระหายเงินมากกว่าเดิม DLC, Season Pass ว่าหนักแล้ว ยังต้องการเงินเพิ่มเติมด้วยการทำระบบ Supply Drop (และอีกหลาย ๆ เกมแนว Shooting ก็ทำระบบนี้กันตามระเบียบ) ซึ่ง Supply Drop ไม่โดนว่าเลย ถ้าใน Supply Drop มันมีแค่สกีนเท่ ๆ หรือชุดแต่งตัวดี ๆ ซึ่งไม่มีผลกับเกมการเล่นมากนัก แต่ Call Of Duty ใส่อาวุธใหม่เข้าไปใน Supply Drop ไม่ได้ให้ถ้าซื้อชุด DLC ข้อดีคือ คนที่ไม่ได้ซื้อ DLC มีโอกาสได้ แต่ข้อเสียคือ Supply Drop มันได้แบบสุ่ม เวลาสุ่ม ต้องใช้ดวง และถ้าอยากได้ของดี ๆ แบบเร็ว ๆ ก็ต้องเติมเงินซื้อ COD Points เอาเข้าจริง ๆ Supply Drop 1 กล่อง = 70 บาทไปแล้ว ในฐานะเกมเมอร์ไทย 70 บาทถือว่าแพงแล้ว ไม่ไหวหรอก

นอกจากนี้ ระบบ Supply Drop เป็นระบบส่งเสริมการพนัน เพราะต้องเสี่ยงดวงว่าเราได้ของดี หรือไม่ได้ หรือได้ซ้ำ การเสี่ยงดวงใน Supply Drop คล้ายคลึงกับการเล่นหวย และเมื่อเราไม่ได้ของดี เราก็จ่ายอีก แล้วเมื่อไม่ได้ของดี ก็จ่ายอีก จ่ายจนหมดตัว แล้วพอหมดตัว ก็ขอเงินคนอื่นเพื่อมาจ่ายส่วนนี้ เหตุการณ์จ่ายเพื่อเสี่ยงดวงเคยเกิดมาแล้วกับเกม Cookie Run ซึ่งช่วงนั้นเป็นข่าวใหญ่โตมากเลยทีเดียว

ใครที่เล่น Call Of Duty ใน PC อาจจะไม่อินเท่าไร เพราะคุณภาพเกม Call Of Duty ใน PC สู้พวก Console ไม่ได้ มีเรื่อง Bug เต็มไปหมด และกินสเปคเครื่องเกินกว่าที่ควรเป็น ด้วยความขาด ๆ เกิน ๆ ของ COD ใน PC ทำให้เกมเมอร์ PC บางคนลืมไปว่าเคยมีเกมนี้อยู่บน PC และถ้าได้เล่นเกม COD ใน PC ต้องทำใจก่อนเลยว่า หาผู้เล่นเกมนี้ยากมาก ๆ ไม่มีใคร Join Match แล้วเล่นเหมือนฝั่ง Console 

Game Engine ที่ไม่เคยพัฒนาเป็นเรื่องเป็นราว

Call Of Duty เป็นหนึ่งในเกมที่ใช้ Engine ที่ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมากนักตั้งแต่ยุค Call Of Duty 4 เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ผ่านไป 9 ปี ภาพก็ยังรู้สึกว่าใช้ Engine ตัวเดิมอยู่ เพิ่มเติมคือการใช้ Texture ให้สวยขึ้น แม้ว่าชื่อ Game Engine จะเปลี่ยน แต่มันไม่ได้ปรับปรุงสดใหม่เหมือนทางฝั่ง Dice ที่ผลิต Frostbite ให้ดูดีขึ้นทุก ๆ ภาคที่ออก Battlefield พวกวัตถุในเกมไม่สามารถทำลายได้ โดยเฉพาะกล่องไม้ประกอบฉากที่โดนระเบิดจาก Lightning Strike ก็ไม่แตก สาเหตุหลัก ๆ คือวิสัยทัศน์เกม Call Of Duty เป็นเกมเน้นเกมเพลย์ ไม่ได้เน้นกราฟิค แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว เพราะตัวเกมราคาอยู่ในเกรด AAA แต่ภาพยังเหมือนพวกเกมเกรด A ไม่ก็ B อยู่ ซึ่งเมื่อตัว Game Engine ไม่ได้พัฒนาเป็นเรื่องเป็นราว กรรมตกไปอยู่ที่เกม Call Of Duty ที่ขายใน PC ซึ่งปัญหาที่แก้ไม่หายตั้งแต่ภาค 4 คือเรื่องเมาส์ ที่เราต้องปิด Mouse Acceleration ก่อนใน Control Panel ถึงสามารถบังคับได้อย่างที่ควรเป็น แต่ยังไงซะ ณ จุดนี้ เกม PC ที่ฮอตฮิตจริง ๆ คงหนีไม่พ้นเกมจากผู้สร้างที่สร้างเพื่อ PC โดยเฉพาะอย่าง Valve, Blizzard ซึ่งเกมมหาชนใน PC ก็หนีไม่พ้นเกม DOTA2, CSGO กับ Overwatch เพราะเค้าเอาใจใส่เวอร์ชั่น PC มาก

กลับกัน ทีมสร้างของ Activision กลับเอาใจใส่เวอร์ชั่น Console มากกว่า ทำให้ตัวเกม Call Of Duty ที่เสถียรอย่างแท้จริง อยู่ใน Console หมดแล้ว (โดยเฉพาะ PS4)

ที่ควรทำจริง ๆ คือเอาใจใส่กับ Game Engine ให้เป็นเรื่องเป็นราวบ้างอะไรบ้าง ไม่ใช่ปรับนิดปรับหน่อย

อย่าลืมว่าผู้เล่นในเอเชีย ไม่ได้มีแค่ญี่ปุ่นอย่างเดียว

ต้องยอมรับว่า Call Of Duty เป็นเกมที่ดังมาตั้งแต่ยุค Modern Warfare และแน่นอน ยุคนั้นเป็นยุคที่เกมคอมพิวเตอร์กำลังดังและผงาด คอมราคาถูกลง (เมื่อ 8 ปีที่แล้ว) แต่เกมเมอร์ชาวไทยที่ซื้อเกมแผ่นปลอมก็มีเยอะเหมือนกัน ตรงนี้คงเป็นเหตุผลที่ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ค่อยมีใครออนเกม Call Of Duty เลย และอีกอย่าง เกม Call Of Duty เป็นเกมที่เน้นผลิตในเครื่อง Console อยู่แล้ว (ช่วง Modern Warfare 1 ทาง Call Of Duty ได้ติดสัญญากับ Microsoft เรื่องการใช้เครื่อง XBOX 360 ในการโปรโมทเกม Call Of Duty ทำให้พวกภาพเกมที่โปรโมทจะอยู่ใน XBOX 360 ซะส่วนใหญ่) แล้วในย่านเอเชีย ก็มีเฉพาะญี่ปุ่นที่เล่น Console เป็นล่ำเป็นสัน ทำให้ Call Of Duty มีแต่เซิฟญี่ปุ่นในเอเชียเท่านั้น

พอมาตอนนี้ เกมเมอร์คอนโซลไม่ได้มีแต่ญี่ปุ่นเท่านั้น ยังมีจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไทย และเรื่องเกมก็อปหรือสายดาร์คก็หมดลงมากพอสมควร (เพราะ PS4 ไม่สามารถแครกได้เลย) ดังนั้น ทาง Call Of Duty ควรเปิดเซิฟ SEA ให้เร็วที่สุด

อนาคตของ Call Of Duty ก็ยังขายได้ เชื่อเหอะ!

ต่อให้ Call Of Duty จะเหนือจริง ล้ำยุคมากขนาดไหน แต่จุดแข็งที่เป็น Call Of Duty ซึ่งไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ยุคก่อน ๆ คือ "เกมเพลย์" ที่รวดเร็ว แมพไม่ใหญ่ เล่นประมาณ 7 นาทีก็จบ Call Of Duty เป็นแบบนี้จริง ๆ ต่อให้เป็น Theme อนาคตหรือแฟนตาซี (อารมณ์ประมาณนักเวทย์สาดกระสูนจากคทาเต็มที่) มันก็ยังเป็น Call Of Duty คนที่ไม่เข้าถึงจริงจะไม่รู้ครับ แล้วก็มาบ่น ๆ ในเพจ Call Of Duty ว่าต้องการ Theme อื่นที่มันไม่ใช่อนาคต แบบ Modern Warfare ก็คงดี

เพราะหลาย ๆ คนรู้ว่า ภาพพจน์ Call Of Duty เป็นแบบภาค Modern Warfare คืออาวุธ ก็เป็นอาวุธจริง ๆ อย่าง M4A1, AK47, P90 ที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ทำไม Ali-A, Drift0r ยังเล่น Call Of Duty ภาคใหม่ ๆ ที่แฟน ๆ บ่น ก็เพราะว่าเค้า "รัก" เกม Call Of Duty ครับ ความรักที่ว่า มันก็คล้าย ๆ ความรักแบบเนื้อคู่ คือ เรามองแต่ในด้านดีของ Call Of Duty ด้านเสียแม้ว่ามีบ้าง แต่เกมเมอร์เหล่านี้ก็ยอมรับ และเล่นต่อไป ดังนั้น ใครที่ไม่ได้รักเกม Call Of Duty จริง ๆ ก็จะเข้าไม่ถึง แล้วมักจะเหน็บแหนมหรือบ่น บางทีเม้นด่าเกมเมอร์ที่เล่น Call Of Duty ว่า "นายมันโดนล้างสมองแล้ว" 

เกมก็เหมือนคน ที่ต้องมีการพัฒนาทุกวัน
ในขณะเดียวกัน เกมเมอร์ก็ต้องพัฒนาทัศนคติของเกมนั้นด้วย
แต่ถ้าไม่โอเค ก็หาเกมอื่นเล่นได้ ไม่ว่ากัน 

SHARE
Writer
HARMONYZT
Content Specialist
นักเขียนบทความเกี่ยวกับชิวิต และการเดินทางของคน ๆ หนึ่งในเมืองใหญ่ที่เรียกว่า กรุงเทพมหานคร ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ campzzz.com

Comments