Final Test !!!
" ใกล้ถึงเวลาสอบแล้วสินะ "
คำพูดสั้นๆแต่มันเตือนเราได้ว่า เราถึงเวลาที่ต้องสนใจกับหนังสืิอ ทบทวนเนื้อหาต่างๆ ที่อาจารย์สอนมาทั้งหมด และตั้งใจที่เริ่มฝึกซ้อมในการสอบ
ช่วงเวลานี้พูดได้เลยว่า เป็นช่วงที่กดดันมากมากที่สุด เครียดมาก แล้วเกิดรู้สึกกลัวกับข้อสอบ เพราะเราไม่รู้หรอกว่า อาจารย์จะออกสอบเรื่องไหนบ้าง ยากง่ายมากแค่ไหน เราจะภาวนาตลอดเวลาว่า
"ขอให้กูทำได้ กูไม่อยากสอบตก"

เราต้องเท้าความกันก่อนเลยว่า เมื่อตอนสมัยเด็กประถม การสอบปลายภาคของเราคุณครูตะบอกโจทย์ของข้อสอบและคำตอบ เพื่อให้เด็กนั้นไปท่องจำ และไปอ่านหนังสือเพิ่มเติม

จนถึงตอนมัธยมต้น สิ่งต่างๆก็เริ่มมีบทบาทในชีวิตประจำวัน เราก็เริ่มไม่อ่านหนังสือ (ไม่อ่านหนังสือเพราะขี้เกียจ5555) พอตอนสอบปลายภาค เราก็อ่าน.....แค่ผ่านๆตา พอเวลาทำโจทย์การบ้านก็ลอกเพื่อนมา (นี่แหละนะที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เรียนไม่รู้เรื่องด้วย 555 ) ก็เลยพาลไปจนเวลาทำข้อสอบเนี่ยแหละ

ก็ทำตัวแบบนี้จนไปถึง ปวช.3 ที่รอดมาได้เพราะความจำมานี่แหละ จึงรอดมาได้

จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งอาจารย์ก็เรียกไปพบตัว เราขึ้นมา ณ ห้องพักครู 

อาจารย์ : ที่เรียกเธอมาวันนี้ อาจารย์มีเรื่องที่.                  อยากจะถามเธอนะ ??
นายนภดล : อะไรหรอครับ (เราก็สงสัยว่าเรียก.                  เราทำไม)
อาจารย์ : เห็นว่าเธอเรียนเก่งมาก แต่ทำไม                   คะแนนสอบจึงได้แค่ 8 คะแนน
(เราเงียบไปสักพัก และตอบกลับกับอาจารย์ว่า)
นายนภดล : คือ......ว่างๆ ผมอ่านหนังสือ แบบ.             ผ่านผ่าน แล้วก็ท่องจำมาครับ
อาจารย์ : แล้วทำไมไม่ฝึกล่ะ !! รู้ไหมการท่องจำ.             หรือแค่อ่านผ่านผ่านยังไงก็ทำไม่ได้
เราเรียนด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่แค่ท่องจำ

หลังจากจบบทสนทนากับอาจารย์ แล้วเราก็เดินออกมาจากห้อง พร้อมกับความสงสัยกับตนเองว่า "เราเรียกเพื่อท่องจำ หรือ "เราเรียนด้วยความเข้าใจ " กว่าจะรู้ตัวก็เขาสู่ ปวส. แล้ว

การเข้าสู่ ปวส. เราต้องปรับตนเองมากขึ้น ทั้งด้านความคิด ด้านทักษะ ด้านความรับผิดชอบ รวมไปถึง การลอกการบ้าน จนถึงการสอบ

เวลาที่เราจะลอกการบ้านเพื่อน เราจะถามเพื่อนว่า "อันนี้มีที่มายังไงทำไมเป็นแบบนี้อย่างนี้" แล้วเพื่อนก็อธิบายให้รู้ถึงที่มาแหละที่ไป แล้วชิ้นงานต่อไปเราก็เริ่มทำเอง ให้สมองนั้นเข้าใจ

ส่วนการเตรียมตัวสอบนั้นเราก็เปลี่ยนไปเลยจากเมื่อก่อนเราต้องอ่านหนังสือ เพียงลำพัง ตอนนี้ก็ต้องไปติวกับพวกเพื่อนๆ ทำไมหรอ ครับ เพราะจะช่วยในเรื่องที่เราสงสัย ไม่เข้าใจ หรืองง เพื่อนจะมาช่วยอธิบายหายงง
และอีกอย่างมันจะช่วยเตือนความจำได้ด้วย

ส่วนต่อมาก็คือการฝึกทำ ฝึกข้อนึง ที่ละหลายหลายรอบ มันจะช่วยให้เราชินกับแบบฝึดหัด และทำข้อสอบได้ เพราะข้อสอบก็ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือนี่แหละ

สิ่งสุดท้ายสำคัญที่สุดก็คือ เวลา และ สมาธิ หากเรารู้จักการเตรียมตัว เตรียมสมาธิ ในก็มีสติในการสอบ แต่ที่สำคัญ อย่าตื่นเต้นจนเสียสมาธิ

ส่วนสถานการณ์ในเวลาห้องสอบ จะเป็นสถานที่
ที่เงียบสงบ เป็นช่วงเวลานักเรียนทั้งหลายจะผจญภัยกับข้อสอบ บางวิชาก็ออกง่ายเกิน บางวิชาก็โหดเกินไป เด็กเขาทำข้อสอบทำไม่ได้ !!!

สำหรับเรานะการเตรียมตัวสอบนะ ต้องเตรียมความพร้อมทั้งการอ่านหนังสือ หรือฝึกแนวข้อสอบเยอะเยอะนะครับเพื่อจะให้ความเข้าใจ
และที่สำคัญ พอก่อนออกจากข้อสอบ ก็เช็คความถูกต้องก่อนออกจากห้อง เราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้วนอกจากนี้

ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบทุกคน สวัสดีครับ :)


TATATAWAN 
Twitter :@Tatatawan



SHARE
Written in this book
โลกกลมกลมของชายที่ชื่อว่าตะวัน
ทุกเรื่องราว ทุกความสงสัย กลายเป็น ตัวหนังสือ
Writer
Tatatawan
Writer letters
นักเขียนแห่งรายการ จดหมายเด็กแมว. twitter : @tatatawan

Comments