Train To Busan : เธอไม่อาจเอา...รัก...ไปจากหัวใจ
ออกตัวก่อนเลยว่า  เป็นคนไม่ถูกกับหนังผีกับซอมบี้กระซวกไส้ เลือดสาดปาดคออะไรเทือกนี้เลย แต่! Train To Busan เป็นหนังซอมบี้เรื่องแรกในชีวิตที่ตัวเราเองพ่ายแพ้ให้กับรีวิวของสำนักต่างๆ จนรู้สึกว่า เฮ้ย หนังเรื่องนี้มันน่าจะมีอะไรนะ เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน ดูก็ดู ว่าแล้วเลยตีตั๋วเข้าไปดูค่ะ

ปรากฏว่า ดูจบแล้วออกจากโรงมา ในสมองมันมีหลายความรู้สึกปนกันนะ แล้วเป็นหนังระทึกขวัญที่ให้อะไรมากกว่าความตื่นเต้น ทั้งน่ากลัว ลุ้นระทึก ตลก น่ารัก เศร้า ซึ้ง งง ระคนกัน แต่ด้วยเพราะว่าดูพากย์ไทยรึเปล่า ซึ่งมีมุกแทรกตลอดเพื่อไม่ให้หนังดูเครียดจนเกินไป เลยทำให้รู้สึกว่า มีความเศร้าแต่ไม่โศก ซึ้งแต่ไม่ถึงกับร้องไห้ บางฉากดูเหมือนจงใจจนดูประดิษฐ์เกินไปนิดแต่ก็อยู่ในระดับพอรับได้ แต่ต้องขอชมจากใจเลยว่า นักแสดงแสดงดีมาก CG ดีเนียบกริบระดับ Hollywood ได้เลย ส่วนพล็อตเรื่องยอมรับว่าตอนแรกๆถึงกลางเรื่องไม่สามารถเดาทางได้เลย จุดจุดนี้ทำให้หนังมีเสน่ห์ แต่ส่วนที่อยากจะพูดถึงหนังเรื่องนี้ คือ...

แง่คิดที่ได้ทำให้เทใจให้หนังเรื่องนี้ไปเต็มๆ

*SPOILER ALERT* เปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญ

การที่เราได้ดูหนังเรื่องนี้ ได้สะท้อนอะไรหลายๆอย่างในสังคมของเรา โดยเฉพาะค่านิยมหลักของสังคมเอเชีย เช่น กระแสวัตถุนิยม การแข่งขันทางธุรกิจ การที่ผู้ชายเป็นผู้นำครอบครัว การสำนึกบุญคุณ การไม่แสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึก ฯลฯ

ซึ่งพระเอก "ซอกวู" เขาเป็นนักธุรกิจที่วันๆเอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาสนใจครอบครัว จะเห็นได้ว่า เขาไม่แม้จะปลีกตัวไปเป็นกำลังให้ "ซูอัน" ลูกสาวของเขาในวันสำคัญของเธอที่โรงเรียน แต่กลับได้ดูวิดิโอที่ถูกอัดไว้แทน อีกทั้งเมื่อเขาให้ของขวัญวันเกิดลูกสาว มันก็กลับกลายเป็นเครื่องเล่นราคาแพงที่ไม่สามารถแสดงออกถึง "ความรักของพ่อต่อลูกสาว" ได้ 

"ความอบอุ่นจากครอบครัว" กลายเป็น "ของขวัญ" ที่ซูอันต้องการมากที่สุดและไม่สามารถมีอะไรมาทดแทนได้นอกจากความรักจากครอบครัว นั่นทำให้เธอต้องการกลับไปหาแม่ของเธอที่ปูซาน ผู้ซึ่งได้หย่ากับซอกวูไปนานแล้ว ในเมื่อเห็นว่า ผู้เป็นพ่อไม่สามารถเติมเต็มความอ้างว้างในใจของเธอได้

ในตอนท้ายของเรื่อง หนังได้เผยให้รู้ว่า การแพร่กระจายเชื้อไวรัสซอมบี้นั้นเกิดจากการที่บริษัทของพระเอกได้ทำการขายหุ้นของบริษัทไบโอเทค เดาเล่นๆว่าคงทำงานด้านการทดลองชีวภาพอะไรสักอย่าง คิดว่าเมื่อถูกขายหุ้น บริษัทอาจจะต้องปิดตัวลง อาจมีการรั่วไหลของสารอะไรบางอย่างสู่สัตว์ป่า (กวางติดเชื้อในต้นเรื่อง-ข่าวปลาตายเกลื่อนแม่น้ำ) ต่อมาจึงแพร่กระจายสู่มนุษย์และส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอันกระทบต่อสังคมในวงกว้างอย่างที่ซอกวูคาดไม่ถึง

เหมือนกับที่ลูกสาวของเขากล่าวว่า
"เพราะพ่อไม่เคยสนใจใครเลยนอกจากตัวเอง"

การติดเชื้อซอมบี้อาจเปรียบได้กับความเปลี่ยนไปของจิตใจคนในสังคม
พวกเขาเคยเป็นผู้คนที่มีชีวิตจิตใจและความรู้สึก มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกัน
แต่เมื่อเชื้อร้ายเข้าครอบงำ พวกเขาก็กลายเป็นสิ่งไร้จิตใจ
ไล่ล่า ฉีกทึ้ง เพื่อได้มาซึ่งเลือดเนื้อของผู้อื่น

สังคมเรากำลังติดเชื้อซอมบี้
สังคมเรากำลังไร้ซึ่งความรัก

บ่อยครั้งที่เราไขว่คว้าหาสิ่งที่เราต้องการ
โดยไม่คำนึงถึงผู้อื่นหรือสังคมว่าจะเป็นเช่นไร

เสี้ยวนาทีนั้นไม่น่าต่างอะไรกับการติดเชื้อซอมบี้

แต่โลกก็ไม่ได้โหดร้ายถึงเพียงนั้น
เพราะการรวมพลังกันของเหล่าคนในขบวนรถไฟ
เพื่อหาทางเอาชีวิตรอดและช่วยเหลือกันและกัน

คือสิ่งที่เรียกว่า "ความรัก"
ที่หาได้น้อยนิดในวันที่สังคมติดเชื้อซอมบี้

ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบใด
พ่อกับลูก
สามีกับภรรยา
เพื่อนกับเพื่อน
ชายหนุ่มกับหญิงสาว
พี่สาวกับน้องสาว
เพื่อนร่วมชะตากรรม
ฯลฯ

"ความรัก" ล้วนมีค่าและเป็นแรงผลักดันให้เราทำสิ่งไม่น่าเชื่อได้เสมอ

และแม้ว่า "ความเปลี่ยนแปลง" จะเกิดขึ้นกับคนที่เรารัก
"ความรัก" ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดีเสมอ
และมันก็เป็นวัคซีนชนิดเดียวที่ 
"ป้องกันเชื้อซอมบี้" ให้กับคนในสังคมได้อย่างชะงัด

รีบฉีดวัคซีนให้กันและกันวันนี้...
อย่าต้องรอให้ถึงวันที่เราต้องติดเชื้อเลยค่ะ

Aloha ʻoe, aloha ʻoe  
E ke onaona noho i ka lipo,  
One fond embrace, 
A hoʻi aʻe au,
Until we meet again...

จากเธอ..ตรงนี้ จากกัน..ตรงนี้
เธอคนดีอยู่ตรงนี้..เสมอในใจ
กอดเธอเอาไว้
จำต้องจากกันไป
จนกว่า...จะพบ...อีกที

Train To Busan - Movie
Aloha Oe - Train To Busan Original soundtrack
SHARE
Written in this book
Just Enjoy The Show
วิเคราะห์หนังตามความประทับใจและประสบการณ์ส่วนตัวค่ะ
Writer
ClairDeLune
Devil
ARS LONGA, VITA BREVIS ชีวิตสั้น...ศิลปะยืนยาว ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาเลยค่ะ มีอะไรอยากพูดคุยกัน >> ID Line : Lukemai007

Comments