One Way Out - 3
04:20
คุณลุงสลบไปเงียบๆ ได้สักพักแล้ว
เสียงเดียวที่ยังคงดังอยู่ตอนนี้คือเสียงจากศพเดินได้ที่พยายามแหวกร่างเข้ามาภายในลิฟท์ผ่านช่องแคบๆ ช่องนั้น บวกกับเสียงการเต้นของหัวใจ
ผมกับหนุ่มตากล้องปลดสายห้อยกระเป๋ากล้องออกมาเพื่อปฐมพยาบาลคุณป้าเบื้องต้น คุณป้ามองผมด้วยสีหน้าโกรธแค้น ผมเข้าใจดีว่าทำไม
"เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้" คุณป้าพูดกับผม แต่ผมแสร้งทำเป็นหูทวนลมก่อนจะนั่งลงอย่างเงียบๆ ที่มุมหนึ่ง คุณป้ามองหน้าผมแล้วยังพูดต่อ "เขาอาจจะยังไม่ได้ตาย"
"นี่ป้าชักจะทำตัวเป็นป้าโรคจิตในหนังเข้าไปเต็มที่แล้วนะ" หนุ่มตากล้องพูด "ซอมบี้มันกินคนนะป้า เราไม่ฆ่ามัน เราก็ถูกมันฆ่า"
"แล้วแน่ใจเหรอว่ามันจะฆ่าเรา"
"แล้วป้าไม่เห็นแผลบนแขนของลุงนั่นหรือไง"
หนุ่มตากล้องเถียงกลับ ป้าหันไปมองแผลนั้นอย่างสะอิดสะเอียนก่อนพูดต่อ
"ฉันเคยได้ยินข่าว.. มันมียาเสพติดประเภทหนึ่งที่ทำให้คนคลั่ง" ป้าพูด ผมรู้สึกคุ้นๆ ข่าวนี้ชอบกลจึงหันไปฟังป้าพูดอย่างตั้งใจ ป้าถอนหายใจออกเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามองศพเดินได้ที่ปัดแขนไปมาอย่างน่าขนลุกนั่น
"มันเป็นยาหลอนประสาทประเภทหนึ่ง คนที่กินเข้าไปจะกลายเป็นคนบ้าคลั่ง เข้าไปทำร้ายคนนั้นคนนี้โดยไม่รู้ตัว และไม่ว่าอะไรจะทำร้ายมัน มันก็จะไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น"
ผมจำได้
มันเพิ่งเป็นข่าวเมื่อไม่นานนี้เอง ที่มีผู้เสพรายหนึ่งกัดกินใบหน้าของอีกคนอย่างเลือดเย็น โดยที่ตำรวจทำอะไรเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ผมมองศพเดินได้ที่ติดอยู่หน้าประตูลิฟท์นั่นอย่างหวาดหวั่น
"แต่ถึงยังไง เราก็ต้องกำจัดเขาออกไปจากประตูลิฟท์นี่ก่อน ไม่อย่างนั้นเราก็จะตายกันหมด" ผมพูดขึ้น ป้าถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวขึ้นช้าๆ
"แล้วถ้าเกิดเขาแค่ประสาทหลอนจริงๆ คุณลุงที่โดนกัดแขนนี่ก็คงไม่ได้ติดเชื้อสินะครับ" หนุ่มตากล้องถามขึ้น
ผมมองไปยังแผลบนแขนของลุง ถ้าเป็นหนังซอมบี้ทั่วไปก็คงเป็นเช่นนั้น แต่ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่ามันจะถูกตามสูตรหนังซอมบี้ทั่วไปอยู่หรือเปล่า
ผมกระชับขาตั้งกล้องที่หักเข้ามือ หนุ่มตากล้องกับคุณป้าเขยิบเข้าใกล้ชิดผมเล็กน้อย
"เขาว่ากันว่า ซอมบี้ต้องฆ่าที่สมองครับ" หนุ่มตากล้องนั่นพูด ผมส่ายหน้า
"ไม่.." ผมพูด "เราจะไม่ฆ่าเขา"
หนุ่มตากล้องพยักหน้า
"ดีเลยพี่ งั้นผมขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกรูปนึงนะฮะ"
หนุ่มตากล้องไม่รอช้า ยกกล้องขึ้นมาโดยไม่รีรอก่อนจะกดชัตเตอร์โดยไม่ปรึกษาใคร แสงแฟลชสะท้อนไปทั่วลิฟท์ ผมหยีตามองด้วยความแสบตา
"ยังจะมีเวลามาถ่ายรูปอีกนะ" ผมบ่นไปเบาๆ แต่แล้วคุณป้าก็ชี้ให้ผมมองเห็นอะไรบางอย่าง
คุณลุงที่นอนหลับไปเมื่อสักครู่นี้ส่งเสียงครางออกมาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน ผมมองเห็นนัยน์ตาที่ขาวโพลนของคุณลุง
คุณลุงเดินโซซัดโซเซไปจนล้มไปยืนอยู่ข้างแขนของศพเดินได้ที่ยื่นออกมา หนุ่มตากล้องนั่นพยายามจะดึงแขนลุงไว้แต่ผมกลับห้ามเอาไว้ก่อน ป้ามองผมด้วยความฉงน ผมทำนิ้วชี้จุ๊ปากไว้เป็นสัญญาณ
คุณลุงยืนขึ้นข้างแขนนั่น พลางส่งเสียงครางออกมาเบาๆ ในขณะที่ศพเดินได้นั่นยังคงเอื้อมมือออกมาราวกับคุณลุงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น ผมหันไปมองหนุ่มตากล้องก่อนจะขอฝากล้องมา
ผมขยับตัวเข้าใกล้ทั้งคู่ พยายามไม่ส่งเสียงดังอะไรออกมา ผมเอนตัวเล็กน้อยก่อนจะชันตัวขึ้นไปยังช่องว่าง
ผมปาฝากล้องไปด้านซ้ายอย่างสุดแรงจนฝากล้องชนกระจกเสียงดัง คุณลุงและศพเดินได้นั่นชะงักไปพักใหญ่ ผม หนุ่มตากล้องและคุณป้ายืนมองด้วยใจระทึก
คุณลุงหันหน้าเข้าประตูลิฟท์ ก่อนจะเริ่มกรีดกรายประตู ในขณะที่ศพเดินได้นั่นเดินตรงไปยังเสียงนั่นแล้วทำท่ากรีดกรายประตูเช่นกัน ผมขอยืมโทรศัพท์หนุ่มตากล้องนั่นก่อนจะพิมพ์ข้อความลงไป
มันไวต่อแสงมาก แต่ในความมืด มันจะไวต่อเสียงหนุ่มตากล้องนั่นพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย แต่แล้วเขาก็รีบคว้าโทรศัพท์ไปแล้วพิมพ์กลับ
ถ้าอย่างนั้นเราก็เหลือเวลาไม่มากแล้วครับ อีกนิดเดียวก็เช้าแล้วจากที่ใจชื้น ตอนนี้ผมกลับมาคิดหนักอีกครั้ง
ผมจะออกไปจากลิฟท์นี้ก่อนเช้าอย่างไรดี
SHARE
Written in this book
Still Alive เมืองคนตาย
ในคืนหนึ่งที่ซอมบี้เกิดอาละวาดขึ้น เหล่าผู้คนต้องรอดชีวิตผ่านพวกมันไปให้ได้
Writer
Doratong24
Troublemaker
Writer | Photographer | Programmer | Creator | Thinker

Comments

Patpitcha_Eua
4 years ago
ขอแก้คำให้นิดนึงนะคะ
คำว่า เสพ ไม่มี ย์ ค่ะ ☺
ยาเสพติด ก็ไม่มี ย์ เช่นกันค่ะ ☺
Reply
Doratong24
4 years ago
ขอบคุณมากครับ จะแก้ให้ทันทีเลยฮะ :)
Patpitcha_Eua
4 years ago
ยินดีค่ะ ☺