One Way Out - 1
03:00
"ท่าทางจะไม่ไหวว่ะ" นายพูดขึ้นพลางเลิกขยับผ้าห่มขึ้นมากระชับร่าง ผมลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือก่อนจะมองมันด้วยสีหน้าฉงน นายยกนิ้วชี้ขึ้นจุ๊ปากเป็นสัญญาณให้ผมฟังบางอย่าง ผมเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
เสียงของชายข้างห้องที่ไอออกมาดังราวกับคนยิงปืนกลใส่หู สลับกับเสียงอาเจียนอันชวนสะอิดสะเอียนที่ดังออกมาเป็นระยะ เสียงนั้นเริ่มทำให้ผมรู้สึกนอนไม่หลับ
"มึงว่ากูควรจะออกไปดูเขาหน่อยไหม" นายถาม ผมส่ายหน้าก่อนจะเอามือลูบหัวนายอย่างเอ็นดู
"อย่าเลยมึง.. พรุ่งนี้มึงต้องตื่นเช้านะ นอนเหอะ"
"แต่ว่า.."
"งั้นเอางี้" ผมยกโทรศัพท์ข้างเตียงขึ้นมาก่อนจะต่อลงไปยังด้านล่าง เสียงปลายสายดูท่าทางสดใสเป็นพิเศษ ผมรู้ได้ทันทีว่าเป็นเสียงของเปี๊ยก ลูกชายเจ้าของหอที่ยังคงเล่นเกมไม่หลับไม่นอน
"ฮัลโหล มีอะไร" เปี๊ยกถามเสียงห้วน คงกำลังเล่นเกมอยู่อย่างเมามันแต่ถูกจัดจังหวะกลางคัน
"นี่จากห้อง 1013 นะ.." ผมพูด ได้ยินเสียงจิ๊ปากจากปลายสายเบาๆ ผมไม่สนใจก่อนจะพูดต่อ "..ที่ห้อง 1012 มีผู้ชายคนนึงไอไม่หยุดเลย ไม่รู้เป็นอะไรหรือเปล่า ยังไงช่วยเรียกรถพยาบาลมาให้หน่อยนะ"
"อือ" เปี๊ยกตอบสั้นๆ ก่อนจะตัดสายทิ้งไป ผมวางโทรศัพท์ลงก่อนจะหันไปกล่อมนายให้นอนต่อ แล้วผมก็หลับตามไป

04:00
ผมสะดุ้งตื่นขึ้นกลางคันเพราะอยู่ๆ นายก็เด้งตัวออกจากที่นอน ก่อนจะคว้าไม้เท้ามาช่วยพยุงขาขวาที่เจ็บ ผมขยี้ตาเล็กน้อยก่อนจะมองเขา
"จะไปไหน" ผมถาม นายทำท่าอึกอักเล็กน้อย
"เข้าห้องน้ำ" เขาโกหก ผมจับอาการออก
ผมคว้าเสื้อยืดข้างๆ เตียงมาใส่ก่อนจะเดินตรงไปหานายแล้วพยุงเขาออกจากห้องไป ผมรู้ดีว่าความจริงแล้วเขากำลังจะไปไหน
"มันเงียบเกินไป" นายพูด "กูไม่ได้ยินเสียงเขามาสักพักแล้ว"
"เขาอาจจะไปโรงพยาบาลแล้วก็ได้"
"แต่เสียงเคาะประตูกูก็ยังไม่ได้ยินเลยนะ"
"เขาอาจจะแค่หลับหรือเปล่า"
"มึง.."
นายหันมามองผมตาขวาง ผมยกมือยอมแพ้ แน่นอนว่าทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน ผมมักจะต้องเป็นฝ่ายยอมเขาเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน
ผมก้าวไปเคาะประตูเขาอย่างใจเย็น แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา
"คงจะหลับลึกน่าดูเลยสิท่า" นายพูดติดตลก แต่สีหน้าเคร่งเครียด
ผมเคาะประตูอีกครั้ง แต่ก็เช่นเดิม ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ผมเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ผมพยายามเคาะห้องนั้นอีกครั้ง คราวนี้มีเสียงของบางสิ่งกำลังขยับ
"เขาตื่นแล้วมั้ง" นายพูด ผมจึงตะโกนถามเพื่อตรวจสอบ
"คุณครับ.. คุณ.. ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ"
"อือออออ อาาาาา" นั่นคือเสียงตอบรับที่เกิดขึ้น ผมสัมผัสได้ถึงความผิดปกติรุนแรงภายในห้องนี้ ผมมองตานายเป็นสัญญาณว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว
ผมง้างมือจะเคาะประตูอีกครั้ง แต่แล้วกลับมีเสียงราวกับเขากำลังวิ่งพุ่งชนผนังอย่างรุนแรง ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวน และเสียงของมือที่พยายามกรีดกรายประตู้อย่างบ้าคลั่ง ผมผงะถอยหลังด้วยความตกใจ
"ทำอะไรสักอย่างสิ พังประตูเข้าไปก็ได้" นายพูด ผมหันไปตวาดด้วยความหงุดหงิด
"จะบ้าหรือไง ถ้าประตูพัง ใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายวะ" ผมพูดโดยไม่คิด
"นี่คนในห้องจะเป็นจะตายก็ไม่รู้ แต่มึงมาห่วงเรื่องประตูพังเนี่ยนะ!"
"เออน่ะ.." ผมเพิ่งคิดได้แต่แกล้งทำเป็นหูทวนลมไป "..เดี๋ยวกูลงไปเอากุญแจแป๊บนึง มึงอยู่ตรงนี้แหละ แล้วอย่าคิดทำอะไรโง่ๆ นะ"
ผมพูดจบก็รีบวิ่งไปยังบันไดแล้วลงไปชั้นล่างทันที

04:10
คุณลุงเดินเมาแอ๋ก่อนจะเข้ามาสลบอยู่ในลิฟท์พร้อมขวดเหล้าขวดหนึ่งในอ้อมอก ผมกำลังจะเอื้อมมือไปปลุกคุณลุงให้ตื่นขึ้น แต่คุณป้าที่ยืนอยู่ยื่นมือมาห้ามไว้
"ไม่ต้องหรอกหนู ปล่อยให้แกนอนไปเถอะ"
ผมพยักหน้าก่อนจะกลับชักมือกลับมาพลางมองไปยังเลขชั้นที่ปรากฎในตัวลิฟท์
เพิ่งชั้น 3 เองเหรอ..
ผมเอื้อมมือไปกดปุ่มปิดประตูลิฟท์เพราะหวังจะเร่งเวลา ประตูลิฟท์ปิดลงช้าๆ ก่อนเคลื่อนตัวลงไปอีกชั้นหนึ่งแล้วเปิดออก
เด็กหนุ่มวัยมัธยมเดินเข้ามาพร้อมขาตั้งกล้องอันหนึ่งและอุปรณ์กล้องพะรุงพะรัง ในมือยังคงถือโทรศัพท์ที่คุยกับเพื่อนของเขาไม่เสร็จ
"เออ ก็รีบอยู่นี่ไง ของมันเยอะจะให้กูทำยังไงวะ.. ฮัลโหล.. ฮัลโหล.. บ้าเอ้ย!"
เด็กหนุ่มกดวางสายอย่างหงุดหงิดก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ในลิฟท์ เขามองปุ่มกดชั้นเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดประตู
ลิฟท์เลื่อนตัวลงจนมาถึงชั้นหนึ่ง ผมจ้องมองประตูด้วยความกระวนกระวายใจ ลิฟท์ค่อยเคลื่อนตัวลงช้าๆ ก่อนจะหยุดลง ประตูลิฟท์เปิดออกเล็กน้อย..
พรึ่บ!
ไฟดับลงในขณะที่ประตูลิฟท์แง้มออกเพียงเล็กน้อย ผมสบถออกมาเบาๆ พลางมองทุกคนในลิฟท์ที่มีสีหน้าไม่ต่างกัน ผมมองลอดออกไปนอกลิฟท์ ทุกอย่างดูมืดและเงียบสงัด
"มีใครอยู่ไหมครับ พวกเราติดอยู่ในลิฟท์ครับ"
ผมตะโกนออกไปเพราะหวังว่าจะมีเสียงตอบรับกลับมา แต่ผมก็ต้องผิดหวัง คุณป้าผลักผมออกไปข้างๆ ก่อนชะเง้อหน้าไปยังช่องแคบๆ ของประตู
"ไอ้หนู มีใครอยู่ข้างนอกไหม" คุณป้าตะเบ็งสุดเสียงแต่ก็ไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับเช่นเดิม หนุ่มตากล้องยกโทรศัพท์ขึ้นมองด้วยความกระวนกระวาย
"ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เลยครับ" หนุ่มตากล้องบอก ผมเอามือกุมหัวพลางมองไปยังขวดเหล้าของลุงที่อยู่บนพื้น
ผมกระชากขวดเหล้าออกจากลุงขี้เมา ลุงไม่มีท่าทีตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น คงน่าจะหลับสนิทไปเรียบร้อยแล้ว ผมมองไปยังพื้นที่ด้านนอก ซ้ายมือของลิฟท์คือประตูกระจกใสทางเข้าหอ ส่วนด้านขวาคือที่ประชาสัมพันธ์
ผมสนใจประตูนั่น เป็นไปได้ไหมว่าถ้าผมปาขวดไปที่ประตูกระจกนั่น สัญญาณกันขโมยอาจจะดังขึ้นก็ได้ แม้ว่าเขาจะพังประตูพังก็ตาม
บ้าเอ้ย รู้งี้ทำแค่ประตูห้องพังก็ดี
ผมจะเอื้อมมือออกไประหว่างช่องประตูเพื่อปา แต่แล้วคุณป้าก็ดึงมือผมกลับมาอีกครั้ง
"ใจเย็นพ่อหนุ่ม" คุณป้าพูด พลางทำนิ้วจุ๊ปากเป็นสัญลักษณ์ให้ผมเงี่ยฟังเสียงดูก่อน
มีเสียงคนกำลังเดินมาทางนี้!
ผมพยายามมองลอดออกไปยังข้างนอก แต่แสงจากประตูก็ยังไม่สว่างพอให้มองเห็นได้ทั้งชั้น แต่ผมมั่นใจได้ว่ามีใครบางคนกำลังเดินมาอย่างช้าๆ
"ช่วยได้ครับ มีคนอยู่ในลิฟท์" ผมตะโกนด้วยความดีใจ แต่แล้วเสียงฝีเท้านั้นก็หยุดลง
"อือออออ อาาาาา"
เสียงนี้มัน.. เสียงเดียวกับคนห้องข้างๆ หรือว่า..
"คุณ.. คุณครับ.. คุณที่อยู่ห้อง 1012 ใช่ไหม"
"อือออออ อาาาาา"
"รู้จักกันเหรอ" คุณป้าหันมาถามผม ผมส่ายหน้า
"ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวครับ เขาอยู่ห้องข้างๆ เมื่อเช้าเขาทำเสียงประหลาดๆ แล้วก็เงียบไปน่ะครับ ผมก็เลยจะลงมาเอากุญแจไปเปิดห้องเขา แต่ดูท่าว่า.."
ไม่สิ มันแปลกเกินไป ทำไมเขาถึงลงมาชั้น 1 ได้รวดเร็วขนาดนี้ หรือนายเป็นคนเปิดประตู หรือนี่ไม่ใช่คนห้องบ้างๆ..
"นี่มันโคตรเหมือนหนังผีเลย" หนุ่มตากล้องพูดพลางคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอัดวีดีโอด้วยสีหน้าหวาดกลัว ผมพยายามมองไปข้างนอกอีกครั้ง
"คุณครับ.. ได้ยินผมไหมครับ"
เงียบ
"คุณ.. คือพวกผมติดอยู่ในลิฟท์ ช่วยพวกผมด้วย.."
เสียงนั้นเริ่มมีการเคลื่อนไหว แต่แล้วใครคนนั้นกลับวิ่งพุ่งกระโจนเข้ามายังลิฟท์อย่างรวดเร็ว ใครบางคนที่เขาไม่รู้จัก ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด มีรอยฟันที่ต้นคอ นัยน์ตาขาวโพลน ใครคนนั้นอ้าปากกรีดร้องน้ำเสียงโหยหวนพลางยื่นมือเข้ามากระชากคอเสื้อผมเข้าไปใกล้ ก่อนจะพยายามบดฟันลงบนใบหน้าผม ผมยกเท้าขึ้นถีบผ่านช่องแคบโดยไม่เกรงใจ ใครคนนั้นล้มลงไปนอนกองบนพื้น ก่อนจะลุกขึ้นกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้วกระโจนใส่ลิฟท์อีกครั้ง ผมผลักทุกคนจนถอยกรูดไปติดผนังลิฟท์
"เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย" หนุ่มตากล้องพูดด้วยความหวาดกลัว ผมเองก็มองภาพข้างหน้าด้วยความไม่เชื่อในสายตาตัวเองเช่นกัน
SHARE
Written in this book
Still Alive เมืองคนตาย
ในคืนหนึ่งที่ซอมบี้เกิดอาละวาดขึ้น เหล่าผู้คนต้องรอดชีวิตผ่านพวกมันไปให้ได้
Writer
Doratong24
Troublemaker
Writer | Photographer | Programmer | Creator | Thinker

Comments

Patpitcha_Eua
4 years ago
มีต่อมั้ยคะ? กำลังสนุกเลยค่ะ ☺☺
Reply
Doratong24
4 years ago
มีแน่ๆ ครับ รอลุ้นกันไปก่อนนะครับ :)
maysayon
4 years ago
ลุ้นจัง..มีต่อใช่ไหม
..
อ่านไปสองพารากราฟ นึกว่าเรื่องจริงกังวลอยู่ว่าคุณลุงข้างห้องจะเป็นไรไหม
อ่านไปเรื่อยๆ อ๋อ short story
Reply
Doratong24
4 years ago
ใจเย็นๆ นะฮะ55555 รอครับๆ เดี๋ยวมาต่อแน่นอน
ShadowOfTheMoon
4 years ago
รอด้วยใจจดจ่อค่ะ กำลังลุ้นเลย :)
Reply
Doratong24
4 years ago
เดี๋ยวมาแน่ๆ ครับ รอด้วยใจระทึกครับ55555