ทัศนคติการออกกำลังกายที่ควรมี
ผมไม่ใช่คนหุ่นดีเท่าไร ตอนนี้เพิ่งมาออกกำลังกายเพราะเสื้อที่เคยใส่ได้ กางเกงที่เคยใส่แล้วเท่ วันนี้เริ่มใส่ไม่ได้แล้ว เพราะต้นขาใหญ่มากกว่าเมื่อก่อน ทำไมเป็นแบบนั้น ทำไมกัน ไม่ดีเลย

ลองมาคิดดู ตอนอยู่มหาวิทยาลัย หุ่นดีจัง พอมาตอนนี้ หุ่นไม่ค่อยโอเคเท่าไร อ้วนเลยทีเดียว มีเหนียงอีก โอ๊ย! ไม่อยากมีเหนียงเหมือนไก่แล้ว ไม่เอา!!!

ผมทดลองลดความอ้วนมาหมด ไม่ว่าจะวิ่งรอบสวนสาธารณะเบญจกิตติ (1 รอบเกือบ ๆ 2 กิโลเมตร) ก็ยังไม่เห็นผล เปลี่ยนอาหารก็แล้ว ก็ยังเหมือนเดิม โอ๊ย!!! เอายกลดน้ำหนักเหรอ ไม่เอา อย่า มันแพง ราคาเป็นพันเลย แล้วไม่รู้ด้วยว่ามันลดจริงหรือเปล่า กลัวผลข้างเคียงด้วย ไม่อยากป่วยแล้วต้องลางานแล้วโดนหักเงิน

บางวัน เห็นรูปผู้ชายหุ่นดี โอ๊ย! อยากหุ่นดีเหมือนเค้าบ้าง ทำไง ก็ออกกำลังกายสิ

วิ่ง ๆ แล้วก็พัก เหนื่อย ตื่นมาอีกวัน เจ็บทั่วร่างกายไปหมด ทั้งแขน ขา ท้อง หลัง คอ ปวดเต็มที่

เรายอมแพ้แล้ว

1 เดือนผ่านไป

หลังจากน้องย้ายไปต่างจังหวัด ก็ออกกำลังกายบ่อย ซึ่งช่วง 1 เดือนที่ว่า เรารู้ซึ้งถึงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการออกกำลังกาย ว่าทำไมเราออกกำลังกายไม่ลดซักที ไม่เป็นไปตามที่หวัง เหนื่อยมาก และก็ Fail ทุกครั้ง

ท่าออกกำลังกายหลาย ๆ ท่าที่เราเห็นในเน็ต มันใช้ได้จริง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วนคือ "ทัศนคติของคนออกกำลังกาย"

เรื่องของทัศนคติ มันใช้ได้กับทุกสถานการณ์จริง ๆ เพราะถ้าเราขาดทัศนคติแล้ว เวลาเราทำอะไร เราจะรู้สึกขัดใจ แล้วล้มเลิก ไม่สู้ต่อ ไม่ทำต่อ ผลคือ ล้มเหลว แล้วทัศนคติของคนออกกำลังกายเราเพิ่งค้นพบ ซึ่งผมคิดว่า นักออกกำลังกายหลาย ๆ คน หรือคนที่มีหุ่นดีหลาย ๆ ค้าเค้ามีทัศนติตรงนี้แล้ว แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มลดความอ้วนหรือเริ่มออกกำลังกายแต่ยังไม่รู้ว่าทัศนคติในการออกกำลังกายว่าเป็นอย่างไร บทความนี้มีคำตอบครับ

คิดซะว่า เราหลงใหลกับการออกกำลังกายมาก มันขาดไม่ได้!

ลืมเรื่องเป้าหมายหรือพวกไอดอลที่หุ่นดี ๆ ไร้ไขมันกันไปก่อน การอยากเป็นแบบเค้าแต่ไม่รู้ความคิดของเค้าเป็นเรื่องผิดที่ต้องคิดใหม่ ให้เราคิดว่า เราออกกำลังกายเพราะเราชอบออกกำลังกาย เรื่องการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ต้องทำทุกวัน ขาดไม่ได้จริง ๆ แตบางทีร่างกายที่ยังไม่พร้อมแล้วมาหักโหม จะมีแต่เสียกับเสีย คือเสียเวลา ร่างกายเสียหาย เสียกำลังใจ เสียเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ สุดท้ายก็ล้มเลิก ไม่เอาแล้ว!!!  พยายามคิดว่าการออกกำลังกายเหมือนกับการเล่นเกม เราชอบเล่นเกมมาก ลองเปลี่ยนทัศนคติเป็นเราชอบออกกำลังกายมาก เวลาว่าง ๆ เหรอ ดีล่ะ ขยับตัวบ้างอะไรบ้าง ให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวเป็นประจำ แต่ถ้าจะออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง ก็เซตเวลาว่าช่วงกลับมาบ้าน (1 ทุ่มถึง 2 ทุ่ม) ก็ออกกำลังกายเลย ค่อยเป็นค่อยไป เหนื่อยก็พัก พอหายเหนื่อยแล้วก็เริ่มใหม่ อ้าว ใจเราอยากปลดปล่อยแล้วก็ออกกำลังกายเลย

คำถามคือ จะออกกำลังกายด้วยอะไรดีล่ะ มันมีหลายอย่างให้เราเลือกว่าเราจะออกกำลังกายอะไร เช่น เล่นกีฬา วิ่ง ขี่จักรยาน ออกกำลังกายด้วยท่าบริหารร่างกายอยู่กับบ้าน ท่าเบิร์นไขมัน แต่ละอย่างจะมีการลงทุนด้วย เช่น ขี่จักรานต้องลงทุนซื้อจักรยานดี ๆ หรือวิ่งก็ลงทุนซื้อชุดวิ่งและรองเท้าดี ๆ แต่จะมีบางช่วงที่ร่างกายเหนื่อยล้า กล้ามเนื้อเมื่อย จากซอยขาเมื่อกี๊ พอมาซอยอีกที ซอยช้าลงแล้ว แบบนี้ต้องให้ร่างกายได้พักบ้างด้วยการยืนหรือเดินอยู่เฉย ๆ แน่นอนว่า ร่างกายที่กำลังเบิร์นแคลอรี่อยู่ยังไม่หยุดเบิร์น จะหยุดเบิร์นก็ต่อเมื่อเราหยุดออกกำลังกายนาน 10 นาทีได้ ถ้าเราพักประมาณ 1 นาที ก็ยังไม่หยุด เราก็ออกกำลังกายไปเรื่อย ๆ จนครบเวลาที่กำหนด และระหว่างออกกำลังกายก็ออกกำลังกายด้วยความสุข

ถ้าจะให้ดี ลงทุนซื้อหูฟัง Bluetooth หรือหูฟังที่ใช้ออกกำลังกายได้มาต่อเข้ากับมือถือ แล้วเล่นเพลงดู จะทำให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่ออย่างที่ิคิด แล้วเรามีความสุข พร้อมกับสุขภาพที่ดี

กินอะไรก็กินไปเถอะ แต่กินให้เป็นเวลา

เรื่องกินอาหารก็สำคัญไม่แพ้การเปลี่ยนทัศนคติการออกกำลังกาย หลาย ๆ คนมักเข้าใจว่า เวลากินอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก ต้องกินอาหารคลีน ต้องไร้มัน ต้องอย่างโน้นอย่างนี้ ปัญหาคือ การกินอาหารแนว ๆ นี้มาก ๆ อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารอะไรบางอย่าง แล้วส่งผลในเรื่องความคิดและการกระทำของเราในบางส่วน เช่น คิดงานไม่ออก หงุดหงิดง่าย เครียด ดูแล้วไม่ดีใช่ป่าว ก็เพราะเราขาดสารอาหารบางอย่าง วิธีแก้คือ กินอะไรก็กินไปเถอะ

แต่มันมีข้อจำกัดตรงเรื่องกินอาหารหวานอย่างพวกเค้ก หรืออาหารที่ให้แคลอรี่สูงอย่างพวกพิซซ่า ของพวกนี้นาน ๆ ครั้งกินได้ อย่ากินบ่อย เพราะเวลาออกกำลังกาย มันอาจจะไม่ลดเหมือนอย่างที่คิด และอย่ากินจุบจิบ คือเอะอะอะไรก็กิน โอ๊ย ปากว่างแล้ว กินสิ อะไรแบบนี้ แต่แก้ได้ด้วยการดื่มน้ำเปล่า ช่วยได้จริง ๆ เรารู้สึกอิ่มชั่วขณะแล้วเราลืมการกินอะไรอย่างอื่นเลย แล้วนอกจากน้ำเปล่ามีประโยชน์แล้ว ราคาก็ยังถูกกว่าด้วย ดังนั้น ควรเปลี่ยนการกินบ้างอะไรบ้าง

หาเพื่อนที่สนใจเรื่องออกกำลังกาย หรือติดตามเพจที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย

ทัศนคติของเราอาจจะไขว้เขว เพราะมีสิ่งมายั่วยวนใจอย่างอาหารอร่อย ๆ หรือเจอคนที่มีทัศนคติเป็นพิษ ชอบตั้งคำถามว่า เราออกกำลังกายไปเพื่ออะไร ในเมื่อเราไม่ใช่ดารา โหยคุณ! ก็อยากมีสุขภาพที่ดี มันเป็นความชอบ มันเป็น Passion มันก็คล้าย ๆ เกมหรือเปล่าล่ะ ไม่เล่นแล้วจะลงแดงให้ได้เลย นั่นแหละ แล้วเพื่อนที่ชอบออกกำลังกาย วัน ๆ ใน Facebook เอาแต่แชร์ท่าออกกำลังกาย เอาแต่ถ่ายรูปตัวเองในห้องฟิตเนส เอาแต่แชร์เรื่องออกกำลังกายอย่างโน้นอย่างนี้ บอกเลยว่า เพื่อนคนนี้โพสต์อะไร ผมกดไลค์หมด ก็ผมชอบนี่

คิดเหมือนย่อหน้าข้างบนให้ได้ก่อน คือพยายามให้เรามีภาษาการออกกำลังกายอยู่ในใจ แล้วเวลาเราเข้ากับนักออกกำลังกาย ก็จะเข้ากันได้ แล้วพาเราหุ่นดีไปด้วยกัน

การที่เราออกกำลังกายโดยขาดเพื่อนที่เป็นแรงจุงใจ ทำให้เราอาจจะหมดแรงฮึดในการออกกำลังกาย อย่าลืมว่าเราไม่ได้เกิดมาคนเดียวในโลก เราเกิดมาเพื่ออยู่กับคนหลาย ๆ คนที่มีทัศนคติเดียวกัน เรื่องเป้าหมายเป็นเรื่องรอง แต่เรื่องอยากออกกำลังกายเพราะอยากหุ่นดีเหมือนคนบางคน ไม่อยากให้คิดตรงนี้ 

ผลลัพธ์หลังจากเปลี่ยนทัศนคติการออกกำลังกาย (และการกิน)

เชื่อว่าสุขภาพจะดีขึ้นอย่างมีความสุข อาจจะได้รับอิทธิพลของสังคมบ้าง แต่เราออกำลังกายเพื่อความสุข ไม่ได้เพื่อไปเปรียบเทียบใครว่าตัวเองต้องเหนือกว่า มันคืองานอดิเรก มันคือความชอบ เราต้องรู้สึกเหมือนว่าเราออกกำลังกายแล้วอยากโม้เรื่องความสุขจากการออกกำลังกายให้เพื่อน ๆ ฟังทั้งวัน (จนเพื่อนเดินหนีไป 5555)

หยุดคิดว่า โอ๊ย วันนี้ไม่มีเวลา... ถ้าเราเปลี่ยนทัศนคติเรื่องการออกกำลังกายแล้ว เรื่องออกกำลังกายจะมาเป็นที่หนึ่งเสมอ แล้วเรามีเวลาไปกับมันจริง ๆ
SHARE
Written in this book
ใคร ๆ ก็รัก
เรารู้ว่าใคร ๆ ก็อยากเป็นที่รักของผู้อื่น หนังสือเล่มนี้รวมบทความเปลี่ยนทัศนคติให้เป็นที่รักของทุก ๆ คนด้วยวิธีคิดง่าย ๆ และใช้ได้จริง
Writer
HARMONYZT
Content Specialist
นักเขียนบทความเกี่ยวกับชิวิต และการเดินทางของคน ๆ หนึ่งในเมืองใหญ่ที่เรียกว่า กรุงเทพมหานคร ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ campzzz.com

Comments