น้ำตาลสีมิ้นท์
เพราะความหวานละมุนของน้ำตาล
ได้คลายความเย็นยะเยือกของมิ้นท์

"เจ้าก้อนน้ำตาลเอ๋ย เจ้าก้อนน้ำตาลเอ๋ย" เราหยิบก้อนน้ำตาลสีขาวก้อนหนึ่งขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะไม้สีไม้อ่อนก่อนจะจัดการเขี่ยมันไปมาพลางพูดประโยคเดิมซ้ำๆ ราวกับว่ามันเป็นกระจกวิเศษณ์ที่สามารถสื่อสารกับเราได้

 "เฮ้อ..." เราถอนหายใจน้อยๆ พร้อมกับทอดสายตาออกไปผ่านกระจกใสบานโตเพื่อไปจ๊ะเอ๋กับวิวทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าและภูเขาที่ชวนสบายตาด้านนอก โดยที่มือก็ยังไม่หยุดเขี่ยก้อนน้ำตาลเล่น

 "นี่ เจ้าก้อนน้ำตาล เรามีเรื่องหนักใจล่ะ ถ้าเราเล่าให้ฟัง เธอจะฟังเรามั้ยนะ" เราก้มลงมองก้อนน้ำตาลที่เขี่ยเล่นอยู่บนโต๊ะแล้วยิ้มให้น้อยๆ กับความไร้สติของตัวเองที่คิดจะสื่อสารกับก้อนน้ำตาลสีขาวเล็กๆ ก้อนนี้

 "ก็ลองเล่าดูสิ" เสียงหนึ่งดังขึ้น เฮะ...ก้อนน้ำตาลกำลังคุยกับเราเหรอ? 
 "หือ" 
 "เล่าให้ก้อนน้ำตาลฟังไง" เสียงเด่นชัดมากขึ้น พร้อมกับร่างที่สูงพอๆ กับเราค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้สีเดียวกับโต๊ะ
 "นายเป็นใคร?"
 "ภูตก้อนน้ำตาลไงล่ะ" เขาเดาะลิ้นน้อยๆ พลางยิ้มกว้าง ช่างเป็นรอยยิ้มที่สดใสและเจิดจ้าจนเราแทบจะตาบอด (เว่อร์)
 "นายจะเป็นภูตก้อนน้ำตาลได้ไง โกหก"
 "ในโลกใบนี้มีเรื่องหลายเรื่องที่ทำให้เธอประหลาดใจได้เสมอ เอ้าๆ เรียกผมออกมาแล้วจะมานั่งช็อคอยู่แบบนี้น่ะเหรอ"
 "ภูตก้อนน้ำตาล?..." เราสังเกตดูชายที่แอบอ้างว่าตัวเองเป็นภูตก้อนน้ำตาลอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาเป็นผู้ชายตัวขาวปลอด ใบหน้าระบายยิ้มอยู่ตลอดเวลา เขาสวมชุดยาวสีขาวสะอาด ราวกับน้ำตาลที่เรากำลังเขี่ยเล่นอยู่นี่
 "อือ"
 "เราเรียกนาย...หมายถึงท่าน?" เราเริ่มเปลี่ยนสรรพนามการเรียกสิ่งแปลกประหลาดที่อยู่ตรงหน้านี้ด้วยท่าทีเหลอหราจนเขาหลุดหัวเราะออกมา
 "ไม่ต้องเกร็ง พูดปกติเถอะและใช่ เธอเรียกผมออกมา...อันที่จริงจะว่าผมออกมาเองก็ไม่ผิดนักหรอก เธอดูมีทุกข์ แล้วก็...มันตลกดีที่เธอพยายามจะสื่อสารกับก้อนน้ำตาล"
 "เรา...เฮ้ออ เอาเถอะ เราแค่อยากระบายอะไรสักอย่างกับสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีชีวิต ไม่มีจิตใจ แล้วเราก็ไม่ได้บ้า...ใครจะไปรู้ว่านายจะออกมาจากก้อนน้ำตาลจริงๆ กันล่ะ"
 "เธอสามารถเล่าได้ เรื่องราวที่เธอไม่สบายใจน่ะ เห็นผมร่าเริงแบบนี้ผมก็เป็นผู้ฟังที่ดีนะ" ภูตก้อนน้ำตาลยิ้มให้เรา ไม่ใช่รอยยิ้มทะเล้นเหมือนตอนแรกที่เจอกันหากแต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เรารู้สึกโล่งได้อย่างน่าประหลาด 



 "มันเป็นเรื่องที่ยากจะเล่า"
 "ผมรอได้ ผมว่างทั้งวันแหละ ไม่ค่อยมีคนอยากคุยกับสิ่งของไม่มีชีวิตแบบเธอนักหรอก"
 "เหงาเหรอ" เราหลุดปากถามออกไป ทำให้ภูตก้อนน้ำตาลมองเราอย่างสงสัย
 "ผมดูเป็นแบบนั้นเหรอ" รอยยิ้มของเขาหายไปจากใบหน้าเพียงชั่วครู่ก่อนที่มันจะกลับมาเป็นใบหน้าที่ยิ้มอย่างปกติ
 "...นายดูเหงาๆ" เราบอกก่อนเอื้อมมือไปจะแตะใบหน้าของเขาแต่ก็ค้างเอาไว้แบบนั้นก่อนหดกลับ ใบหน้าของภูตก้อนน้ำตาลดูตกใจนิดหน่อยกับสิ่งที่เราคิดจะทำ
 "ผมอยู่คนเดียว...เพื่อนของผมค่อยๆ หายไป พวกเราไม่มีความสำคัญเหมือนเมื่อก่อน เราเป็นแค่ภูตเล็กๆ" ภูตก้อนน้ำตาลถอนหายใจออกมาเบาๆ
 "แล้ว นายจะหายไปมั้ย?"
 "บางที...ภูตก้อนน้ำตาลเป็นภูตรักความสนุกสนาน พวกเราร้องรำกันตลอดทั้งปี คอยส่งความสุขให้พวกเธอ เป็นความหวานในอาหาร ขนม เป็นส่วนประกอบของความรัก แต่เมื่อพวกเธอเริ่มไม่ให้ค่ากับพวกเรา เหล่าภูตก้อนน้ำตาลก็ค่อยๆ หงอยเหงา ถ้าภูตตนไหนที่เหงาหงอยจนถึงขีดสุด พวกเขาก็จะค่อยๆ หายไป" ภูตก้อนน้ำตาลตอบด้วยใบหน้าที่ไร้รอยยิ้ม
 "นายจะยังคงอยู่ เราเชื่อแบบนั้น" เราบอกก่อนจะเอื้อมมือไปแตะมือของภูตก้อนน้ำตาล ผิวสัมผัสของเขาช่างนุ่มละมุนแต่ก็แข็งแรงและเย็นเยียบ...
 "มีคนเคยบอกมั้ยว่าเธอประหลาด" ภูตก้อนน้ำตาลหัวเราะน้อยๆ ใบหน้าของเขาตอนนี้ดูผ่อนคลายลงจากตอนที่เล่าเรื่องราวเมื่อกี้มาก
 "หลายคน ส่วนใหญ่พวกเขาว่าเราเงียบขรึม เข้าถึงยากแต่เพื่อนของเรากลับบอกว่าเราบ้า ติ๊งต๊อง แต่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี" เราตอบกลั้วหัวเราะ นั่นทำให้เขาตาโตน้อยๆ เหมือนจะเป็นครั้งแรกตั้งแต่เจอกันที่เราแสดงสีหน้าอื่นๆ นอกจากใบหน้าเรียบเฉยให้เขาเห็น


 "เหมือนมิ้นท์" เขาเดาะลิ้นน้อยๆ
 "เอ๊ะ"
 "มิ้นท์ไง มิ้นท์อะ เธอไม่รู้จักมิ้นท์เหรอ" เขาเอียงคอสงสัย
 "หมายถึงต้นมิ้นท์?"   
  "ช่ายยย มิ้นท์เองก็มีภูตนะ อันที่จริงทุกสิ่งบนโลกนี้ก็ล้วนมีภูตอารักษ์ทั้งนั้นแหละ"
 "ทำไมถึงบอกว่าเราเหมือนมิ้นท์"
 "มิ้นท์เองปกติก็มีนิสัยที่เงียบขรึมเหมือน...อะไรนะ ที่เรียกกันสมัยนี้" ภูตน้ำตาลทำหน้าครุ่นคิดนิดหน่อยก่อนจะมองหน้าเรา
 "พวกคูล?"
 "อ้า ใช่ นั่นแหละ แต่นิสัยลึกๆ ของมิ้นท์เองกลับอบอุ่นและใจดี ใครอยู่ด้วยก็มักจะผ่อนคลาย"
 "นายรู้ดีจัง"
 "ผมเคยพบปะกับมิ้นท์อยู่หลายครั้ง เธอเป็นภูตที่ดีมากๆ เลยทีเดียว ให้ความรู้สึกเหมือนเธอเลยล่ะ" เขาชี้นิ้วมาที่เราก่อนยิ้มร่า
 "นายดูมีความสุขตอนพูดถึงมิ้นท์"
 "ผมเป็นงั้นเหรอ เอ้าๆ จริงสิ ตอนแรกผมกะจะออกมารับฟังปัญหาของเธอนี่นา ทำไมกลายเป็นผมเล่าเรื่องของตัวเองล่ะเนี่ย" ภูตก้อนน้ำตาลหัวเราะน้อยๆ ทำให้เรายิ้มออกมาอีกครั้ง
 "เราถนัดฟังเหมือนกัน ถ้าจะให้พูดเรื่องตัวเองมันก็ยาว คืนนี้คงไม่จบ แค่ได้คุยกับนาย เราก็รู้สึกดีขึ้นมากเลยล่ะ"
 "...ถ้างั้นก็แปลว่าหมดหน้าที่ผมแล้วล่ะสิ" ภูตก้อนน้ำตาลเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาบาง
 "เราจะเรียกนายออกมาอีกได้มั้ย ?"
 "เรียกผม...ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ผมจะมาหาทันทีี่เธอเรียก ผมสัญญา" ภูตก้อนน้ำตาลยิ้มกว้างก่อนลุกขึ้นจากเก้าสีตรงหน้าเรา แล้วโน้มตัวลงมาจุมพิตที่หน้าผากของเราเบาๆ ก่อนจะมีแสงสว่างวาบขึ้นมาจนเราต้องหลับตา...เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ภูตก้อนน้ำตาลก็หายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้แค่ไอเย็นจากริมฝีปากที่ประทับลงบนหน้าผากของเราและกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำตาลชั้นดีเท่านั้น...

 "อ๊ะ" เราลืมตาตื่นขึ้นมาบนโต๊ะไม้สีอ่อนตัวเดิม ภาพด้านหน้ายังคงเป็นทุ่งกว้างและภูเขาที่ชวนสบายตาทุกครั้งที่มอง 
 "ฝัน...สินะ" เราถอนหายใจเบาๆ ก่อนก้มลงมองมือตัวเองที่กำอยู่ มีอะไรบางอย่างอยู่ในมือของเรา เราค่อยๆ คลายมือออกช้าๆ ก่อนจะพบว่ามันคือก้อนน้ำตาลสีขาวบริสุทธิ์ที่แตกต่างจากก้อนน้ำตาลทั่วไปที่เราใช้ใส่ในกาแฟยามเช้า มันคือก้อนน้ำตาลสีใสสวยงามที่ย้ำเตือนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมามันเป็นเรื่องจริง...

ความทุกข์ในใจถูกห่อหุ้มด้วยความสดใสจากรอยยิ้ม
เปรียบดั่งน้ำตาลสีมิ้นท์ที่แม้ภายนอกจะหวานละมุนน่าลิ้มลอง
แต่ภายในก็แฝงไปด้วยความเย็นยะเยียบของมิ้นท์ 
SHARE
Writer
Daffodil_lalalla
writer , reader
มีหนังสือดีๆ สักเล่มที่อยากแนะนำมั๊ยฮะ ?

Comments

Labla
4 years ago
ทุกวันนี้ยังคุยกับสมร (มอ'ไซต์ ) อยู่มะ ?? 55

Reply
Daffodil_lalalla
4 years ago
ลูกสาวชื่อคุณนายสมรค่ะ เรียกให้ครบด้วย 5555 คุยทุกวันมิว่างเว้น