‘ความสุข’ คือกุญแจสำคัญของชีวิต
ตอนเด็กแม่สอนผมว่า ‘ความสุข’ คือกุญแจสำคัญของชีวิต
พอเข้าโรงเรียนครูถามว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร
ผมตอบว่า อยากมีความสุข
ครูบอกว่าผมไม่เข้าใจคำถาม
ผมตอบไปว่า ครูนั่นแหล่ะที่ไม่เข้าใจชีวิต
โดย จอห์น เลนนอน

ชอบประโยคที่ จอห์น เลนนอน ได้กล่าวไว้ข้างต้น
เพราะเป็นประโยค
ที่ทำให้เห็นมุมมองที่แตกต่างในความคิดของคน

บางทีการที่จะเป็นอะไร อาจจะไม่สำคัญ
เท่ากับ
สิ่งที่เราจะเป็นนั้น ทำให้เรามีความสุขแค่ไหนในการใช้ชีวิต

ทำให้เราหวนมาคิดถึงการใช้ชีวิตทุกวันนี้
ทำไมเหตุใด คนเราจึงต้องมีแฟน ต้องแต่งงาน ต้องมีลูก
มันเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนพึงต้องกระทำ
เพื่อให้ขั้นตอนความเป็นมนุษย์เกิดขึ้นอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
หรือ
เราทำเพียงเพราะวัฒนธรรมและสังคมทำให้เรารู้สึกว่าต้องปฎิบัติตามกันแน่

หลายคนมักจะตั้งคำถามเสมอ กับ คนที่ยังโสด
ว่า
เมื่อไหร่จะแต่งงาน หรือ เมื่อไหร่จะมีแฟน
บางทีทำให้เราอดคิดและสงสัยเสมอเวลาได้ยินคำถามเหล่านี้
เหตุใดคนส่วนใหญ่ถึงได้อยากรู้เรื่องราวเหล่านี้
มากกว่า
จะสนใจใคร่รู้ว่า ชีวิตตอนนี้เป็นอย่างไร มีความสุขไหม แทน

หลายคนอาจจะมองว่า
เราคงเป็น
พวก องุ่นเปรี้ยว (หมายถึง ' สิ่งใดหรือผู้ใดที่ตนต้องการแต่ไม่สามารถครอบครองได้ จึงตำหนิว่าสิ่งนั้นไม่ดี’)
ทำให้เราได้รำคาญและหงุดหงิดในบางครั้ง ที่ได้ยินคำถามเหล่านี้

ทุกคนคงคิดในใจว่า
เพราะไม่มีใครเลยซิท่า ถึงได้ไม่ชอบที่จะถูกถามเรื่องแบบนี้
หรือไม่ก็
เสียใจ รู้สึกแย่ เสียหน้าล่ะซิที่ไม่มีใครเอา

แต่ความจริง
เราไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเลย
แต่กลับรู้สึกแค่คิดเหมือน จอห์น เลนนอน
ที่บอกว่า ต้องการอยากมีความสุข

เพราะฉะนั้น
ถ้าอะไรที่ทำให้เรามีความสุข
เราก็จะเลือกที่จะเป็นแบบนั้น มีชีวิตแบบนั้น
และ
ใช้ชีวิตแบบนั้นก็เท่านั้นเอง

เรารู้สึกดี กับ การได้ทำอะไรตามใจ
ชีวิตมีอิสระดี
จึงยังสนุกกับความโสด

อีกอย่าง การมีใครสักคนเข้ามาในชีวิต
มันมีองค์ประกอบหลายอย่างในการตัดสินใจ
ในการเลือกคบหา
หรือ
แม้กระทั่งตกลงปลงใจกับใครสักคน

เพราะแฟนไม่ใช่ ขนมจีบ ซาลาเปา ที่เดินเข้า 7-11 ไหน ก็มีขาย
และ
สามารถซื้อกลับบ้านมาได้ทันทีนี่น่า

เราคิดว่า การจะตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับใครสักคน
อย่างน้อย
ต้องเป็นคนที่เคมีตรงกัน
มีอะไรที่พอจะทำให้รู้สึก ว่าอยู่ด้วยแล้วจะต้องมีความสุข
อาจจะมีปรับเปลี่ยนบางเรื่องบ้าง
แต่ต้องไม่ลดความเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป จนอึดอัด

จากที่บอกมาข้างต้น
มันไม่ใช่เรื่องง่ายดายที่เราจะเจอใครสักคนที่คิดเห็นคล้ายๆกัน
รวมทั้งรู้สึกถูกชะตา ต้องใจกัน
จนถึงขึ้นสปาร์ค
รักกันฉันท์แฟน

ในเมื่อมันไม่ได้เป็นไปตามที่บอกไป
ครั้นจะให้
เราจะให้ต้องมานั่งอมทุกข์ เศร้าใจ เหงาหงอย โทษตัวเองและโชคชะตาอยู่
เพื่ออะไร !!!

มันคงเป็นการใช้ชีวิตที่เสียเวลาความสุขไปโดยเปล่าประโยชน์
เราก็แค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขตามอัตภาพที่เรามี และ เราเป็น
ก็เท่านั้นเอง

เราไม่ได้จะบอกว่า การใช้ชีวิตคู่ หรือ การมีแฟน มันไม่ดีอย่างไร
เพียงแต่
เราแค่อยากนำเสนอในอีกมุมมองนึง
ของ 'ความโสด' ที่ก็มีข้อดีของมันในสิ่งที่เป็นอยู่เหมือนกัน

เมื่อมีแฟน อย่าตัดสิน คนโสดว่าไม่มีความสุข เพราะเขาไม่มีใคร
เมื่อโสด อย่าตัดสิน คนมีแฟนว่าไม่มีความสุข เพราะเขาไม่มีอิสระ
ทุกสถานะมีข้อดี และ ข้อเสียในสิ่งที่เป็น

จงเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างมีความสุขในสิ่งที่คุณเป็น
แทนที่
จะตัดสินสิ่งที่คนอื่นเป็น จากสิ่งที่คุณเป็น

ยินดีกับความสุขจากสิ่งที่เขาเป็น
และ
ชื่นชมกับความสุขจากสิ่งที่คุณเป็นเช่นกัน

by H'esdy
https://www.facebook.com/HappyEverySingleDay
http://hesdyme.blogspot.com
SHARE
Writer
HappyEverySingleDay
Love to Write
เพราะชีวิตมีเรื่องราว เราจึงมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง ติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ที่ - http://facebook.com/HappyEverySingleDay - Hesdyme.blogspot.com

Comments