วัยเดียวกันต่างกันแค่เวลา
          แสงแดดส่องแสงผ่านกระจกหน้ารถ ผมล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบแว่นตากันแดดขึ้นสวมเพื่อบังแสงอาทิตย์ในเวลาก่อนเที่ยง ความร้อนที่ยังคงแผดเผาไม่ลดความละ เหมือนจะประกาศให้โลกรู้ว่าพระอาทิตย์ยังคงมีพลังเหนือสรรสิ่งในโลก ผมพยามมองไปที่นาฬิกามองเวลาจากตาที่พล่ามัวของแสงแดดที่รบกวนสายตา และหันไปมองป้ายบอกทาง ตากใบ 4 กม. ใกล้ถึงที่หมายปลายทางของวันนี้แล้วสิน่ะ ผมหยิบขวดน้ำที่เหลือน้ำไม่มากกระดกขึ้นดื่มน้ำอย่างหิวกระหาย แต่น้ำไม่มีความเย็นเหลืออยู่เลย ไม่เหมือนกับตอนเช้าที่หยิบจากตู้แช่เย็นของร้านสะดวกซื้อ  ผมหันกลับไปมองข้างหลังรถเห็นลังกระดาษหลายใบวางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ ผมบอกกับคนขับรถว่า ถ้าจุดหมายปลายทางช่วยกันนำของลงจากรถด้วย คนขับรับคำ เมื่อถึงที่หมาย รถค่อยๆเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าอาคาร ชั้นเดียว หน้าอาคารเขียนว่า ห้องประชุม เมื่อรถจอดสนิท ผมเปิดประตูและลงจากรถและขนอุปกรณ์ที่ต้องใช้ลงจากรถ การขนอุปกรณ์ลงจากรถใช้เวลาไม่นานนัก ผมประกอบคอมพิวเตอร์และทดสอบการใช้งานอย่างรีบเร่งเพื่อให้ทันการใช้งานของ "เด็ก" เด็กนั่งรอดูเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่อย่างใจจดจ่อ ทำให้ผมรู้สึกประหม่า มีแรงกดดันจากสายตาของเหล่าเด็กน้อยมุ่งตรงมาที่ผม สายตาอันสดใสไร้มลทิน ในแววตามีความใสซื่อ เหมือนคำพูดที่ว่า "เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว" หลังจากผมทำการติดตั้งคอมพิวเตอร์เสร็จ เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ก็มาสอนให้เด็กๆใช้งาน ผมออกมานั่งรอข้างนอกห้องอบรม ผมเดินไปนั่งที่โต๊หินใต้ต้นไม้ใหญ่ริมสนามหน้าโรงเรียนเวลาใกล้เที่ยง ผมค่อยๆนั่งลงที่เก้าอี้หินอ่อนสีขาวแต่ด้วยคราบของสิ่งสกปรกมากมายทำให้ผมมองไม่เห็นสีขาวของเก้าอี้หินอ่อนนั้นเลย ผมไม่สนใจกับสีของเก้าอี้เท่ากับความแข็งแรงที่เหลืออยู่ของมัน อายุมันไม่น่าจะต่ำกว่าสิบปี เสียงอ๊อดพักเที่ยงดึงขึ้นเสียงของเด็กๆดังเหมือนผึ้งแตกรัง เด็กๆเดินไปกินข้าวเที่ยงที่โรงอาหาร ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาก็พบว่านี้ก็เที่ยงกว่าแล้วคงต้องหาอะไรกินบ้าง แต่ก่อนจะไปไม่ลืมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดโปรแกรมยอดฮิตในขณะนี้ "Pokémon Go" โปรแกรมจับสัตว์ประหลาดที่แสนจะยอดฮิตที่ดังที่สุดในยุคนี้ ผมเปิดโปรแกรมและเดินไปหาอะไรกินในเมื้อเที่ยง และผมไม่ทันสังเกตุเห็นสายตาหลายคู่จับจองมองมา ผมไม่รู้สึกตัวมาก่อนหลังจากที่กินอาหารเมื้อเที่ยงเสร็จ ผมเดินมาที่โต๊หินอ่อนสีขาวที่ไม่ขาวตัวเดิม มีเด็กผู้หญิงคนนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนอีกครึ่งโหลเดินตามหลังมา ผมหันไปมองเด็กๆถามผมว่ามีอะไรหรือเปล่า พวกเด็กๆถาม "โปเกม่อนโก ใช้หรือเปล่า"  ผมตอบกลับว่า "ใช่" พวกเขาก็มาล้อมหน้าล้อมหลัง เพื่อขอดูด้วยความสนใจ เด็กคนหนึ่งขอยืมโทรศัทพ์ผม และก็พาวิ่งไปตามจับโปเกม่อนในสนามหญ้าในโรงเรียนเพื่อนๆที่เหลือก็วิ่งตามกัน ผมก็ต้องคอยวิ่งตามกลัวจะหกล้ม ผมคอยเตือนเด็กที่เล่นเสมอว่า วิธีที่เล่นต้องอยู่กับผู้ปกครองเท่านั้น และสถานที่เล่นต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยและต้องมีผู้ปกครองติดตามด้วยเท่านั้น พอหลังจากเด็กได้เล่นอยู่ซักพัก เด็กคนนั้นวิ่งเอาโทรศัพท์มาคืนผมและพาเพื่อนกลับเข้าห้องเรียนเพื่อเรียนตอนบ่ายต่อไป ปล่อยให้ผมยืนอยู่กลางสนามหญ้าเพียงลำพังคนเดียวท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายแต่ผมรู้สึกถึงความสนุกในวัยเด็กของตนเอง เหมือนกับพวกเด็กๆมาลื้อฟื้นความทรงจำในวัยเยาว์ วัยเด็กช่างทำให้เรามีความสุขกับการได้เล่นจริงๆ เสียงเจี้ยวจ้าวของเด็กๆคุยเล่นกัน การได้ผลัดกันเล่นในสิ่งที่เรามีในสมัยนั้น มันทำให้ผมลืมความร้อนไปได้พักสักพัก ผมเหมือนย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้งแม้นจะช่วงเวลาสั้นๆ แล้วคุณละครับ เคยได้รับความรู้สึกแบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ ส่วนผมพึ่งได้รับความรู้สึกนี้ครั้งแรกหลังจากไม่ได้เจอมาหลายสิบปี ความรู้สึกที่ได้เล่นอย่างมีความสุข 
"เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวแต่ผู้ใหญ่ชอบที่จะเติมสีที่ตัวเองชอบเติมลงในผ้า โดยไม่สนใจว่าเด็กอยากจะมีสีอะไรบ้างในผ้าผืนนั้น โปรดให้พวกเขาได้เลือกด้วยตัวเองโดยที่มีผู้ใหญ่คอยดูและชี้แนะคำก็เพียงพอแล้ว"  
                                                            Bluesea.sk 
SHARE
Writer
BlueSea
นักเดินทาง
การเดินทางอันแสนยาวไกลต้องเริ่มจากก้าวแรกเสมอ

Comments