ทบทวนเหตุการณ์ร้ายๆ ในวันดีดี (ตอนแรก)

ครั้งหนึ่งฉันเคยคิดว่าตัวเองมีเรื่องต้องคิดมาก
ทั้งเครียด ทุกข์ใจ จนอยากจะหนีจากตรงนั้น
บางสถานการณ์กลับฉุดฉันไว้
ทำให้ฉันต้องหักดิบปัดความทุกข์ในใจทิ้ง
และมองเห็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงของจริงอยู่ตรงหน้าแทน
' ซึ่งเป็นของจริง '

ความทรงจำเกิดขึ้น ณ เมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งที่ฉันหลงรัก
อ.ปาย ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว สิ่งปลูกสร้างผิดธรรมชาติมากมาย
แต่ฉันก็ยังคงหลงใหลในความน่ารักของเมืองนี้อยู่ดี

ครั้งหนึ่งฉันได้ความทรงจำที่ดี (และภาพสวยๆ) จากสถานที่แห่งนี้มามาก
เวลาผ่านไป... ฉันคิดถึงที่แห่งนี้
จนตัดสินใจไปเยือนอีกครั้ง

ฉันเลือกที่จะเลี่ยงผู้คนจำนวนมาก โดยการไปในช่วงฤดูฝน
ใครๆ ก็บอกว่าคงไม่ค่อยน่าไปนัก
ฝนตก ถนนลื่น อันตราย... มากมายด้วยคำเตือน
แต่ฉันตัดสินใจแล้ว..เป็นไงเป็นกัน !

ระหว่างทาง...
ฉันดื่มด่ำไปกับธรรมชาติ
สีเขียวสดของป่าไม้รอบข้าง สวยงามและสดชื่น
สูดลมหายใจอย่างเต็มปอด
"คิดถูกจริงๆ ที่มาตอนนี้" ฉันคิด พลางสูดหมอกที่ห้วยน้ำดังอย่างสดชื่น

ถึงที่หมาย..
ฉันเดินเล่น พักผ่อน และนอนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง

ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
จนกระทั่ง 5.30 น. เหมือนทุกอย่างที่ผ่านมาไม่ถึง 24 ชั่วโมงกลายเป็นความฝัน
ฉันสะดุ้งตื่นท่ามกลางน้ำป่าไหลหลากอยู่รอบบ้านพัก !
ผ่านไปแล้วกว่า 1 นาที ท่ามกลางอันตราย
เป็นเวลาอันแสนยาวนานในสถานการณ์แบบนั้น...ฉันยังคงมึนงงและทำอะไรไม่ถูก
บ้าจริง !!

ฉันเข้าใจแล้วว่าการจัดการกับปัญหาตรงหน้าไม่ถูกมันเป็นอย่างไร
        คลื่นน้ำลูกใหญ่อยู่ตรงหน้า
        แต่คุณก้าววิ่งหนีไม่ออก

ความรู้สึกแบบนี้แหละ ที่ฉันสัมผัสถึงได้เต็มปอดยิ่งกว่าหมอกที่ห้วยน้ำดังเสียอีก

เพียงแค่เวลาไม่ถึง 5 นาที
ฉันถูกดึงสติกลับมาด้วยระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วมาก
บ้านพักเป็นบ้านไม้และไม้ไผ่ เป็นบ้านยกสูง 2 ชั้น
ด้วยความที่น้ำค่อยๆ เอ่อเข้าบ้านบ้านยกสูง 2 ชั้นนี่แหละ...ทำให้ฉันต้องวิ่ง
ฉันเก็บของได้ทันโดยไม่รู้ตัวเลยจริงๆ
รู้ตัวอีกทีก็กำลังเดินอยู่กลางน้ำเชี่ยวระดับ 8/10
ระดับน้ำท่วมเหนืออก
ฟ้ามืด ไร้แสงไฟจากที่ใดๆ
และฉันกำลังจะโดนน้ำพัด !
ใช่...ฉันกำลังจะโดนน้ำป่าพัดไป และโคลนกำลังดูด !
การกรีดร้องและตะโกนร้องเรียก "ช่วยด้วย !" ในตอนนั้นไม่มีประโยชน์
ทุกคนวิ่งหนีเอาชีิวิตรอดกันทั้งนั้น
กระทั่งต้นไม้ข้างๆ ที่ฉันคิดจะไปยึดเป็นหลักไม่ให้โดนน้ำพาไปก็ล้มลงไปกับแรงน้ำซะแล้ว
วินาทีนั้นฉันนึกอะไรไม่ออกแล้ว...
   " นี่ชีวิตเราคงถึงเวลาแล้วจริงๆ "  ฉันคิดเท่าที่จะมีแรงคิด

กับผู้หญิงความสูงต่ำกว่าเกณฑ์คนหนึ่ง
หอบกระเป๋าเพื่อนร่วมห้องออกมาด้วย 3 ใบ (โดยไม่รู้ตัว)
และยังว่ายน้ำไม่เป็นอีก...
อยู่ในสถานการณ์นั้น ฉันคิดไม่ออกเลยว่าจะเอาตัวรอดได้ยังไง
ฉันเดินเข้าไปในน้ำทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
จะมีที่สูงให้ฉันได้ขึ้นไปหลบบ้างไหม ?
หรือฉันจะต้องปีนขึ้นหลังคาเหมือนที่เคยเห็นตามข่าวกันนะ ?

สักพักรุ่นพี่ที่ไปด้วย ตัดสินใจทิ้งของไว้บนบ้านพักและรีบมาช่วยฉัน
รวมถึงแฟนเดินมาถึงที่พอดี... ฉันรอดแล้ว !

ย้อนหลังสักนิด...
แฟนรู้คนแรกว่าน้ำท่วม เพราะนอนเตียงเสริมที่พื้นเลยได้ยินเสียงน้ำดัง
ด้วยความที่ห่วงรถเก๋งคู่ใจที่ขับไป เลยรีบออกไปดูรถก่อน
ส่วนพี่ที่ไปด้วยกัน ยังไม่ตื่นดียิ่งกว่าฉันซะอีก
นั่นเป็นเหตุผลอันบ้าบิ่นพอที่จะรีบเดินลุยน้ำมาคนเดียว

หลังจากนั้นเราไปถึงบริเวณ Lobby ของรีสอร์ท ซึ่งน้ำท่วมหมดแล้ว
แต่พื้นที่ยกสูงกว่าแถบบ้านพักอยู่ดี
เจ้าของรีสอร์ทยอมให้ผู้ร่วมประสบภัยทุกคนขึ้นไปชั้นบนบ้านของตนเอง

ในขณะที่กว่า 40 ชีวิต แออัดกันอยู่บนระเบียงประมาณ 1x5 ตร.ม. และในห้องนอนเด็กเล็ก
กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้าของพวกเราต่างนำพาดินโคลนขึ้นไปด้วย
เราเฝ้าดูน้ำป่าไหลเชี่ยวอย่างรุนแรงมาก
พร้อมกับภาวนาว่าฝนอย่าตกอีกเลย

2 ชั่วโมงแรก ฉันและคนอื่นๆ เฝ้าดูระดับน้ำที่แรงและสูงขึ้น
ฉันมองเห็นเด็กชาวต่างชาติที่กลัวจนตัวสั่นและร้องไห้
ฉันเห็นคู่รักที่กำลังปลอบใจกันด้วยสีหน้าที่ไม่โอเคเอาซะเลย
ฉันเห็นหญิงชาวต่างชาติที่เดินทางคนเดียวกำลังกระวนกระวาย
ฉันเห็นวัยรุ่นชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่งที่สนุกสนานที่สุดใน 40 กว่าคน
ฉันเห็นแฟนที่หัวเสียไปกับรถสุดที่รักที่จมน้ำไป
แล้วฉันก็เห็นตัวเองที่สั่นด้วยความหนาวและตกใจกลัวอย่างมาก...

ฉันต้องตั้งสติ
ฉันต้องหยุดคิดทุกอย่าง ณ ตอนนี้และทำใจให้สบายที่สุด
มันน่าแปลกที่เราไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นแล้วต้องทำใจให้สบาย
ใช่...ฉันต้องทำ
เพื่อให้รอดจากภัยทางกายแล้ว
ฉันต้องเอาตัวรอดจากภัยความคิดในใจด้วย
ฉันต้องกลับบ้านไปพร้อมกับแฟนและรุ่นพี่ ต้องได้ไปกินข้าวให้อิ่มท้อง
และต้องได้นอนหลับสบายในคืนนี้...
ฉันยังต้องได้ใช้ชีวิต
ฉันมั่นใจ.
SHARE
Writer
PloyPly
Thinker
Above all, Be yourself

Comments