โลกกลางคืนที่ผมสัมผัสด้วยตนเอง
เนื้อหาจริง ๆ ยาวมาก แต่เราพยายามย่อเท่าที่ทำได้ล่ะกัน

ผมเชื่อว่า ผู้ปกครองหรือมนุษย์ผู้เคร่งครัดมักจะเตือนเพื่อน ๆ ที่อ่านบทความนี้ว่า "กลางคืนมันอันตราย อยู่บ้านดีที่สุด" ก็จริงอยู่ ถ้าเราอายุไม่ถึง 20 ปี เพราะมันอันตรายจริง ๆ (โดยเฉพาะผู้หญิงหน้าตาสวย ๆ)

จนกระทั่ง เราอายุเลย 20 ปี

เมื่ออายุเลย 20 ปี เราสามารถเข้าผับหรือสถานบันเทิงได้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่พ่อแม่ของผมก็เป็นห่วงเสมอว่ากลางคืนมันอันตราย ด้วยความที่ผมเป็นคนดื้อรั้นกับเรื่องบางเรื่องที่มันไม่มีการพิสูจน์ให้เห็นกับตา มีวันหนึ่ง ผมตัดสินใจเข้าไนท์คลับคนเดียวโดยไม่จำเป็นต้องมีใคร

แต่สาเหตุที่แท้จริง ... เพราะเพื่อนแนะนำว่า ถ้าอกหัก ให้ไปที่ผับ สาว ๆ ที่อยู่ในผับต้อนรับเรา ๆ ให้เข้ามาจีบอยู่

ผมเคยมีแฟนคนหนึ่งตอนสมัยปีหนึ่งและปีสอง เธอคนนี้เป็นผู้หญิงที่เรียบร้อย หน้าตาน่ารักใช้ได้ ไม่ได้เวอร์อลังการเกินไปเหมือนดาราหรือเน็ตไอดอลดัง ๆ แต่อยากบอกว่า ช่วงนั้นจีบกันง่ายมาก เพราะกระแส Social Network ยังไม่ถึงขั้นเข้ามาบงการชีวิตได้เหมือนทุกวันนี้ แต่ละคนจะเห็นแค่สังคมที่เห็นกันจริง ๆ อยู่ ไม่ได้เห็นชีวิตเน็ตไอดอลแล้วเราก็พาลไปอิจฉาตาร้อนใส่เขา ผมคบกับเธอแบบงง ๆ เธอให้เหตุผลแค่ว่า "เคมีเข้ากัน" บอกตรง ๆ ช่วงนั้น เรามีแฟน เรามีความสุขมาก ๆ

แต่สุดท้าย ความรักก็มีวันเปลี่ยนแปลง ความอัธยาศัยดีของเธอที่เข้าหาเรา เธอมองผมเป็นเพียงกิ๊กหมายเลข 4 ที่แฟนตัวจริงของเธอกลับมาจากต่างประเทศ แท้จริงแล้วเธอเป็นลูกคุณหนูที่มีคู่หมั้นอยู่แล้ว และคู่หมั้นของเธอก็อยู่ต่างประเทศซะด้วย เราเป็นแค่เพียงนักศึกษาคนหนึ่งที่ไม่ได้ฐานะดีอะไรขนาดนั้น พอผมรู้เรื่องนี้ ผมเสียใจมาก แล้วท้ายที่สุด เพื่อนผมเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน

"เฮ้ย!!!" เพื่อนสนิทผมชื่อ บอย เข้ามาหาผมเมื่อเขารู้เรื่องว่าผมอกหักกับเธอคนนั้น เขาเข้ามาปลอบผมสไตล์แมน ๆ "อย่าคิดมาก เย็นนี้ไป RCA กัน ไปเริ่มต้นเจอสาว ๆ คนใหม่ ผู้หญิงหน้าตาน่ารักแบบน้องอันไม่ได้มีคนเดียวในโลก"

เพียงแค่ผมได้ยินคำว่า RCA ผมนึกไปถึงสถานบันเทิงที่แสงสีอลังการ คงเพราะผมเคยดูละครหลังข่าวด้วยมั้ง ผมเลยรู้เพียงแค่นั้น แต่ยังไม่ได้สัมผัสจริง ๆ ว่า RCA หน้าตาเป็นอย่างไร

"เฮ้ย จริงเหรอ มีสาวสวย ๆ ในที่อย่างนั้นด้วยเหรอ" ผมถามบอยกลับ

"มีสิ" บอยตอบแล้วแอบยิ้มกับผม "ไปเหอะ เนี่ย เดี๋ยวมีนน, เบลล์ไปด้วย"

"จริงดิ เออ ๆ เดี๋ยวไป" อันที่จริง ผมสนิทกับนนกับเบลล์มาก นนเป็นผู้ชายที่คุยเก่งเป็นต่อยหอย อนาคตได้เป็น Creative สมใจอยากแน่ เค้ามีศิลปะในการพูดสูงมาก เก่งเวอร์ ส่วนเบลล์เป็นสาวแว่นที่เสน่ห์แรงเหมือนกับป้าบาโยเน็ตต้า แน่นอนว่าป้าบาโยคือฉายาที่เพื่อน ๆ ในห้องเรียกขานกัน นนเคยไปเที่ยวไนท์คลับแล้ว แต่เบลล์ยัง แล้วตอนนี้เบลล์ก็อายุถึงแล้วด้วย

คืนนี้ท่าทางสนุกแน่

6 ชั่วโมงต่อมา ในรถแท็กซี่ที่เราอยู่กับบอย, นนและเบลล์

"RCA อยู่ไหนเนี่ย" ผมถามบอย

"อยู่ตรงแถว ๆ ถนนเพชรบุรี" บอยตอบ "เอาจริง ๆ รุ่นพี่เราติดใจที่นี่มาก เมื่อก่อนที่นี่ฮิตเวอร์ ๆ เป็นแหล่งแห่งการรวมตัวก๊วนเพื่อน ยุคนั้นยังไม่มีโทรศัพท์มือถือเหมือนทุกวันนี้ เพื่อนเราเล่าว่า เวลานัดกัน ลำบากมาก แต่ตอนนี้สะดวกขึ้นเยอะ เรามีมือถือที่คอยโทรหากันแล้ว ไม่ต้องมานัดและสุ่มว่าเพื่อนจะไม่เจอ"

ผมยิ้มแล้วมองมือถือ Blackberry ของบอยก่อนที่จะเอ่ยปากว่า "เฮ้ย โทรศัพท์ไรเนี่ย ปุ่มเยอะจัง"

"อ๋อ Blackberry มือถือนี้เทพนะ เคยใช้ป่าว"

"ไม่เคยอ่ะ" ผมตอบ ยุคนั้น Blackberry กำลังฮิตเลย! "เราเอามือถือไว้ฟังเพลงเท่านั้น 55555"

"บ้า" บอยตอบ "มือถือนี้ ใครมี สาว ๆ กรี๊ดนะ นายน่าจะมีเครื่องนึง"

"อะไรของบอยเนี่ย คิดว่าเงินหาง่ายหรือไง 5555" ผมโพล่งใส่บอย "เราไม่ได้รวยเหมือนบอยนี่"

"เฮ้ย คิดแบบนี้เราว่าไม่โอนะ เวลาผู้หญิงชอบผู้ชาย ผู้หญิงเค้าชอบตรงที่ทัศนคติที่ทำเรื่องที่เป็นไม่ได้ให้เป็นไปได้ ลองคิดดู บางที มือถือ i-mobile ของนายสามารถทำให้สาว ๆ หลงรักก็ได้ ใครจะไปรู้ เนี่ย เดี๋ยวพอเราลงจากรถ เดี๋ยวพี่บอยโชว์จีบสาวแล้วขอเบอร์ด้วยมือถือ i-mobile เครื่องนี้เอง" แหม่... พี่บอยมาเอง

"เฮ้ย บอย เอาจริงเหรอ สาว ๆ ในผับเค้าไม่คิดเหมือนแกนะ" เฮ้ย ป้าบาโย โน โน โน... เบลล์พูดขัดบอย แต่เอาจริง ๆ ถ้าบอยได้คบกับเบลล์คงเหมาะสมมาก แต่ติดตรงที่บอยเป็นผู้ชายที่เจ้าชู้จัด ๆ เคยมีแฟนแต่ก็เลิก ผู้หญิงไม่บอกเลิกหรอก มันบอกเลิกเองทุก ๆ ครั้ง

"ป้าบาโย ไปอยู่ยุคไหนมาเนี่ยฮึ คอยดู" แน่ะ บอยไปว่าเบลล์อีก แถมยังพูดว่าป้าบาโยซะด้วย

"เออ เราไม่ได้เป็นคนทันสมัยเหมือนแกนี่" เบลล์พูดสวน

ในที่สุด รถแท็กซี่ขับมาจอดตรงบริเวณ RCA ซักที แต่รู้สึกว่า RCA ในเวลานี้ ไม่ได้ฮอตฮิตเหมือนที่เคยรู้จักผ่านสื่อแล้ว เงียบเหงากว่าที่เคย แต่ก็พอมีคนเข้ามาบ้างอะไรบ้าง

ที่รู้ ๆ ตอนนี้พวกเราแต่งตัวซะเลิศเลอเลยทีเดียว ความคิดที่แต่งตัวเท่ ๆ ไม่ใช่มาจากเรา แต่มาจากบอยเจ้าเดิม จนเราสงสัยว่า เวลาจะหาใครนี่ ต้องแต่งตัวจัดเต็มขนาดนั้นเลยเหรอ แต่เอาเหอะ เพราะไม่ได้มีตลอดเวลา ลองของใหม่ก็ไม่เสียหาย จากนั้น ผมและเพื่อน ๆ เดินผ่านประตูไนท์คลับชื่อดังย่าน RCA ที่บอยแนะนำให้ผมไปโดยไม่มีอะไรติดขัดเรื่องบัตรประชาชน จะมีก็มีแค่นนที่พกกระเป๋ามาแล้วทางยามขอตรวจทุกจุด

คำถามที่โผล่ขึ้นมาในหัวสมองของผมคำถามแรก เราเข้าไนท์คลับเพื่ออะไร เพราะมันไม่มีอะไรนอกจากโต๊ะยืน และคนรายล้อมต่าง ๆ นา ๆ และคนที่ยืนล้อมเค้าก็สนุกกับเพื่อน ๆ สาวสวย ๆ เหรอ ไม่มีหรอก มีแต่คุณป้าหนังเหี่ยว ๆ หัวเราะกับฝรั่งอย่างสนุกสนาน แต่ดูแล้วมีความสุขแปลก ๆ

"หาที่นั่งได้หรือยังบอย" เบลล์ถามบอยด้วยสีหน้าหงุดหงิด "หาที่ดี ๆ นะ วันนี้มีดีเจมาเปิดเพลงด้วย"

"งั้นตรงข้างหน้าใกล้ๆนี่ล่ะ" นนออกความเห็นแล้วชี้ไปที่ใกล้ ๆ จุดที่ดีเจเปิดเพลง มันใกล้ดีเจซะเหลือเกิน

"จะบ้าเหรอนน อยากดมรักแร้ดีเจรึไงฟะ ?" อยู่ดี ๆ บอยโพล่งออกมา "เรามาที่นี่เพื่อหาสาวนะ ไม่ใช่มาเลียดีเจอย่างที่แกคิด"

"ดีเจวันนี้เป็นดีเจสาวนะ ไม่สนใจเหรอ" นนพูดกับบอย

"จริงเหรอ" บอยเปลี่ยนเสียงแล้วถามกลับทันที

"จริงสิ" นนตอบ

"บอยเป็คนแบบนี้แหละ เห็นสาว ๆ ไม่ได้ ตาต้องลุกวาว แล้วเข้าไปกิน" เบลล์พูด

"ช่างเหอะ" ผมพูดออกมาเหมือนกับคนใสซื่อ อ้าว ก็ไม่เคยไปไนท์คลับอะไรแบบนี้นี่

หลังจากนั้นคนก็เริ่มเยอะเรื่อย ๆ สุดท้ายบอยเลือกที่ที่นนแนะนำ ผมเห็นดีเจสวยมาก ๆ กำลังเปิดเพลงอยู่ ดูชุดที่เธอใส่สิ ไม่ได้โป๊อะไรมากมาย แต่เธอมีเสน่ห์ เธอยิ้มทุกครั้งเวลาหันหน้ามาทักทายคนฟัง เธอสบตาผมและยิ้มให้ผมเป็นธรรมชาติที่สุด แววตาที่เธอสบตามันช่างเย้ายวนเหลือเกิน ไม่น่าเชื่อว่าเธอทำให้ผมตกหลุมรักขนาดนี้ เธอมีเสน่ห์เหลือล้น เสน่ห์ที่ข้ามขีดจำกัดความสวยและความน่ารักอย่างที่สังคมตั้งเอาไว้ เธอเหมือน....

"เฮ้ยแก เป็นไร เมาแล้วเหรอ" อยู่ ๆ เบลล์จอมขัดเรียกผมทันที เธอนี่เหมือนป้าบาโยไม่มีผิด

"เปล่า แค่ตกตะลึงกับความงามของดีเจคนนี้อยู่" ผมตอบ

"นางชื่อร็อกแซน (นามสมมติ) เป็นเพื่อนเราเองแหละ" เบลล์พูด "จริง ๆ วันนี้ต้องมีเอ็มซีชื่อแพรวาด้วยนะ แต่ทำไมวันนี้ไม่มีนะ เค้าคงติดงานอยู่มั้ง"

รู้สึกว่า ตอนนี้เราได้ยินแต่เสียงเพลงที่ดีเจเปิดกัน เรามาที่นี่เพื่ออะไร เพราะเราไม่ได้ยินในสิ่งที่เพื่อน ๆ พูดกันเลย เวลาเราพูด เราก็ต้องตะโกนให้ดังกว่าเก่า แต่เห็นว่าบอยแนะนำให้มาที่นี่ มันต้องมีอะไรที่พิเศษแน่ ๆ

สักพัก อยู่ ๆ บอยลากเราไปอีกที่นึง เค้าเดินมาแล้วลากแบบไม่เกรงใจเราเลย...

"เฮ้ย มานี่!" บอยพูด "จุดที่เรายืนอยู่เป็นกับดัก เวลาเค้าหาคู่ มันอยู่ตรงจุดที่ไม่มีเสียงเพลงดัง ๆ ตามมา"

บอยพาเราไปที่บริเวณด้านนอก เป็นที่ที่เสียงเพลงไม่ดังแสบหูเหมือนเมื่อกี๊ อืม สักพัก บอยชี้ไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยมาก ๆ หน้าตาอย่างกะนางฟ้า

"ดูพี่ไว้นะน้อง คนนี้ พี่ขอ" บอยพูดแล้วเดินไปหาผู้หญิงคนนั้น เราไม่ได้ยินในสิ่งที่บอยพูด แต่ที่รู้ ๆ รู้สึกว่าบอยได้เบอร์ของผู้หญิงคนนี้แล้ว ดีจัง

"เป็นไง" เราถามบอย

"เห็นมะ เราได้เบอร์แล้ว" บอยพูด จากนั้นบอยชี้ไปที่ผู้หญิงสวยอีกคน แต่รู้สึกว่า คนนี้สวยกว่าคนที่บอยจีบเมื่อกี๊ ปัญหาคือ แล้วจะจีบยังไง

"เฮ้ย แล้วจะจีบยังไง" ผมถามบอยด้วยความงง

"ไม่ต้องพูดไรมาก เดินเข้าไปบอกว่า 'หวัดดี เธอสวยจัง ขอเบอร์หน่อยดิ'" บอยตอบ

ผมไม่เชื่อว่าบอยใช้คำพูดนี้สามารถจีบสาวได้ ผมเลยถามบอยอีกครั้งว่า "มันจะได้ผลเหรอ"

"เออ เชื่อเรา" บอยตอบ "ด้านได้ อายอดนะ"

อิม เอาก็เอา ไหน ๆ ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ขอลองหน่อยล่ะ ผมเดินเข้าไปหาสาวสวยคนนั้น เธอกำลังคุยกับเพื่อนอยู่อย่างสนุกสนาน เวลาเธอพูด เธอมักจะยิ้มหวาน น่ารักใช่เล่น แต่เราขอจีบเธอเลยนะ

"เธอ ๆ เธอสวยจัง ขอเบอร์หน่อยดิ"

ผมพูดกับเธอ เธอหันมาแล้วทำหน้างง ๆ กับที่ผมพูด ผมเลยพูดอีกรอบ

"เธอ ๆ เธอสวยจัง ขอเบอร์หน่อยดิ"

"What are you saying?" แล้วเธอก็ตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ ทำเอาผมอึ้งและเดินกลับไปที่ตัวเองด้วยความตกใจ แน่นอน ครั้งแรก เฟลมาก ๆ
นางไม่ใช่คนไทย

"ฮ่า ๆ" บอยหัวเราะใส่ผม "แต่ดูนางดิ นางยิ้มใส่นายแบบไม่ลดละเลย เค้าคิดอะไรกับแกอยู่หรือเปล่า"

"จะบ้าเหรอ เค้าตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษเลยนะ" ผมพูดสวน

"ไม่น่าเชื่อว่าเคยคบกับน้องอันนะเนี่ย" แน่ะ บอยพูดถึงแฟนเก่าผมอีกแล้ว เดี๋ยวถีบหรอก

"เอาจริง ๆ นายเก่งภาษาอังกฤษไม่ใช่เหรอ เห็นชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษ พูดคล่องเชียว" บอยพูด "แล้วนี่มันอะไรกัน อยู่ ๆ ก็วิ่งหนีหางจุกตูดเหมือนหมาซะได้"

"ก็คนมันไม่เคยคุยกับชาวต่างชาติตรง ๆ นี่หว่า ทำไงได้ เราไม่รู้ด้วยว่าเราต้องพูดอะไร เจอแบบนี้เข้า เรางงเป็นไก่ตาแตกแบบนี้เลยนะ ไม่เอาด้วยแล้ว ไปไกล ๆ เลย" ผมบ่นใส่บอย สักพัก ผมก็เดินออกจากไนท์คลับด้วยเหตุผล "มันไม่สนุกเอาซะเลย" มีแต่อะไรก็ไม่รู้ มีแต่คนแปลกหน้า ไม่รู้จัก สวยน่ะ สวย แต่เค้าเป็นชาวต่างชาติน่ะสิ

คืนแรกที่ไป เฟลสุดๆ

2 ปีผ่านไป กลับมาเที่ยวไนท์คลับอีกครั้ง

ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้น เพื่อนของผมไม่ได้ชวนผมเข้าไนท์คลับอีกเลย แต่อยู่ดี ๆ ผมรู้สึกอยากเข้าไปในไนท์คลับ ยุคนี้เป็นยุคที่คนใช้ Facebook เยอะมากกว่าเดิมมาก แล้วต่างคนต่างมี iPhone กันทั้งนั้น เวลาเช็คอินในผับ ก็จะโพสต์ใน Facebook แล้วบอกให้ทราบว่า "เฮ้ย เราอยู่นี่นะ คืนนี้มาป่าว ไปกัน" อารมณ์ประมาณนี้ 

แต่จุดประสงค์การไปไนท์คลับครั้งนี้ ไม่ได้ไปหาแฟน แต่อยากรู้ว่า ในไนท์คลับมันมีอะไร ทำไมคนชอบไปกัน เราไปคนเดียวได้ อย่าได้แคร์ หุ ๆ

ที่ไปก็ที่เดิม เพิ่มเติมคือไปแค่คนเดียว ไม่ได้นัดเบลล์ที่ตอนนี้มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว และบอย ตอนนี้ก็มีแฟนแล้วเหมือนกัน ส่วนนนก็มี ต่างคนต่างมีแฟนกันทั้งนั้น เหลือเราที่ยังไม่มี ก็เลยไปไนท์คลับได้โดยไม่มีพันธะอะไร เมื่อเข้าไปแล้ว ผมเจอสาวมากหน้าหลายตาพอสมควร และตอนนี้ผมมีทักษะในการพูดภาษาอังกฤษพอสมควร ไม่กลัวเหมือนเมื่อก่อน ทำให้ผมสามารถพูดคุยกับชาวต่างชาติได้โดยที่เราไม่รู้สึกอายอะไร

รู้สึกว่า เมื่อผมไปคนเดียว เหมือนมีคนมองผมมากกว่าเดิมนะ ผมส่งยิ้มให้สาว ๆ ที่มองผม เธอก็ยิ้มกลับแล้วบอกว่า "หวัดดี" ทุก ๆ ครั้ง อันที่จริง ตอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย ผมศึกทักษะสังคมด้วย อย่างเวลาเจอผู้คนต้องทักทาย ไม่ได้นิ่งเงียบและไม่ทำอะไรให้คนอื่นคิดว่า "เอ๊ะ นายคนนี้หยิ่งจัง" แต่ไม่รู้ว่า วิธีนี้จะใช้ได้ในการเที่ยวกลางคืนหรือเปล่า

อ้อ... ผมเริ่มมั่นใจแล้ว ถ้าเจอคนที่พูดภาษาอังกฤษกับผม

ยังพูดไม่ขาดคำ... สาวเกาหลีเดินเข้ามาหาผมซะแล้ว

"Excuse me." เธอพูดกับผม ผมยิ้มแล้วตอบกลับว่า "May I help you?"

"Do you know where is toilet?" เธอถามว่า ห้องน้ำอยู่ที่ไหน

"Follow me." ผมตอบไปว่า "ตามผมมา" เพราะห้องน้ำที่นี่ค่อนข้างซับซ้อนและคนที่มาใหม่ ๆ จะงง ๆ กับห้องน้ำที่นี่กัน แต่หลังจากนั้น ผมก็คุยกับสาวเกาหลีคนนั้น

"Where are you come from?"

"Korea."

"Really? Look like you come from China."

"Why?"

"Your face looks like Chinese girl. But you are really beautiful from Thai's opinion."

"Hey!! Don't make me shy hahaha."

"Do you ever go to Siam Paragon? This place is very great to shopping." เรามองว่ารูปลักษณ์ของเธอเป็นสาวไฮโซสวิงกิ้ง น่าจะเหมาะกับที่หรู ๆ แบบนี้ และ... ที่แห่งนี้ด้วย

"Really? Where?" จากนั้นเธอเปิดแผนที่ให้ดูในไอโฟนของเธอ เป็นแอพ Google Maps จากนั้นผมก็เลื่อนตำแหน่งบอกว่า สยามพารากอนอยู่ตรงนี้นะ อะไรแบบนี้

"Here."

"Thank you. Tomorrow I will go."

และแล้วเธอก็ถึงห้องน้ำซักที ดูเหมือนว่าผมคุยกับเธอแค่นี้ เพราะผมอยากลองชวนคุยกับสาวไทยบ้างอะไรบ้าง อืม หาดีกว่า เอาแบบ ยิ้มเก่ง ๆ เอ็นจอยดริ๊งกิ้งไรงี้ ใครกันน้า... เสื้อลายคนนี้เหรอ ไม่เอาอ่ะ นางหน้าบึ้ง เอาคนนี้ดีกว่า

"หวัดดี" ผมทักเค้า แต่นางก็ไม่สนใจผม แล้วพูดกับเพื่อน ๆ ต่อ

"หวัดดี" ผมก็ทักเค้าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เพื่อนผู้ชายของเธอเดินเข้ามาผลักผมแล้วบอกว่า "ออกไป เราคุยเฉพาะกลุ่มเพื่อนของเราเท่านั้น"

เราตอบโต้อะไรไม่ได้ ก็เดินออกไปพร้อมกับความมึนงง นี่เป็นครั้งแรกที่เจอค็อกบล็อกเกอร์ (พูดง่าย ๆ คือตัวแทรก) 
และแล้วอุปสรรคใหม่ก็มา มันคือ Cockblockerเราผิดอะไรด้วย เราแค่ชวนคุยอ่ะ ทำไมกัน 5555

1 ปีผ่านไป

ผมมีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเองแล้ว แต่เป็นสมาร์ทโฟนที่สเปคไม่ได้เลิศเลออะไรมากมาย แต่พอถ่ายรูปได้อะไรได้ ราคาเครื่องก็ถูกหลาย ๆ และตอนนี้ก็มีชุดแต่งตัวจริง ๆ ซะที เพราะช่วงนี้มีเงิน 5555

การเที่ยวกลางคืนครั้งนี้เป็นการพบปะคนญี่ปุ่นในร้าน Diana Thonglor ที่ใช้ชื่องานว่า "Bangkok De Night Vol.2" เพราะผมได้บัตรฟรีในช่วงที่ผมเดินผ่านทางเข้าร้านนี้ ผมได้เข้างานนี้แบบงง ๆ และเมื่อเข้าร้านนี้ก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ เพราะพิธีกรงานนี้ พูดภาษาญี่ปุ่นใส่อย่างกะปืนกล เราฟังไม่รู้เรื่อง แล้วดูท่าทาง พิธีกรเค้าจะชวนเราคุยด้วย (เพราะเค้าคิดว่าเราเป็นคนญี่ปุ่นเหมือนกับพวกเค้า) สาวญี่ปุ่นในงานก็ไม่ได้สวยเลิศเรออะไรเหมือนสาวไทย แต่ที่มีคือความน่ารักและมีเสน่ห์ของนางเหล่านี้ และอีกอย่าง....
เค้าพูดไทยได้!!!!แต่สำเนียงการพูดจะแข็ง ๆ ซะหน่อย แต่เค้ารู้ว่าพูดภาษาไทยอะไรยังไง ผมก็ลองทักทายกับกลุ่มสาวญี่ปุ่นเหล่านั้น นั่น เค้ามองหาผมแล้ว

"หวัดดี" ผมทักทายเธอ

"หวัดดีค่ะ" สาวญี่ปุ่นคนนี้พูดกลับ "มาคนเดียวเหรอคะ?"

"ใช่แล้ว!" ผมตอบนาง แต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอีก

"มาดื่มเบียร์กาน Let's kampaii!" อยู่ ๆ สาวญี่ปุ่นคนนี้มาชวนเราดื่มเบียร์ด้วย เราก็ชนแก้วแล้วดื่มกันและกัน แต่นางเตือนเราก่อนดื่มว่า "ดื่มทีละนิดนะจ๊ะ คนนิปปอนเวลาดื่มกันเค้าดื่มไปคุยไป สนุก ๆ จะได้ไม่เมาเร็ว คนสร้างเครื่องดื่มพวกนี้เค้าบอกมา"

เบียร์ในงานนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นเบียร์ญี่ปุ่นอาซาฮิ ซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกเบียร์ว่า "บีรุ" หรือเรียกเร็ว ๆ ก็ "บีล" อยู่ ๆ สาวญี่ปุ่นอีกคนถามผมในวงเบียร์ว่า "ทำไมตัวเองมาคนเดียวคะ"

"พอดีได้บัตรฟรีมาอ่ะ เลยมา ไม่น่าเชื่อว่าคนญี่ปุ่นที่นี่จะพูดไทยได้" ผมพูดกับเธอ

"แหม... ก็ต้องพูดไทยได้สิคะ พวกเราเป็นทีมงานของสถานีวิทยุภาษาญี่ปุ่นที่อยู่ในกรุงเทพ เรื่องพูดขอให้บอก เราเชี่ยวมากค่า..."

"เฮ้!!! ทาโกยากิมาแล้ว ไปเสริฟกันเร็ว" สาวญี่ปุ่นอีกคนโพล่งขึ้นมาแล้วชี้ไปที่เคาน์เตอร์ที่วางทาโกยากิ จากนั้นวงที่คุย ๆ ก็แตกแยกย้ายไปหยิบทาโกยากิอย่างสนุกสนาน จะว่าไป คนญี่ปุ่นที่เราเจอในวันนี้ไม่ได้นิ่งเงียบเคร่งกฎเหมือนที่เรารู้จักเลยนี่นา เธอเฮฮาปาจิงโกะ หรือพวกเธอเหล่านี้มาจากโอซาก้ากัน ไม่รู้ ไม่แน่ใจ ไม่พูดอ่ะ ไม่อยากวิจารณ์ แต่ที่รู้ ๆ พวกเธอมีความเป็นธรรมชาติมาก เธอไม่เอ็กซ์เหมือนดารา AV แต่เรารู้สึกดีและได้มองอีกมุมหนึ่งของสาวญี่ปุ่น

หลังจากที่แต่ละคนได้ทาโกยากิมาทานกัน ก็เริ่มคุยอีกรอบ

"บางทีประเทศนี้มีกฎแปลก ๆ อยู่นะ" สาวญี่ปุ่นคนแรกพูดออกมา

"มีอะไรเหรอ" สาวญี่ปุ่นคนที่สองถาม

"เรื่องจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อ่ะ ที่ประเทศเราไม่เห็นจะมีจำกัดเลย แปลกนะ ว่าป่ะ"

"ก็นะ (ทีนี้นางหันหน้ามาถามผม) เธอ ๆ พอรู้ไหมว่าทำไมต้องจำกัดเวลาการขายแอลกอฮอล์กัน"

"อ้อ คือคนไทยเวลาดื่มแอลกอฮอล์ เค้าดื่มแบบจัดหนักเลย บางคนเมาทั้งวัน เพราะห้ามการดื่มไม่ได้ อีกอย่าง เมืองไทย เมืองพุทธ เรื่องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันบาป"

"มีงี้ด้วยเหรอ ทำไมทางรัฐบาลไม่บอกไปว่าดื่มให้แต่พอดี" นางถาม

"ไม่รู้อ่ะ" เราตอบไป

"ช่างเหอะ" เธอตอบ แล้วกินทาโกยากิไปเรื่อย ๆ

หลังจากนั้นก็คุยกันยาว คืนนั้นมันมาก ดีเจญี่ปุ่นเปิดเพลงญี่ปุ่นกันมันมาก จนถึงช่วงเวลาหนึ่ง ผมขอเบอร์เธอ

"เธอ ๆ ขอเบอร์หน่อยดิ"

"เอิ่ม... จะจีบเหรอคะ"

"ใช่"

"คือ... เรามีแฟนแล้วค่ะ"

Hmmmmm!

แต่ก็ไม่ได้เจ็บปวดอะไรมาก เพราะชินแล้วที่ต้องเจอปัญหาโดนปฏิเสธ ก็ว่าอยู่ นางพูดเก่งเพราะเธอมีแฟนแล้ว แต่ก็ยังดีกว่านางให้แล้วแอบคบชู้เหมือนคน ๆ นั้น

ปัจจุบัน (1 ปีผ่านไป)

ตอนนี้ย้ายมาทำงานที่บริษัทแถว ๆ อโศก เป็นสถานที่ที่ใกล้ทองหล่อพอสมควร แค่เดินไปก็ถึงทองหล่อแล้ว เราชอบที่นี่มาก CEO ก็เข้าใจพนักงานด้วย (แต่พนักงานบางคนก็งี่เง่าจน CEO ต้องไล่ออก) และที่สำคัญ พนักงานที่นี่หลาย ๆ คนเป็นกันเอง เฟรนด์ลี่ เพราะพนักงานส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นเซล บางทีเจอกัน ก็ต้องได้คุย ได้ทักตลอดเวลา ช่วงแรก ๆ ขี้เหงา จนตอนนี้กลับมาสดชื่นเหมือนเดิมแล้ว ไม่จำเป็นต้องเที่ยวกลางคืนเหมือนเมื่อก่อนเพื่อคลายความเหงา

จนกระทั่ง เรื่องโลกกลางคืนกลับมาให้เราสัมผัสอีกแล้ว และครั้งนี้ท่าทางจะมันหยดติ๋ง เพราะเป็นงานสงกรานต์ที่ RCA

หลาย ๆ คนกลับบ้านเกิดหมด ยกเว้น "ชีสเค้ก" (นามสมมติ) เพราะบ้านเกิดของเธอคือกรุงเทพมหานครเหมือนผม เอาล่ะ ได้เวลาไปเที่ยวกัน

จำได้ว่า ผมเล่นน้ำสงกรานต์ทั้งวันเลย ตอนกลางวันผมเล่นที่สยาม เพราะมันใกล้ BTS ที่สุดแล้ว กลับบ้านได้ง่าย แต่ชีสเค้กเค้ามีธุระตอนกลางวัน เลยปล่อยนางไปก่อน

จนกระทั่ง ชีสเค้กนัดผมให้มาที่ RCA ช่วงหกโมงครึ่ง รู้สึกว่า แค่หกโมงครึ่งคนก็เยอะแล้ว เยอะมาก ๆ เยอะเข้าขั้นโรคจิต คนส่วนใหญ่จะเข้าที่ Route 66 กัน เพราะ Route 66 เน้นดนตรีสด ส่วนพวกสายตื๊ด EDM ก็ไปที่ ONYX กัน 

เอาล่ะ ชีสเค้กมาหาแล้ว

"หวัดดีจ้า" ชีสเค้กเดินมาหาผม ชุดของเธอนี่ เปรี้ยวใช้ได้ เปรี้ยวมาก ๆ

"มีปืนฉีดน้ำหรือยัง" ผมถามชีสเค้ก

"มีแล้วจ้า" ชีสเค้กตอบ "ซื้อที่สำเพ็ง ราคาถูกมาก มามันกันไหม"

"เอาสิ" ผมตอบ "ปืนพร้อมแล้ว"

"ไปกันเลย" ชีสเค้กพูด

ที่ RCA ในวันสงกรานต์มันมาก ๆ ผู้คนเลือกที่จะเล่นกับผมและชีสเค้กมากกว่า แต่ดูเหมือนว่า ผู้ชายจะเล็งเป้าไปที่ชีสเค้กมากกว่าผมนะ ก็ไม่น่าแปลก ชีสเค้กแต่งตัวได้เซ็กซี่เหลือหลาย เป็นผม ผมก็อดใจไม่ไหวอยู่ดี

แต่ด้วยความเซ็กซี่ของชีสเค้กทำให้ผมเป็นห่วงเธออยู่ไม่น้อย จากที่สนุกไปกับการสาดน้ำ ก็ต้องดูชีสเค้กด้วยว่านางจะโดนฉุดหรือเปล่า แต่ไม่เป็นไร การที่เราเดินกับชีสเค้กเหมือนเรากับชีสเค้กเป็นแฟนกัน คนเค้าคงรู้่ดี

จนได้... นางโดนฉุดแล้ว มีกลุ่มผู้ชายเข้ามาจับชีสเค้กแล้วดึงเธอให้อยู่ใกล้พวกเค้า แล้วดูหน้าตาผู้ชายกลุ่มนี้สิ เมาเวอร์ ๆ แต่สัญชาติญาณแห่งการช่วยเหลือของเราทำงานโดยอัตโนมัติ เราเลยคว้าตัวชีสเค้กแล้วพาเธอออกจากที่แห่งนั้นให้เร็วที่สุด ที่รู้ ๆ พวกขี้เมาไม่ต่างจากซอมบี้เลย

"ช่วยด้วย!!!" ชีสเค้กตะโกน แล้วเราคว้าตัวเธอพร้อมกับอุ้มและวิ่งให้เร็วที่สุด เราไม่สนใจใครแล้ว ที่รู้ ๆ ชีสเค้กต้องปลอดภัย เราไม่น่าพาชีสเค้กมาที่นี่เลย หลังจากที่เราหนีพวกขี้เมาได้แล้ว...

"ไหวไหมชีสเค้ก" ผมถามเธอ

"เรากลับกันเถอะ" ชีสเค้กตอบ "ไม่นึกว่าจะเป็นแบบนี้ เราว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปเล่นที่สยามกัน ตอนกลางวัน แดดร้อน ตากแดดจนตัวดำหน่อยแต่คงไม่เถื่อนอ่ะ"

"บางทีเธอแต่งตัวเซ็กซี่เกินไปนะ"

"ก็ไม่นะ"

"กลับเถอะ"

แต่ผมยังคิดว่า ชีสเค้กแต่งตัวเซ็กซี่เกินไปอยู่ดี แม้ว่าที่ RCA จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยป้องกันพวกขี้เมาเข้ามา แต่ก็ช่วยไม่ได้เท่าเราป้องกันตัวเอง ทำให้สงกรานต์ที่ RCA ปีนี้ ความสนุกกลายเป็นโมฆะทันที 

เราเชื่อแล้วว่า "โลกกลางคืน มันอันตรายจริง ๆ" แต่ที่ผ่านมา เรายังไม่เจอเท่านั้นเอง ในความอันตราย บางทีก็ยังมีส่วนดีอยู่ ถ้าคิดว่าแน่จริง ก็ลองดู บางทีประสบการณ์ที่เจอ อาจจะแตกต่างจากเดิม




SHARE
Writer
HARMONYZT
Content Specialist
นักเขียนบทความเกี่ยวกับชิวิต และการเดินทางของคน ๆ หนึ่งในเมืองใหญ่ที่เรียกว่า กรุงเทพมหานคร ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ campzzz.com

Comments