ผมดูการ์ตูน และผมโตขึ้นมาเป็นประชากรที่มีคุณภาพของสังคม
This image only consists of simple geometric shapes or text. It does not meet the threshold of originality needed for copyright protection, and is therefore in the public domain.

ตอนเด็กๆมีวรรณกรรมเรื่องหนึ่งซึ่งผมชื่นชอบมากชื่อเรื่องว่าห้าสหายผจญภัย ห้าสหายผจญภัยประกอบด้วยฉบับย่อยๆถึงยี่สิบเอ็ดเล่ม ผมจำไม่ได้ว่าผมได้เล่มแรกมากจากไหน แต่พอได้อ่านแล้วผมก็เอาแต่รบเร้าให้พ่อกับแม่ซื้อเล่มที่เหลือให้ เวลาได้เล่มใหม่มาผมก็จะอ่านแบบไม่ลืมหูลืมตาจนกว่าจะจบเล่ม

ห้าสหายผจญภัยถูกประพันธ์ขึ้นโดยนักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษชื่ออีนิด ไบลตัน วรรณกรรมเรื่องนี้เป็นเรื่องราวการผจญภัยของห้าสหายซึ่งประกอบด้วยพี่น้องสามคนชื่อจูเลียน ดิค และแอน กับเพื่อนอีกคนหนึ่งชื่อจอร์จินาและสุนัขของจอร์จินาชื่อทิมมี่ เรื่องราวเป็นในทำนองนักสืบเด็ก ทั้งห้าคนมักจะมีเหตุให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหรือเหตุกาณ์ประหลาดๆอยู่เสมอ และทั้งห้าก็มักจะช่วยกันแก้ไขปัญหาได้ด้วยความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความคิดอันชาญฉลาด 

ผมลองนึกดู ในวันที่ผมเข้าสัมภาษณ์เข้าเรียนคณะแพทย์ ถ้าเกิดคณะกรรมการสัมภาษณ์ถามว่าฮีโร่ในวัยเด็กของผมคือใครและทำไม ผมก็อาจจะตอบว่า "ฮีโร่ของผมคือจูเลียน ดิค แอน จอร์จินา และทิมมี่ จากเรื่องราวที่ประพันธ์โดยนักเขียนชาวอังกฤษชื่ออีนิด ไบลตัน เพราะทั้งห้ามีความสนิทสนมรักใคร่กลมเกลียวกัน เชื่อใจและสามัคคีกัน และไม่ว่าจะมีอุปสรรคที่ใหญ่เพียงใดทั้งห้าก็จะร่วมแรงร่วมใจกันจนฟันฝ่ามันไปได้"

คิดว่าจะเป็นยังไงครับ ผมคิดว่ากรรมการก็น่าจะพอใจกับคำตอบนี้นะ

แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมเปลี่ยนคำตอบไปจากเดิมนิดหน่อย เป็นดังนี้ 

"ฮีโร่ของผมคือเซย่า ชิริว เฮียวงะ ชุน และอิคคิ จากเรื่องราวที่ประพันธ์โดยนักเขียนการ์ตูนชาวญี่ปุ่นชื่อมาซามิ คุรุมาดะ เพราะทั้งห้ามีความสนิทสนมรักใคร่กลมเกลียวกัน เชื่อใจและสามัคคีกัน และไม่ว่าจะมีอุปสรรคที่ใหญ่เพียงใดทั้งห้าก็จะร่วมแรงร่วมใจกันจนฟันฝ่ามันไปได้"

ผมก็บอกไม่ได้หรอกว่าปฏิกิริยาของกรรมการจะเป็นยังไง แต่ผมมั่นใจว่ามันจะแย่กว่าในกรณีที่ผมตอบเรื่องห้าสหายผจญภัยแน่ๆ ทั้งที่จริงๆแล้วความสำคัญของสองเรื่องนี้ต่อผมนั้นไม่ได้ต่างกันเลย ล้วนแต่เป็นแรงบันดาลใจและเป็นความฝันในวัยเด็กของผมทั้งสิ้น

นี่เป็นปัญหาที่คนในช่วงอายุประมาณสี่สิบกว่าๆไปจนถึงเด็กๆในปัจจุบันต้องเจอมานานแสนนาน สื่อสองประเภทที่นำเสนอแนวคิดอันดีที่คล้ายคลึงกัน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้เหมือนๆกัน หล่อหลอมและปลูกฝังเยาวชนได้ไม่ต่างกัน กลับได้รับการยอมรับต่างกันอย่างสุดขั้ว ทั้งที่ความแตกต่างหลักๆก็มีเพียงแค่สื่อหนึ่งเป็นตัวหนังสือ ในขณะที่อีกสื่อหนึ่งเป็นรูปหรือภาพเคลื่อนไหว คนที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่และถือตัวว่ารู้ดีกว่าก็ปฏิเสธที่จะเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ และการ์ตูนก็ถูกกดเอาไว้ด้วยวาทกรรมว่า "การ์ตูนเป็นสิ่งไร้สาระ บ่อนทำลายเยาวชน" ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เยาวชนในยุคปลายศตวรรษที่ 19 มีเชอร์ล็อก โฮมส์เป็นวีรบุรุษในฝันได้ฉันใด เยาวชนในยุคปลายศตวรรษที่ 20 ก็มีซุนโกคูเป็นวีรบุรุษในฝันได้ฉันนั้น

ในงาน TEDx Bangkok 2016 ที่ผ่านมานั้นน้าต๋อย เซมเบ้ (ชื่อที่ผมมั่นใจว่าคนไทยเกินครึ่งประเทศต้องรู้จัก) ได้เล่าให้ฟังไว้ว่าเมื่อสามสิบปีก่อนหน้านั้นน้าต๋อยถูกถามว่าการ์ตูนเป็นสิ่งมอมเมาไร้สาระ แล้วเด็กที่ดูการ์ตูนโตขึ้นจะไปเป็นอะไร

น้าต๋อยตอบคำถามนี้ด้วยการเล่าต่อว่าเมื่อครั้งที่ต้องผ่าตัดหลังเมื่อสองปีที่แล้วนั้นทั้งหมอผ่าตัดและหมอดมยาบอกกับน้าต๋อยก่อนเริ่มการผ่าตัดว่าทั้งสองคนเป็นแฟนการ์ตูนน้าต๋อยตั้งแต่เด็กๆ และจะต้องช่วยชีวิตน้าต๋อยให้ได้

คำตอบของน้าต๋อยต่อคำถามว่าเด็กที่ดูการ์ตูนจะโตขึ้นไปเป็นอะไรก็คือ "เขาโตขึ้นมาช่วยชีวิตผม"
 
ตอนที่ผมได้อ่านเรื่องนี้นั้นน้ำตาของผมไหลพรั่งพรูอย่างควบคุมไม่ได้ คนจำนวนมากก็มีปฏิกิริยาแบบเดียวกันเมื่อได้อ่านเรื่องนี้ บางคนถึงกับร้องห่มร้องไห้อยู่บนรถไฟฟ้าอย่างไม่อายใคร ในเรื่องนี้ใครยิ่งอายุมากก็ดูจะยิ่งบ่อน้ำตาตื้นมากตามไปด้วย ทำไมคำพูดที่เรียบง่ายของน้าต๋อยถึงมีพลังมากมายขนาดนี้?

คำตอบส่วนตัวของผมก็คือทุกคนคงจะรู้สึกเหมือนกับว่าความฝันในวัยเด็กของพวกเขาถูกปลดปล่อยจากการถูกเหยียบย่ำและการตีตราบาปที่ยาวนานหลายทศวรรษ เรื่องเล่าง่ายๆของน้าต๋อยนั้นเป็นหลักฐานว่าคำพูดดูถูกดูแคลนจากคนจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู หรือผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมที่ตอกย้ำเสมอมาว่าสิ่งที่พวกเขาชื่นชอบนั้นเป็นสิ่งมอมเมาไร้สาระ และมันจะทำให้พวกเขาโตขึ้นเป็นคนที่ไร้คุณภาพนั้นไม่เป็นความจริง สิ่งที่เขาชื่นชอบแต่ถูกบังคับให้ต้องเก็บซ่อนเอาไว้ตลอดมานั้นไม่ใช่สิ่งเลวร้าย และวันนี้เขาสามารถที่จะยืดอกรับได้อย่างภาคภูมิใจว่าพวกเขาดูการ์ตูน แล้วพวกเขาโตก็ขึ้นมาเป็นประชากรที่มีคุณภาพของสังคม

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกปลดปล่อยด้วยคำพูดน้าต๋อยเช่นกัน

จากแฟนการ์ตูนน้าต๋อยอีกคนหนึ่งที่โตขึ้นมาช่วยชีวิตผู้อื่น
SHARE
Writer
Past-Forward
Free Thinker
น.พ.อธิพงศ์ พัฒนเศรษฐพงษ์ ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Comments

susan_malee
3 years ago
ดิฉันรู้สึกชอบคำตอบเเรกของคุณมากกว่า ที่ตอบว่าฮีโร่คุณคือในเรื่องห้าสหาย มันมีเสน่ห์ในเเบบฉบับที่คุณเป็น ไม่เหมือนใครไม่ต้องไปดัดให้มันดีเลิศเหมือนคำตอบระดับนานาชาติ เเต่มันจะตราตรึงหัวใจของคณะกรรมการ
Reply
Past-Forward
3 years ago
ประเด็นคือสำหรับผมแล้วไม่ว่าจะเป็นห้าสหายก๊วนไหนก็เป็นคำตอบที่ีถูกต้องทั้งนั้น เพราะมีผลในการหล่อหลอมตัวตนของผมไม่ต่างกัน แต่สำหรับผู้ใหญ่จำนวนมากในสังคมนั้นคำตอบแรกจะถูก และคำตอบที่สองจะผิด และเหตุผลที่ผิดก็เพียงเพราะมันเป็นการ์ตูน
imonkey7
3 years ago
ชาลาเฮดชาล่ากันเลยทีเดียว
Reply
Winnythepooh
3 years ago
สู้ๆคะ หมอ ..เราก็ติดการ์ตูนญี่ปุ่นงอมแงม .....ปัจจุบัน กลายเป็นครูซะงั้น 555
Reply
Mackeral
3 years ago
สำหรับหลายๆคนอาจลืมไปว่าเราโตขึ้นจากอะไร และก็จริงๆหนึ่งในนั้นคือการ์ตูนที่เรานั่งดูกันตอนเด็กๆ มันคือบทเรียนที่ซึมเข้าไปในตัวโดยไม่รู้สึกตัวเพราะเราสนุกไปกับมัน สำหรับผมส่วนตัวการ์ตูนญุี่ปุ่นซึม ความมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ ความกล้า ความยุติธรรม มิตรภาพ ได้เข้มข้นจนเป็นครูที่นักเรียนจดจำ สำหรับความมุ่งมั่นก็พวกแนวกีฬาต่างๆ ความยุติธรรมก็พวกแนวต่อสู้ แต่ผมคงยังพูดไม่ครบถ้าไม่พูดถึง การตูนจากทางตะวันตกอย่าง วิลติฟลูโจ ที่ย้ำทุกตอนเรื่องความเป็นฮีโร่ ที่ต้องช่วยเหลือผู้อื่น แม้แต่ตัวร้ายก็ตาม.
Reply
nat_busters
3 years ago
ซึ้งคำตอบของน้าต๋อยจริงๆครับ
Reply