7 วิธี เป็น "คนมีเสน่ห์"
ถ้าพูดถึง "เสน่ห์" เพื่อน ๆ นึกถึงอะไร
"อืม คนหล่อ คนสวยมั้งคะ" เด็กนักเรียนคนหนึ่งที่กำลังเดินกับเพื่อน ๆ ในย่านสยามตอบ
"ก็ เป็นคนจิตใจดี อยู่ใกล้แล้วรู้สึกสบายใจ" หนุ่มแต่งตัวดีคนหนึ่งที่มาเดทกับแฟนตอบ
"เป็นคนที่เราอยากคุยด้วยโดยที่เราไม่กลัวว่าเค้าจะไม่ฟังเรา" สาวสวยในไนท์คลับชื่อดังแห่งหนึ่งตอบ
"เป็นผู้หญิงที่ขาว สวย หมวย เอ็กซ์ น้ำเสียงหวานแหวว หน้าอกสะบึม" ลุงที่คลุกคลีอยู่กับวงการถ่ายนางแบบตอบออกมาตรง ๆ

ถ้าสังเกตดี ๆ แต่ละคนนิยมคำว่า "เสน่ห์" ไม่เหมือนกัน บางคนเค้าไม่รวมคำว่า "เสน่ห์" ไปกับคำว่า "หล่อ" หรือ "สวย" แต่กล่าวถึงสิ่ง ๆ หนึ่งที่คน ๆ นั้นเห็นแล้ว รู้สึกอุ่นใจ อยากทำความรู้จักมากกว่านี้ 

ทำไมผู้หญิงคนนี้ หน้าหมวยกลม ๆ ตาตี่ หุ่นอวบ ๆ ไม่ตรงกับสเปคชายไทยหลาย ๆ คน แต่เวลาอยู่ใกล้เธอ เรารู้สึกหลงรักเธอเข้าไปเต็ม ๆ ทำไมเป็นแบบนั้น ทำไมกัน ...

นี่แหละ "เสน่ห์"

ผมเชื่อว่า ยุคนี้คือยุคการเสพสื่อดิจิตอลอย่างแท้จริง 90% ของคนไทย ณ ตอนนี้ใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่ต่อด้วยเน็ต 4G (บางคนอาจได้แค่ 3G แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมแนะนำให้เปลี่ยนเป็น 4G เลย เน็ตดีกว่ามาก แล้วเดี๋ยวนี้มือถือ 4G ราคาก็พอซื้อได้แล้ว) และผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนมี Facebook เป็นของตัวเองกัน ถ้าจะเล่าเรื่อง Facebook คงเล่ายาวเลยทีเดียว 55555 เพราะผมมี Facebook Account ตั้งแต่ปี 2008 แน่ะ ยุคนั้นจำได้เลย ติดเกมใน Facebook งอมแงม ไม่ว่าจะ Restaurant City Pet Society, Farmville, Mafia Wars ฯลฯ โอ๊ย!!! ถ้าจะเล่าเรื่องเกม คงยาว.... ย้อนกลับมายุคปัจจุบันดีกว่า

ยุคนี้ Facebook ที่ใช้ ๆ กัน เพื่อน ๆ มักแชร์เรื่องราวของผู้อื่นมากกว่าเรื่องตัวเอง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องโพสต์ข่าวต่าง ๆ นา ๆ เยอะแยะเต็มไปหมด ยิ่งกว่าหนังสือพิมพ์บางสำนักที่ขึ้นชื่อเรื่องนำเสนอแต่เนื้อหาชาวบ้าน เดี๋ยวนี้นี่ เรื่องสามีภรรยาทะเลาะกัน ถ้าเป็นคนดัง จะเป็นข่าวไวรัลไปทั่วราชอาณาจักรเลยทีเดียว และไม่ได้โชว์แค่ครั้งเดียว ถ้าหากมีเพื่อนที่ชอบแชร์เยอะ เราจะเห็นข่าว ๆ เดียวกันที่เห็นตั้งแต่ตอนเช้าอีกครั้งในช่วงกลางวัน หรือเย็น ไม่ต่างจากสถานีวิทยุในยุคก่อน ๆ ที่โปรโมทเพลง ๆ เดียวโดยการเปิดตอนเช้า, กลางวัน, เย็น ทุกวัน

ไม่ใช่แค่ข่าวเท่านั้น เพราะข่าวเป็นแค่การเกริ่นเรื่อง เรื่องจริง ๆ อยู่ที่...

นอกจากข่าว ใน News Feed ของ Facebook เราจะเจอโพสต์ที่ผมแอนตี้มาก ๆ และถ้าปิดการแสดงโพสต์ชนิดนี้ เท่ากับเรา unfollow เค้าเลย มันคือ "โพสต์ที่เพื่อนเรากดไลค์ หรือคอมเมนท์" (ต่อไปเราเขียนว่า "เม้น" แทนนะครับ เพราะเข้าใจง่ายกว่า) เดิมที ใน News Feed เรา เรากำหนดเองว่าเราจะติดตามใคร ซึ่งอย่างน้อย ตามปกติของมนุษย์ จะติดตามเพื่อนที่รู้จักกันก่อนอยู่แล้ว แต่ตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา Facebook เปลี่ยน Algorithm และเพิ่มฟีเจอร์โพสต์ที่เพื่อนเรากดไลค์ หรือคอมเมนท์ จะโชว์ใน News Feed ของเรา เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผมมีเพื่อนตากล้องอยู่เยอะ แล้วเป็นตากล้องที่ถ่ายนางแบบภาคสนาม หรือหลาย ๆ คนเรียกว่า "พริตตี้" ปกติ เพื่อน ๆ ตากล้องเค้าโพสต์ภาพถ่ายพริตตี้ที่เค้าถ่ายเอง แล้วปรับแต่งใน Adobe Photoshop หรือ Lightroom ก่อนอยู่แล้ว แต่ถ้าช่วงไหนไม่ค่อยมีอีเวนท์ที่มีพริตตี้ เพื่อน ๆ ตากล้องเหล่านี้ก็จะกดไลค์รูปพริตตี้ที่ตากล้องเหล่านั้นรู้จัก ซึ่งบางวันเต็มทั้ง News Feed เลย โดยโพสต์ที่เพื่อนกดไลค์หรือเม้น จะบอกว่า " XXXX liked this" หรือ "XXXX commented on this" แต่ที่เพื่อน ๆ ตากล้องกดไลค์อะไรนี่ ผมรู้สึกไม่รำคาญนะ เพราะผมชอบ ฮ่า ๆๆๆ ก็เข้าไปส่องดู แต่ผ่านไปหลายเดือน ผมรู้สึกว่า สาวสวยที่ตอนแรกเราหลงรัก ตอนนี้กลับรู้สึกเฉย ๆ ไม่ใช่ไม่สวยนะ คือนางผิวขาว เนียน เสียงหวานออดอ้อน หุ่นดี หน้าอกทรงกลมดูสวย พอ ๆ กับเทพีแห่งความงาม แต่ที่เฉย ๆ เพราะเราเจอคนที่สวยแบบนี้บ่อยมาก มากจนรู้สึกว่านั่นไม่ใช่เสน่ห์ที่เรารู้สึก

ผมเชื่อว่า ผู้ชายอายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป คงเห็นคนที่สวย น่ารักกันมาบ้างแล้ว เมื่อก่อนเราหลงใหล เราเพ้อฝัน และอยากจะคุยกับเธอตลอดเวลา เรารอให้เธอมาคุย แล้วเมื่อเธอมาคุย เราก็รู้สึกฟินไปตาม ๆ กัน พอเอาเข้าจริง ๆ ถ้าเราชอบผู้หญิงคนนั้น (หรือผู้หญิงชอบผู้ชายคนนั้น) เพราะเสน่ห์ภายนอกอย่างเดียว สุดท้ายก็ไม่ได้รักกันอย่างที่คาดฝันเอาไว้ แน่นอน ผู้หญิงสวย ก็ต้องคู่กับผู้ชายที่เหมือนเป็นผู้นำ ธรรมชาติคัดสรรมาให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว แล้วลองดูผู้ชายที่ดูเป็นผู้นำสิ โอ้โห แต่ละคน หน้าตาไม่ได้หล่อเหลาเหมือนดารา ไม่ได้มีกล้ามใหญ่โตแบบนั้น แต่ผู้หญิงกลับชอบ

เค้าชอบตรงไหนกันนะ เงินเหรอ...

ตัดเรื่องเงินออกไป ผู้หญิงก็ยังชอบอยู่...

อ้าว ทำไมเป็นแบบนั้น หรือว่า... เสน่ห์

ใช่แล้ว คนที่ชอบกันจริง ๆ มักชอบตรง "เสน่ห์"

แล้วเสน่ห์คืออะไร... มันคงไม่ใช่หน้าตาดีเหมือน ๆ กันแน่นอน แล้วมันมาจากตรงไหนกัน

มีอยู่ช่วงนึง Wacol ทำโฆษณา "เสน่ห์ผู้หญิงมาจากภายใน" เป็นโฆษณาที่ซึ้งมาก ๆ เพราะเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับผู้หญิงที่กำลังเรียนอยู่ แต่เก็บลูกที่ถูกทิ้งมาเลี้ยงเอง แล้วปล่อยให้เข้าใจผิดว่าเธอท้องตอนเรียน ช่วงนั้นกระแสจากโฆษณาตัวนี้กระแทกใจใครหลาย ๆ คนอย่างแรง แล้วหลาย ๆ คนเริ่มตระหนักว่า "สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าหน้าตาคือเสน่ห์"

แล้วเสน่ห์สร้างกันยังไงเหรอ? ผมเชื่อว่า คนที่โดนสังคมตัดสินเราว่า "เราหน้าตาเห่ย" ลืมคิดถึงการเป็นคนมีเสน่ห์กัน ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปเชื่อสังคมที่เป็นใครหน้าไหนไม่รู้มาตัดสิน เค้าไม่ใช่พ่อแม่เรา

มันมีหลายวิธีที่ทำให้เราเป็นคนมีเสน่ห์ แต่ในบทความนี้เราขอยกการมีเสน่ห์แบบง่าย ๆ อาจต้องใช้เวลาเหมือนกับการฝึกฝนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่ถ้าเราตั้งใจจริง วันใดวันหนึ่ง เราจะมีเสน่ห์ขึ้นมา และชีวิตเราจะเปลี่ยนโดยที่เราไม่คาดคิดเลย

อย่างแรก "เปลี่ยนทัศนคติในจิตใจก่อน"

เป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนทัศนคติได้ทันที เพราะมันอยู่ในจิตใต้สำนึก เราต้องคิดว่าเราเป็นคนรวยเสน่ห์ เรามีเสน่ห์ที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกดี มีความสุข เห็นแล้วอยากอยู่ใกล้ เป็นแม่เหล็กดูดคนรอบข้างเป็นอย่างดี เป็นผู้ให้ และที่สำคัญ ชอบที่จะรุก เดี๋ยว ๆ แปลก ๆ นะ ชอบที่จะรุก มันเป็นเสน่ห์ตรงไหน อย่าลืมว่า ไม่มีใครเห็นเสน่ห์ได้ ถ้าเราไม่ให้ความมีเสน่ห์กัับเค้าก่อน

อย่างที่สอง "รู้จักตัวเอง และเป็นตัวของตัวเอง"

ในการ์ตูนเรื่อง One Piece ลูฟี่ พระเอกของเรื่องที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด แต่ลูฟี่กินผลปรศาจโกมุโกมุ (ยาง) ที่ดูแล้วน่าจะกระจอกงอกง่อย สู้พลังจากผลปีศาจที่น่าเกรงขามอย่างผลสายโรเกียไม่ได้ แต่กลับต่อกรกับก็อด เอเนลได้ และหลัง ๆ มา เริ่มเรียนรู้พลังที่ซ่อนอยู่ของผลปีศาจยางมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด ลูฟี่สามารถปราบโจรสลัดหรือบุคคลสำคัญที่ไม่มีใครปราบได้อยู่หลายคน และเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทางทหารเรือ, รัฐบาลโลกต้องการตัวมากที่สุด

ลองย้อนมองโลกความจริงกัน ดาวตลกบางคน แม้ว่าภายนอกจะดูไม่หล่อ ไม่สวยอะไรเลย แต่เค้าขายที่ความสามารถของเค้า คือการพูดตลก ให้คนได้ขำกัน

การรู้จักตัวเอง ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ มากพอ ๆ กับการฝันแล้วทำเป้าหมายให้สำเร็จ เพราะถ้าเรารู้ว่าตัวเราเองเด่นด้านอะไร ก็ทำจุดเด่นของตัวเองให้ไปถึงจุดสูงสุดตามความฝันที่วางเอาไว้ แต่น่าเสียดายที่จุดเด่นเรื่องหน้าตาดี เป็นดารา เป็นเน็ตไอดอลกลับเห็นผลในเรื่องเป็นหน้าตาของสังคมและเป็นที่โด่งดังชัดกว่าจุดเด่นอย่างอื่น เช่น มีความรู้ในการเขียนโปรแกรม หรือมีจุดเด่นในการวาดภาพ ทำให้สาว ๆ หลาย ๆ คนหันไปศัลยกรรม ทำสวย เป็นเน็ตไอดอลเพื่อขายครีม เราไม่ได้ว่าวิธีการนี้มันไม่ดี เพราะมันถูกกฎหมาย เป็นวิธีที่สุจริต แต่เสน่ห์ที่ได้มาจากความเป็นตัวของตัวเองก็ต้องมีด้วย เช่น เป็นคนตลก พูดอะไรไปก็หัวเราะ ตอนนี้หน้าสวย เป๊ะแล้วใช่ป่ะ โอเค ได้เวลาโชว์ตัวตนของตัวเองที่มาจากเบื้องลึก นี่แหละ จะกลายเป็นคนมีเสน่ห์ทั้งภายนอก ภายใน

จะว่าไป ในยุคนี้ เราควรตามกระแสบ้างอะไรบ้าง แต่ต้องใส่ความเป็นตัวของตัวเองด้วย ถ้ายังอินดี้อยู่อย่างนั้น เราว่า ยุคนี้คงรอดยาก อิทธิพลของสื่อนับวันยิ่งใหญ่มากกว่าเดิม ที่ทำได้คือ เป็นตัวของตัวเอง แล้วตามกระแสบ้าง การตามกระแสโดยเพิ่มความเป็นตัวของตัวเองทำให้เราเป็นที่รู้จักอย่างไม่น่าเชื่อ

ถ้ายังนึกไม่ออก ลองดูเพจ Lowcost Cosplay ก็ได้ เค้ามี Concept (ตัวของตัวเอง) คือคอสเพลย์ต้นทุนต่ำ แล้วการคอสของเค้าจะคอสในสิ่งที่เป็นกระแส เช่นช่วงนี้เป็นช่วงโอลิมปิก ก็คอสเพลย์เลียนแบบนักกีฬาซะเลย แบบนี้จะปังมากกว่า

เอาล่ะ เราพูดเรื่องทัศนคติหมดแล้ว คราวนี้มาเริ่มฝึกบุคลิกภายนอกกัน

อย่างที่สาม "ฝึกยิ้ม"

ยิ้มกับเพื่อน ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ถ้าให้ดีหน่อย ยิ้มให้คนที่เดินผ่านไปมา ไม่ต้องคิดว่ารอยยิ้มของเรามีจำกัด รอยยิ้มเปรียบเสมือนการยิงปืนกระชากใจให้คนที่มองรอยยิ้มของเราโดยไม่รู้ตัว รู้สึกดี และรู้สึกว่าเรามีเสน่ห์ เราไม่ต้องกลัวว่าเค้าจะไม่ยิ้มกลับ อย่างน้อย คนที่โดนเราส่งยิ้มเค้ารู้แล้วว่า "เราเป็นคน Friendly" คงดีถ้าได้รู้จักกันมากกว่านี้

คงรู้จักคำว่า "สยามเมืองยิ้ม" กันอยู่แล้ว เราก็ทำให้เป็นสยามเมืองยิ้มให้มากกว่านี้สิ เดี๋ยวนี้ชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวเมืองไทยเยอะแยะเต็มไปหมด เราไม่รู้ภาษาของเค้า แต่แค่ยิ้ม เราและเค้าก็จะรู้สึกดี และอาจมีการสานสัมพันธ์กันมากกว่าที่เราคาดคิดเอาไว้

ยิ้มให้ทุก ๆ คนที่อยู่ใกล้
แต่อย่าลืมทัศนคติที่เป็นมิตรด้วย เวลายิ้มจะดูมีชีวิตชีวา ไม่ได้ยิ้มแห้ง ๆ

อย่างที่สี่ "ชวนคุย"

เรามี Facebook หรือ Twitter อยู่แล้ว เป็นเรื่องง่ายมากที่เรารู้ข่าวคราวต่าง ๆ รอบโลก (แม้ว่าจะมาจากสื่อที่ไม่ได้มืออาชีพก็ตาม) เราหยิบประเด็นเหล่านี้มาชวนคุยกับคนข้าง ๆ สิ แต่เรื่องที่ไม่ควรชวนคุย ก็มีเรื่องการเมือง ความขัดแย้ง ใส่ไฟ ใส่ร้ายผู้อื่น เรื่องส่วนตัวของคน ๆ นั้น เป็นต้น เรื่องแนะนำที่ชวนคุยได้ ผมมีตัวอย่างประโยคชวนคุยง่าย ๆ กันครับ 

เรื่องเพจ "Lowcost Cosplay"
เรา : เธอ ๆ ได้ติดตามเพจ Lowcost Cosplay หรือเปล่า แอดมินเพจนี้คอสแต่ละอย่างนี่ อื้งไปตาม ๆ กันเลย

เรื่อง "ส้มตำ"
เรา : ชอบกินส้มตำไหม
เธอ : ชอบนะ จะชวนกินเหรอ เอาดิ
เรา : เนี่ย เดี๋ยวตอนกลางวันไปกินส้มตำเป็นเพื่อนเค้าดิ อยู่ตรงซอย....

เรื่อง "งาน Big Auto Sale"
เรา : เคยไปงาน Big Auto Sale ไหม
เธอ : ไม่เคยอ่ะ เป็นไงเหรอ
เรา : เป็นงานรถที่เล็ก แต่ดู...... (เล่าไปเรื่อย ๆ ตามสไตล์ตัวเอง)

ผมเชื่อว่า มันก็ยังไม่เก็ท และดูยากจัง มานั่งคิดประโยคอะไรแบบนี้ ไม่เอาด้วย ของ่าย ๆ กว่านี้ได้ป่าว

งั้นเอาเรื่องนี้ล่ะกัน Pokemon Go (รีบ ๆ ใช้ก่อนที่เกมนี้จะเลิกฮิต)

เราออกจากบ้านท่ามกลางอากาศร้อน ๆ เพื่อเดินทางไปสยาม (ใจจริงแนะนำสวนเบญจกิตติ หรือเบญจสิริ เพราะเป็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่นมาก และใกล้ BTS) เมื่อถึงที่หมายแล้ว เราก็เปิดเกม Pokemon Go กัน แล้วเข้าไปใกล้ ๆ คนที่เล่นเกมนี้อยู่

เรา : หวัดดี แน่ะ แถวนี้มีตัวอะไรดี ๆ บ้าง
เธอ : ไม่รู้สิ เนี่ยเราจับเมจิคราฟ (คอยคิง) อยู่อ่ะ ใกล้จะสะสมแคนดี้ครบ 400 อันแล้วด้วย
เรา : จริงดิ แถวนี้มีคอยคิงเยอะเลยเหรอ น่าจะไปตั้งแต่แรก
เธอ : อะไรคือคอยคิงคะ
เรา : คนญี่ปุ่นเรียกเมจิคราฟว่าคอยคิง จะว่าไป คนไทยเรียก "โปเกมอน" ตามฝรั่ง ไม่ได้เรียก "พ็อกเก็ตมอนสเตอร์" แบบคนญี่ปุ่น แต่ทำไมชื่อแต่ละตัวของโปเกมอนดันเรียกชื่อฝั่งญี่ปุ่นซะงั้น
เธอ : ไม่รู้สิ.... อ๊ะ!!! เจอแล้วค่ะ นี่ไงเมจิคราฟ เดี๋ยวจับก่อนนะคะ

อันที่จริง ถ้าเรารู้ความสนใจของเค้า ทำให้เราเปิดใจคุยกันง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เราควรจะเปิดประเด็นคุยจากเรื่องที่เรารู้จริง ๆ ก่อน ถ้าเค้าไม่รู้แต่อยากฟัง นั่นแหละ เราจะได้คุยและคน ๆ นั้นจะได้ฟังสิ่งที่เราพูด

อย่างที่ 5 รู้จักกาลเทศะ

แม้ว่าเราฝึกทัศนคติ ฝึกยิ้ม ฝึกพูดคุยแล้ว แต่เรากลับไม่รู้กาลเทศะ อย่างคุยเสียงดังในรถไฟฟ้า ยิ้มแย้มในงานศพ สิ่งที่เราคิดว่า ทำไปแล้วมีเสน่ห์ จะกลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจไปในทันที กาลเทศะที่ควรรู้เราต้องดูสิ่งแวดล้อมรอบข้างด้วยว่า เค้าอยากให้ทำอะไร เช่น ในงานประชุม งาน Talk show ในโรงภาพยนตร์ ต้อง "เงียบ" ห้ามคุย ห้ามถามว่าเค้าพูดอะไร หรืองานแต่งงาน ต้องแต่งตัวรับความมงคล งานศพต้องใส่เสื้อดำหรือขาว กาลเทศะคือกฎของสังคมที่วางเอาไว้ แต่ไม่ได้เข้มงวดไรมากมายนัก ดังนั้น ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน

อย่างที่ 6 มาเพิ่มเสน่ห์ภายนอกแบบที่ควรเป็นกัน

เอาจริง ๆ หน้าตาในยุคนี้ก็สำคัญ แต่จากประสบการณ์การใช้ชีวิต สิ่งสำคัญยิ่งกว่่าคือ "การแต่งตัว" ต่อให้เรามีทัศนคติเป็นมิตรต่อผู้อื่น ยิ้มแย้มทุก ๆ คน แต่การแต่งตัว (หรือกลิ่นตัว) ไม่โอเค เสน่ห์ก็ลดลงได้เหมือนกัน บางคนไม่รู้ว่าจะแต่งตัวยังไง แนะนำว่า ให้เข้าเว็บ Google แล้วพิมพ์ "แฟชั่นผู้ชาย" (ของผู้หญิงก็ "แฟชั่นผู้หญิง") มันจะแยกย่อยไปตามหมวดหมู่อีกที อย่างชุดไปเที่ยว ชุดอยู่บ้าน ชุดปาร์ตี้ มีคนแต่งให้ดูอยู่แล้ว ที่ควรทำคือ ซื้อชุดที่คล้าย ๆ กับที่เค้าแต่ง ไม่ต้องตามแบรนด์เนม เอาเสื้อหรือกางเกงไม่ต้องแพงมาก เราก็ได้ชุดดี ๆ แล้ว นั่นแหละ แต่งตัวเป็น

นอกจากนั้นก็มี ใส่น้ำหอม เลือกน้ำหอมที่ใช่, ออกกำลังกายทุกวัน ให้ดูหุ่นดี ค่อยเป็นค่อยไป แต่อย่าหยุด อย่าหักโหม

อย่างที่ 7 ได้เวลาเปิดตัว!!!

จะมีประโยชน์อะไร ถ้าเราพัฒนาเสน่ห์เพื่อตัวเอง แต่ไม่มีใครเห็นในโลกความเป็นจริงเป็นเรื่องเป็นราว ที่ทำได้ดีที่สุดคือ "เข้าสังคม" แน่นอนว่า ความมีเสน่ห์ มันต้องมีการลงทุนกันบ้าง จะลงทุนน้อย หรือเยอะ แล้วแต่จะเลือกเลย ซึ่งการเข้าสังคมในบางที่ อาจต้องจ่ายเงินค่าเข้าบ้าง เช่นงานปาร์ตี้ งานอีเวนท์ในไนท์คลับ งานคอนเสิร์ต งานสังสรรค์ เป็นต้น การเข้าสังคม ดีกว่าการเดินไปเปลื่อย ๆ ในที่ที่มีผู้คนเยอะ ๆ เพราะอย่างน้อยเราก็รู้ว่า คนในงานล้วนมีความสนใจเดียวกัน เรารู้แล้วว่า คนนี้ เค้าใสใจเรื่องอะไร อย่างเช่น เราเป็นนักเขียน เราก็ต้องเข้าไปในงานหนังสือ พบปะผู้คน คุยกันเรื่องหนังสือ เราเป็นเกมเมอร์ เราก็เข้าไปในงานเกม มันมีความคล้ายกัน สนใจเรื่องเดียวกันไง เราเป็นนักเที่ยวยามค่ำคืนที่ชื่นชอบเพลงจาก DJ ต่างประเทศ ก็เข้าไปในไนท์คลับ เสียงอาจจะดังบ้างแต่คนที่ใจรักจริง ๆ เรื่องเสียงเป็นแค่เรื่องจิ๊บ ๆ เมื่อเราพูดคุยแล้ว เราก็ขอเบอร์ ขอไลน์บ้าง วิธีนี้ดูเหมือนจีบ แต่มันใช้ได้เวลาสานสัมพันธ์ ต่างประเทศเค้าก็ทำกันแบบนี้แหละ

ทีนี้ไปโลกออนไลน์กันบ้าง แน่นอน เรามีเสน่ห์ หลาย ๆ คนเค้าอยากทำความรู้จักกับเรา สิ่งที่ต้องทำคือ "ตอบกลับทุกอย่างที่คนคุยมา" อย่านิ่งหรือแค่กดไลค์ในสิ่งที่เค้าเม้นหาเราแต่ไม่ตอบกลับ เพราะมันเสียมารยาทมาก มือถือสมัยนี้ รุ่นท็อป ๆ จอไม่ได้ 4 นิ้วกันแล้ว เริ่มต้นที่ 4.7 นิ้ว (เฉลี่ยอยู่ที่ 5 นิ้ว และมาตรฐานใหม่ยุคนี้คือ 5.5 นิ้ว จอใหญ่เวอร์) การพิมพ์มันคงไม่ยากเหมือนสมัยก่อน อาจจะไม่ถนัดเหมือนคุยตอบโต้จริง ๆ แต่มันต้องฝึก เพราะมันก็เป็นเสน่ห์เหมือนกัน อย่างน้อยก็ส่งสติ๊กเกอร์ก็คงดี แต่ไม่แนะนำ เพราะมันไม่ต่างจากกดไลค์ คือ "ขี้เกียจพิมพ์" 

สิ่งที่ไม่ควรทำเพื่อเพิ่มเสน่ห์ (ส่วนใหญ่เป็นในโลกออนไลน์)
- ซื้อ Follower ปลอม หรือ Like ปลอม เพราะจำนวนความเป็นจริงมันไม่สัมพันธ์กัน
- อย่าทำให้ตัวเองดูดีด้วยการทับถมผู้อื่น พวกทำเป็นฮีโร่ในโลกไซเบอร์แล้วด่ากราด อย่าทำ 
- ติดตาม User คนอื่นเพื่อให้ User คนนั้นติดตามกลับ ซึ่งเราจะได้แต่ User ที่ติดตามเราเพราะเราติดตามเค้า ไม่ได้ติดตามเพราะความเป็นตัวตนของเรา
- อย่าหยาบคายเพราะคิดว่าเป็นคนตรง ต่อให้หน้าตาดีเท่าไร แต่เจอโพสต์แบบหยาบคายเข้าไป คนดูรู้้สึก เอิ่ม... คนตรงคือคนที่พูดหรือทำอะไรตรงตามความรู้สึก ผิดก็ยอมรับผิด ไม่ใช่คนที่พูดจาหยาบคาย

SHARE
Written in this book
ใคร ๆ ก็รัก
เรารู้ว่าใคร ๆ ก็อยากเป็นที่รักของผู้อื่น หนังสือเล่มนี้รวมบทความเปลี่ยนทัศนคติให้เป็นที่รักของทุก ๆ คนด้วยวิธีคิดง่าย ๆ และใช้ได้จริง
Writer
Campzzz
Content Specialist
นักเขียนบทความเกี่ยวกับชิวิต และการเดินทางของคน ๆ หนึ่งในเมืองใหญ่ที่เรียกว่า กรุงเทพมหานคร ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ campzzz.com

Comments

Lawa
3 years ago
ชอบๆ เขียนดีจังค่ะ
Reply
Campzzz
3 years ago
ขอบคุณครับ
Chanpp
3 years ago
ชอบค่ะเขียนดีมาก
Reply
Campzzz
3 years ago
ขอบคุณครับ 😀