สัญญาณไฟ...หญิงสาว...ราวบันไดเลื่อน
ที่ทำงานของผมไม่ไกลจากที่พักมากนัก
เดินประมาณสิบนาทีแบบไม่เหนื่อย
ผมเดินผ่านสี่แยกหน้าที่ทำงานทุกวัน
ผมไม่เคยสังเกตเลยว่ามีสัญญาณไฟคนข้ามอยู่ตรงนี้

หญิงสาวยืนเก้ๆ กังๆ รอสัญญาณไฟ
ผมเดินไปหยุดรอข้างๆ เธอ
เธอกดสัญญาณไฟอีกครั้งถึงแม้จะมีคนกดไปก่อนแล้ว
ผมมองซ้ายมองขวาแล้วก้าวเท้าลงบนถนน

"รอให้ไฟเขียวก่อนแล้วค่อยข้าม!!!"
ผมหันไปตามที่มาของเสียงนั้น
หญิงสาวท่าทางกังวลทำหน้าตกใจ
"เอ่อ คุณ มันไม่มีรถก็ข้ามได้นะ โล่งจะตาย"

"ขะ...ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะตะโกน"
เสียงของสัญญาณไฟคนข้ามดังขึ้นขัดบทสนทนา
"ช่างมันเหอะ"
หญิงสาววิ่งข้ามถนนไปด้วยความอาย

หลังจากนั้นผมเจอหญิงสาวคนนี้บ้างเป็นครั้งคราว
เธอหลบตาผมแล้วกดสัญญาณไฟอย่างเคย
"คุณทำงานแถวนี้เหรอ?"
"ค่ะ" เธอตอบสั้นๆ 

ผมคุยกับเธอทุกครั้งที่เจอหน้ากัน
จะเรียกว่าคุยกันก็คงไม่ถูก เรียกว่าถามเธอแล้วกัน
"วันนี้ร้อนนะ ใส่เสื้อแขนยาวไม่ร้อนเหรอคุณ?"
"ไม่นี่คะ" เธอตอบสั้นๆ 

ผมรู้ว่าเธอทำงานที่ตึกเดียวกับผม
ออฟฟิศของเธออยู่ชั้นสิบสอง
บริษัทกฎหมายชื่อดัง
เธอทำงานเป็นทนาย

เธอไม่เคยบอกผมในเรื่องเหล่านี้
ผมรู้มาจากเพื่อนในออฟฟิศที่นินทาเธอ
"ยายพิรมนคนที่เงียบๆ น่ะ ได้ข่าวว่าย้ายมาจากต่างประเทศ"
"ดูป้าๆ มาจากไหนกัน ไม่มีออร่าเด็กนอกเลย"

ผมไม่ค่อยอยากฟังเรื่องพวกนี้นักหรอก
แต่ผมอยากรู้จักเธอให้มากขึ้น
ผมพิมพ์ชื่อเธอลงในเฟสบุค "พิรมน"
ผมเลื่อนหาคนที่ชื่อ พิรมน ที่จบจากอังกฤษ

"Piramon Manakul" จาก UCL นี่คงใช่เธอ
ผมเข้าไปดูรูปโปรไฟล์ หญิงสาวในชุดรับปริญญา
เธอส่งยิ้มด้วยความยินดี
ผิดกับตอนนี้ที่เธอไม่เคยยิ้มแม้แต่ครั้งเดียว

ผมคิดว่าการมาสืบในเฟสบุคไม่ใช่สิ่งที่ลูกผู้ชายควรทำ
ผมปิดคอมพิวเตอร์ แล้วล้มตัวลงนอน
ผมคิดว่าถ้าพรุ่งนี้เริ่มคุยกับเธอ
เธอก็คงตอบเป็นประโยคสั้นๆ อย่างเคย

"คุณไปกินกาแฟกันมั้ย?" ผมรวมความกล้า
"ร้านหน้าตึกน่ะเหรอ ยังไงก็เดินผ่านนี่นา"
ผมเดินคุยกับเธอไปตลอดทาง ส่วนใหญ่ก็ได้คำตอบว่า "ใช่" หรือ "ไม่ใช่"
"คุณชื่ออะไรน่ะ คุยกันมาตั้งนานแล้ว ผมยังไม่รู้เลย"

"พิรมน" 
"ผมชื่อ ไตร ทำงานอยู่ออฟฟิศสถาปนิกชั้นยี่สิบ"
"ใครถาม"
"ผมบอกไว้ FYI น่ะคุณ"

ผมสั่งกาแฟอเมริกาโน่เย็นสองแก้ว
เธอปล่อยผมที่รวบไว้แล้วปัดไปข้างหนึ่ง
เธอหยิบสูทจากกระเป๋าสะพายออกมาใส่
ผมคิดว่า "พิรมนเป็นคนค่อนข้างสวย ไม่สิมีเสน่ห์"

พิรมนที่ใครๆ ก็พากันนินทา
คนเหล่านั้นนินทาเธอเพราะความสวย
คนเหล่านั้นนินทาเธอเพราะความอิจฉา
พิรมนที่ใครๆ ก็ไม่อยากคบ

"คุณทำไมคุณถึงไม่คุยกับผมบ้างล่ะ?"
"ฉันก็คุยอยู่นี่ไง"
"ผมหมายถึงว่าคุยๆ กันน่ะ"
"ถ้าหมายถึงคุยแบบคนจะคบกันก็บอกมาตรงๆ"

พิรมนที่ใครๆ ก็พากันนินทา
คนเหล่านั้นนินทาเธอเพราะความสวย
คนเหล่านั้นนินทาเธอเพราะความอิจฉา
พิรมนที่ใครๆ ก็ไม่อยากคบ

"ฉันเอาแต่ใจ ฉันใจร้อน ฉันไม่ชอบคนเรื่องมาก"
"แล้วไง คนเราก็มีนิสัยเสียทั้งนั้นล่ะคุณ"
"คุณล่ะมีข้อดีอะไร ฉันจะได้พิจารณา"
"ผมเหรอ ข้ามถนนได้ไม่ต้องรอสัญญาณไฟ ขึ้นบันไดเลื่อนได้ไม่ต้องจับราวบันได"

พิรมนส่งเสียงหัวเราะเบาๆ 
"คุณทำได้ทุกอย่างที่ฉันทำไม่ได้ ฉันให้ผ่านแล้วกัน"
ผมมองพิรมนที่กำลังยิ้มให้ผม
"งั้นเย็นนี้ขอให้ผมพาคุณไปที่นึงนะ"

ผมจำได้ว่าแฟนเก่าของผมก็หน้าตาประมาณพิรมน
เธอเอาแต่ใจ ใจร้อน ไม่ชอบคนเรื่องมาก
ผมเลิกกับเธอเพราะผมต้องไปเรียนต่อที่เยอรมัน
เธอบอกว่ามันนานไปที่จะรอสำหรับคนใจร้อน

เย็นวันนั้นผมขอออกจากงานเร็วกว่าปกติ
ผมเดินไปรอพิรมนที่หน้าออฟฟิศของเธอ
สายตาของคนในออฟฟิศมองผมด้วยความสงสัย
"คุณรอนานมั้ย ขอโทษทีพอดีคุยกับลูกความ"

ผมพาพิรมนเดินมาที่ี่สี่แยกหน้าที่ทำงาน
เธอกดสัญญาณไฟคนข้ามอย่างเคย
"ทำไมคุณถึงไม่กล้าข้ามถนน ทั้งๆ ที่ไม่มีรถล่ะ?"
"เพราะฉันเอาแต่ใจ"

ผมเดินมาจนถึงสถานีรถไฟฟ้าใกล้ๆ 
เธอรอจังหวะที่จะขึ้นบันไดเลื่อนอยู่นาน
"ทำไมคุณถึงไม่กล้าปล่อยมือจากราวบันไดเลื่อนล่ะ?"
"เพราะฉันใจร้อน"

เราเดินมาจนถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง
"ร้านเพื่อนผม เป็นร้านอาหารเล็กๆ"
"นั่งริมแม่น้ำได้มั้ย สวยดี"
พิรมนถอดเสื้อสูท และเริ่มถักเปียแบบง่ายๆ

ผมสั่งอาหารไทยสองสามอย่างตามที่พิรมนชอบ
"ฉันเอาแต่ใจจะข้ามถนนตอนไฟแดง จนพี่ชายเกือบถูกรถชน"
"ฉันใจร้อนวิ่งขึ้นบันไดเลื่อนไม่จับราวบันได จนตกลงมาครั้งนึง"
"ฉันทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้"

ผมมองหญิงสาวในตอนนี้ 
พิรมนที่แสนจะธรรมดา
พิรมนที่ทุกคนอิจฉา
พิรมนที่เป็นแค่หญิงสาวที่ขี้กลัว

"ผมก็ไม่ได้ทำได้ทุกอย่างหรอกนะคุณ"
"ผมกินชาร้อนไม่ได้ ผมไม่ขี่จักรยาน"
"แค่นี่เอง" พิรมนระเบิดเสียงหัวเราะ
"ใช่ แล้วคุณจะกังวลทำไม มันก็แค่สิ่งที่ทำไม่ได้"

พิรมนยิ้มแล้วยื่นโทรศัพท์มาให้ผม
หน้าจอเขียนว่า "สิ่งที่ทำได้: โทรมาเบอร์นี้ทุกวัน"
ผมพิมพ์เพิ่มลงไป "สิ่งที่ทำไม่ได้: ไม่โทรหาเจ้าของเบอร์นี้ทุกวัน"
เรากินอาหารและคุยกันในเรื่องที่เราต่างทำไม่ได้

ผมกับพิรมนเราเริ่มคบกันได้หนึ่งวัน
ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำไม่ได้คือ ไม่ชอบเธอ
พิรมนผู้หญิงที่ข้ามถนนต้องรอสัญญาณไฟ ขึ้นบันไดเลื่อนต้องจับราวบันได 
พิรมนที่ดูเพอร์เฟ็คในสายตาคนอื่น แต่เธอเป็นคนธรรมดาสำหรับผม

ผมเดินไปส่งพริมนที่สถานีรถไฟฟ้า
มือของพิรมนเกาะราวบันไดเลื่อนขึ้นสถานีแน่น
ผมวางมือลงบนมือของเธอที่เกาะราวบันไดเลื่อน
"ต่อไปนี้เรื่องที่ผมทำไม่ได้คือ ปล่อยให้คุณขึ้นบันไดเลื่อนคนเดียว"

พิรมนมองหน้าผมด้วยสีหน้าประหลาดใจ
"เรื่องที่คุณทำไม่ได้อีกเรื่องคือ ปล่อยให้ฉันข้ามถนนในที่ไม่มีสัญญาณไฟคนข้าม"
"ผมคงไม่มีเงินไปติดตั้งไฟคนข้ามทุกถนนหรอกนะคุณ"
เราทั้งสองระเบิดเสียงหัวเราะจนคนรอบๆ หันมอง

ต่อจากนี้ผมอยากรู้จักพิรมนจากเรื่องที่เธอเล่าเอง
ต่อจากนี้ผมคงไม่ไปฟังคนอื่นนินทาพิรมนอีก
ผมต้องขอบคุณสัญญาณไฟที่ทำให้เราเจอกัน
พิรมนผู้หญิงที่ข้ามถนนต้องรอสัญญาณไฟ 

ปล. เรื่องนี้เขียนจากจินตนาการของผู้เขียนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือสถานที่จริง วันนี้ไปยืนรอข้ามถนนเจอพ่อสอนลูกให้้รอไฟข้ามถนน น่ารักดีเลยเอามาเขียนเล่นๆ ค่ะ 

SHARE
Written in this book
แค่เรื่องธรรมดาที่เป็นธรรมชาติ
เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เก็บมาผสมกับจินตนาการ เรื่องธรรมดาที่เรามองข้ามแต่กลับทำให้เราอมยิ้มหรือร้องไห้ได้อย่างไม่รู้ตัว
Writer
bearfoot
human
I am a passionate traveller...and there is nothing to regret.

Comments

Maemoly
1 year ago
ตอนนี้สิ่งที่ทำไม่ได้ คือหยุดคิดถึงเค้าไม่ได้ หุหุ
Reply
bearfoot
1 year ago
เสียงหัวเราะอันมีเลศนัย ฮ่าฮ่า
nawtpal
1 year ago
อ้าว นึกว่า based on true story
อยากรู้จักพิรมนกว่านี้นะ จะมีภาคต่อไหม?
Reply
bearfoot
1 year ago
ช่วงนี้ปั่นงานในชีวิตจริงไม่ค่อยได้ออกไปเริงร่า แต่ถ้ามีเหตุการณ์อะไรมาจุดประกายเกี่ยวกับเรื่องของสองคนนี้ ไตรกับพิรมนจะได้กลับมาค่ะ :) 
nawtpal
1 year ago
รออ่านนะครับ...
niji
1 year ago
น่ารักมาก
Reply
bearfoot
1 year ago
ขอบคุณที่อ่านนะคะ :) 
NAMMON
1 year ago
555+ กำลังยิ้มเพลินเลย 

Reply