การเดินทางของสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง
ฉันมักใช้เวลาว่างไปกับการเดิน เดินไปเรื่อยๆ ไปยังสถานที่ที่ซึ่งยานพาหนะไม่อาจซอกแซกเข้าไป วันนี้ฉันเดินมาถึงหมู่บ้านที่ห่างไกลแห่งหนึ่ง สภาพแวดล้อมโดยรวมเป็นป่า ส่วนใหญ่เป็นต้นหูกวาง ดูเหมือนขึ้นอยู่ทุกที่ทาง ท่ามกลางป่าทึบยังมีควันกลุ่มหนึ่ง ฉันตัดสินใจเดินไปเส้นทางนั้น

ฉันดื่มกาแฟไปอึกหนึ่ง รู้สึกกระปรี้กระเปร่าหลังจากโหมงานหนักเมื่อคืนและช่วงเช้าของวันนี้ ความจริงงานนั้นก็ยังนับว่าไม่เสร็จดีนัก บางทีฉันควรรีบไปจัดการมันให้เรียบร้อย ฉันวางถ้วยกาแฟลง รีบวิ่งไปที่สำนักงานทันที ระยะทางไม่ใช่น้อยๆเลย

ฉันเริ่มสัมผัสได้ถึงสภาพอากาศที่แปรปรวน มองไปบนฟ้าเมฆครึ้มอีกครั้ง คล้ายกับสภาพพายุเข้าเมื่อสองวันก่อน วันนี้ก็คงเป็นเช่นเดียวกัน ฉันรีบขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านหลังเก็บสมุนไพรที่ตีนเขาทางเหนือของหมู่บ้านเสร็จ เพิ่งไปถึงกลางทาง เม็ดฝนก็โถมเทลงมาจนรถสูญเสียการควบคุม ฉันกับมันล้มลง เปรอะเปรื้อน ฉันรีบลุกขึ้น พยายามสตาร์ทเครื่องที่ดับไป ไม่สำเร็จ ฉันจึงเดินลัดเลาะตามป่าข้างทาง ไปยังทิศที่คะเนว่าจะนำไปสู่หมู่บ้าน ต้นไม้แถบนี้ส่วนใหญ่เป็นต้นหูกวาง กลิ่นของพวกมันช่างคุ้นเคย

ฉันนั่งอยู่ในร้านอาหารที่สงบงัน สัมผัสความนิ่งที่เป็นจังหวะราบเรียบตามทำนองของป่า ฉันเห็นคนขับรถจักรยานยนต์ผ่านไปผู้หนึ่ง พลันได้ยินเสียงคำรามปั่นป่วนจากบนฟ้า ตอนนั้นเองที่ฉันรู้สึกหดหู่ ฝนไม่ดีต่อการเดินเท่าไร บางทีฉันควรกลับได้แล้ว หลังรีบทานอาหารจนหมด ฉันลุกจากเก้าอี้ แต่ยังมิทันก้าวเท้าออกจากร้าน เม็ดฝนก็กระหน่ำลงมา

โชคดีที่ฉันพกร่มมา ในเส้นทางขากลับ นอกจากระยะทางที่ไกล ฉันยังต้องเผชิญหน้ากับสายฝนที่ไร้ปราณี แม้จะมีเงาร่มคุ้มกัน แต่มันเพียงสามารถปกปิดร่างส่วนบน กางเกงสแล็คของฉันเปียกชุ่ม ทั้งจากน้ำฝนและโคลนในแอ่งน้ำขัง บนทางขรุขระ ฉันพยายามตั้งสติในทุกฝีก้าวเพื่อหลบเลี่ยงหลุมบ่อ แล้วฉันก็พบรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง รอยครูดบนตัวถังและเศษโคลนที่กระจัดกระจายเป็นทางยาว ดูไปน่ากังวล

ในศาลากลางป่าฉันนั่งตามลำพังด้วยความเหนื่อยล้า มีเพียงถ้วยวางอยู่ใบหนึ่ง กาแฟเย็นชืดที่ยังไม่หมดถ้วย หลายครั้งที่ฉันมักเจอถ้วยแบบเดียวกันนี้ ว่างเปล่าบ้าง เหลือค้างบ้าง บางคราวฉันเห็นเงาร่างเจ้าของถ้วย เป็นคนใส่ชุดพนักงานที่ไม่ค่อยพบในแถบนี้

น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้พกร่มมา แต่นั่นไม่เพียงพอจะมาเป็นเหตุผลปฏิเสธความสงสัยภายใน ความสงสัยที่มีต่อคนขับรถจักรยานยนต์คันนั้น เงาร่างนั้นดูไปเหมือนพบเจอที่ไหนในอดีต ฉันพยายามนึกแต่นึกเท่าไรก็นึกไปออก ทันใด เหมือนมีบางอย่างมาดลใจ ฉันออกเดินไปอย่างไม่ยำเกรง เมื่อไปตามทางที่คาดว่าคนผู้นั้นจะมุ่งไป ร่างกายฉันก็เปียกปอนไปทั่วทั้งหมด เห็นรอยรถมาหยุดอยู่ตรงนั้น ยานพาหนะจอดอยู่แต่ดูเหมือนมีร่องรอยของอุบัติเหตุ ฉันมองเข้าไปในป่า ริมทางทิ้งไว้ด้วยรอยเท้าที่เพิ่งผ่านไปเมื่อครู่ รอยรองเท้าที่ไม่สมเหตุสมผล

ฉันเยื้องย่างผ่านช่องว่างของลำต้น ที่นี่น้ำฝนผ่านเข้ามาได้น้อยจนไม่จำเป็นต้องกางร่มอีก แต่ที่น่าวิตกคือตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังหลงป่า ดินของที่นี่ค่อนข้างแน่น ทำให้แม้ใส่รองเท้าคัทชูก็ไม่ต้องหวั่นมันจมลงจนเปรอะเปรื้อน

ฉันนั่งรอให้ฝนหยุดสนิท ความเงียบในที่นี้ช่วยให้ได้ยินเสียงหยดน้ำที่เบาบาง แม้จะถูกปิดกั้นด้วยต้นหูกวางนับร้อย แต่ฉันก็สามารถแยกแยะได้ดีระหว่างเสียงยามเมื่อไร้ฝน กับเสียงยามเมื่อฝนพรำ ทว่า ท่ามกลางจังหวะทรงตัว กลับมีเสียงย่ำใบไม้แทรกเข้ามา ฉันหันไปโดยรอบ

ระหว่างเดินอยู่กลางป่า ฉันยังไม่ลดละที่จะขุดคุ้ยความทรงจำเกี่ยวกับตัวตนของคนผู้นั้น ที่แน่นอนคือเธอเป็นผู้หญิง ฉันเริ่มไล่นึกย้อนไปยังช่วงเวลาที่ใกล้ที่สุด ไล่ไปจนถึงช่วงที่ฉันเรียนอยู่มัธยมปลายในเมืองใหญ่ ตอนนั้นฉันมีเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่ไม่สนิทกันเท่าไร จำได้ว่าเธอเป็นคนต่างจังหวัด ปกติมักไม่พูดจา ใช้เวลาส่วนใหญ่เดินเตร่อยู่ในแปลงเกษตรของโรงเรียน เธอเก่งกาจวิชาในกลุ่มการงานเกษตรจนแม้แต่เพื่อนที่เก่งที่สุดในชั้นยังต้องไปขอคำปรึกษาเป็นครั้งคราว ฉันพยายามนึกถึงใบหน้าเธอ แต่ไม่ง่ายเลยกับคนที่ไม่ได้พบเจอมาร่วมสิบปี นึกไปนึกมาฉันก็มายืนอยู่ที่หน้าศาลากลางป่า ศาลาเป็นสีขาว ดูเหมือนได้รับการรักษาอย่างดี ในศาลามีคน

การหลงทางทำให้ฉันเดินสะเปะสะปะไม่รู้ทิศทาง เคยได้ยินมาจากสารคดีที่มีผู้ดำเนินรายการเป็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันว่า ปกติเวลาเดินตรงกี่ก้าวจำไม่ได้ ฝีเท้าของเราจะค่อยๆเบนไปในทิศทางที่ถนัด หากอยู่ในสภาวะที่หลงป่าจะทำให้เดินเป็นวงในท้ายที่สุด ฉันเป็นคนถนัดขวา ทุกๆสิบก้าวฉันจึงเดินเบี่ยงไปทางซ้ายราวๆสามสิบองศา แต่ดูเหมือนวิธีนี้จะใช้ไม่ได้ผลกับที่ที่ต้องคอยหลบซ้ายเลี่ยงขวาจากต้นหูกวางพวกนี้ ในที่สุดฉันก็เห็นมันอีกครั้ง ศาลาสีขาว สถานที่อันคุ้นเคยที่ฉันมักปลีกตัวมานั่งจิบกาแฟ นี่ฉันเดินเป็นวงแล้วจริงๆ ฉันมาทำอะไรที่นี่ คิดว่ามีใครต้องการความช่วยเหลือ ? หรือแค่หาข้ออ้างไม่ไปทำงานกันแน่ แล้วฉันก็พบว่าไม่ได้มีฉันอยู่ตามลำพัง

ฉันเห็นชายในชุดพนักงานออฟฟิศ เนื้อตัวของเขามอมแมมอยู่บ้าง ใบหน้านั้นแม้เหนื่อยล้าแต่แฝงแววจริงจัง คล้ายกำลังคิดกังวลถึงบางสิ่ง ใบหน้านั้นราวกับเคยเห็นมาก่อน

ฉันเห็นหญิงคนนั้น เพื่อนที่ไม่ค่อยสนิทกันสมัยมัธยมปลาย ไม่รู้เธอยังจำฉันได้อยู่ไหม ข้างๆเธอวางไว้ด้วยตะกร้าหวายใบใหญ่ ภายในเหมือนจะเป็นพวกสมุนไพร ใช่เธอคนนั้นไม่ผิดแน่ ฉันเรียกชื่อเธอออกไป

ฉันเห็นชายอายุไล่เลี่ยกันยืนอยู่หน้าศาลา เขาสะพายเป้ใบใหญ่ สวมรองเท้าบู๊ทที่พร้อมลุยกับสภาพพื้นที่ หรือเขาจะมาเพื่อดื่มกาแฟที่ฉันเหลือทิ้งไว้
SHARE
Written in this book
HOW TO
Writer
WindLiu
Walker
In the story

Comments