บ่นๆ : อัตตา
        ในสมัยก่อน ผมชอบมองสภาวะทางอารมณ์ของคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องต่างๆเสมอ
        แล้วก็มีคำถามเกิดขึ้นมาอยู่หลายครั้ง ว่า คนเรา นั้น จะยึดถืออัตตาไปทำไม จะมี ศักดิ์ศรีไปทำไมกันเหรอ  และ ที่ผมเข้าใจ  ศักดิ์ศรี คือ อัตตาที่ดูเพราะขึ้นเท่านั้นเอง จริงๆ มันก็คือ ความหมายที่ คล้ายกันอย่างหนีไม่พ้น

       เมื่อคนเรามี อัตตา ก็ย่อมมีการ ยึดมั่นถือมั่น เมื่อมีความยึดมั่นถือมั่น ไม่ว่าจะ ตัวตน หรืออะไรก็ตาม  ก็ย่อมจะ มีความดื่อดึง หยิ่ง ถือว่า สิ่งที่ตัวเองกำลังถือนั้น ดีที่สุด ใช่ที่สุด สำคัญที่สุด และ ถูกที่สุด 
     แต่ความถูกผิดนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ผมว่า จริงๆ มันก็เป็นเพียงข้อความจำกัดกรอบของมนุษย์ก็เท่านั้น ที่ทำให้ มนุษย์ไม่เบียดเบียนกันเอง หรือ เบียนเบียนสังคมที่ตัวเองดำรงอยู่

     ความถูกผิด เป็นเพียงคำ แต่ การกระทำที่ทำให้เกิดผลกระทบที่สร้างความสงบ หรือเดือดร้อนตังหาก ที่เป็นเจริง  แล้วเอาคำว่า ถูกหรือผิด เข้ามาตีความมัน ก็เท่านั้น

     ถ้าความสงบมันเกิดขึ้นกับเรา มันอาจจะถูก สำหรับเรา แต่ถ้า ความสงบนั้น สร้างความเดือดร้อนให้สังคม มันก็อาจจะไม่ได้หมายความว่าถูก สำหรับสังคมก็เป็นได้  ถูกผิดจึงไม่ใช่ความจริงแท้ของธรรมชาติ แต่เป็นเพียงความจริงที่มนุษย์บัญญัติ เท่านั้น

     อย่างที่บอกว่า อัตตา ทำให้เกิดความยึดเหนี่ยวได้ขนาดนั้น และ อัตตาเนี่ย มีอยู่ในทุกคน ไม่ว่าจะเกิดขึ้น ก็เหมาว่านี่ของกู ไม่ว่าจะ ตาย เราก็จะเศร้าโศก เพราะสิ่งที่กูยึดไว้ ได้จากไป 

    แต่ถ้า เราลดอัตตาลงได้  สิ่งที่เกิด เราก็เห็นเป็นเพียง สิ่งที่เกิด  สิ่งที่ตาย เราก็มองเห็นเป็นเพียง สิ่งที่ดับลง ไม่มีอะไรที่ ตัวเราสามารถยึดมันไปได้ตลอด แม้แต่ความคิดอ่าน  มันก็ไหลไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรที่จีรังเลยสักอย่าง 

    ผมก็ถามตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ว่า เรานี่ยังมีอัตตาอยู่หรือไม่ และก็ตอบตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่า นายยังมี แต่ นายก็พยายามที่จะให้มันน้อยที่สุด เพราะ อัตตา ทำให้ผมเป็นทุกข์ ด้วยความสัตย์จริง

    อัตตาสร้างตัวตนให้ผม เลือดร้อน สร้างให้ผมใจร้อนในบางครั้ง สร้างให้ผม มองคนอย่างมุ่งร้ายในหลายๆครั้ง 

    พอผมลดมันลง ผมก็ ลดอาการมุ่งร้ายลง มองคนในมุมอื่นๆอย่างเข้าใจ มองว่าเขาก็เป็นคนอย่างนั้น อย่างนี้แหละ เขาถึงได้ทำตัวอย่างนั้นอย่างนี้ เขาก็มีอัตตาเหมือนๆเรา 

    แต่ถ้าถามว่า มันหมดลงไปหรือยัง ผมก็ตอบว่า ยังนะ ยังมีอยู่ แต่ น้อยลงมาก จนสังเกตุได้ว่า
ผมเองเนี่ย เวลาโดนแซว หรือโดนล้ออะไรต่างๆ ผมจะเล่นด้วย หรือ เฉยๆเสีย  เพราะสังขารมันก็ไม่ใช่ของเรา ร่างกายก็ไม่ใช่ของเรา เพียงแต่เราก็ยังต้องดูแลมัน ให้เรายังใช้มัันเพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆอย่างราบรื่นอยู่ได้ อยู่ดี

   ความรักก็เช่นกัน


SHARE
Written in this book
ทั่วไป
Writer
Kookkoo
Nirvana of my mind
ต้นทุนของความทุกข์ คือความคิด ต้นทุนของการพ้นทุก ก็คือความคิด

Comments