ปลูกป่าด้วยหุ่นยนต์ นวัตกรรมปลูกป่าให้เร็วกว่าตัด

เมื่อเดือนก่อนผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวงาน Thailand Industrial Expo 4.0 มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจที่อยากจะเอามาเล่าให้กันฟังเผื่อใครที่ไม่มีโอกาสได้ไป จะได้รับทราบสิ่งใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยเรา

ผมเดินดูงานไปเรื่อยๆเพราะอยากรู้ว่าตอนนี้มีใครคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นในประเทศไทยบ้าง ทุกอย่างดูเป็นสิ่งเดิมๆไม่หวือหวาตอบโจทย์ผมมากเท่าไหร่จนในที่สุด ผมก็ไปสะดุดกึกอยู่ที่ป้ายหน้าบู้ทหนึ่งที่ชื่อว่า Innothai

โครงการปลูกป่าด้วยนวัตกรรมหุ่นยนต์ ปลูกให้เร็วกว่าตัด 

ผมยืนก้มๆเงยอยู่นานพอสมควรด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่ามันคืออะไร แล้วหุ่นยนต์อะไรจนกระทั่ง...

“นวัตกรรมปลูกป่าด้วยหุ่นยนต์ครับ”

เสียงมาจากทางข้างหลัง ทำให้ผมต้องหันไปหาที่มาของเสียงนั้น เจ้าของเสียงเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีเหมือนลูกครึ่งญี่ปุ่น ยืนส่งยิ้มให้ผม คงเป็นเพราะเค้าคงเห็นผมยืนอ่านรายละเอียดโครงการอย่างตั้งใจนานไปหน่อย เค้าเลยคิดว่าผมสนใจเลยอยากมาช่วยอธิบายรายละเอียดให้ผมเข้าใจมากขึ้น

“มันคือยังไงครับ ทำไมผมถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน” คำถามแรกที่ผมนึกได้

“ธรรมดาครับ เราเพิ่งเปิดตัวโครงการให้สาธารณะชนได้รับทราบในงานนี้เท่านั้น เป็นครั้งแรกในโลกที่เราจะเอาหุ่นยนต์มาทำการปลูกป่าแทนคน”

“แนวคิดมันคืออะไรเหรอครับ ทำไมหุ่นยนต์จะปลูกป่าแทนคนได้” ผมเริ่มยิงคำถามที่สองออกมา

“คือเราพัฒนากองทัพหุ่นยนต์ขึ้นมากลุ่มหนึ่งครับ เป็นหุ่นที่ใช้ปลูกป่าโดยเฉพาะ สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมงและ 365 วันต่อปี ไม่มีเงินเดือน ไม่มีพักร้อน และไม่มีไปแอบหลับที่ไหน” เขากล่าวอย่างติดตลก

แล้วมันทำงานยังไงเหรอครับ 
“กลุ่มหุ่นยนต์ทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ครับ เราตั้งโปรแกรมให้มันทำงานอัตโนมัติ มันจะพูดคุยกันเองด้วยระบบ AI ( Artificiel Intelligence ) แล้วจะทำการปลูกต้นไม้ตามโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาโดยใช้ GPS เป็นตัวนำทาง มันทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน เรามีเป้าหมายที่จะปลูกต้นไม่ให้ได้ 1 พันล้านต้นต่อปีครับ”

1พันล้านต้นต่อปี มันต้องปลูกด้วยความเร็วเท่าไหร่ครับนี่ 
“เรามีหุ่นยนต์ 18 ตัวครับ ความจริงเราต้องใช้ราวๆ 50 ตัว เพื่อที่จะปลูกให้ได้ 32 ต้นต่อวินาที จริงๆแล้วผมอยากจะพูดว่าเราปลูกได้ไร่ละ 10 วินาทีนะครับ แต่เดี๋ยวคุณจะหาว่าเราโม้ เอาเป็นว่าเราปลูกป่า 1 ไร่ได้ในเวลาไม่เกิน 10 นาทีแล้วกันครับ” ตลอดเวลาที่เค้าตอบคำถามผม รอยยิ้มไม่เคยหายไปจากหน้าของเขาเลย ผมรู้สึกเหมือนเด็กๆที่กำลังยืนฟังอาจารย์วิทยาศาสตร์อธิบายบทเรียน

พระเจ้า นี่มันเหลือเชื่อมากๆ ผมคิดอยู่ในใจ "แล้วหุ่นยนต์ของคุณหน้าตามันเป็นยังไงครับ" 

“ทางนี้ครับ” เขาพาผมเดินไปอีกทาง

“หุ่นยนต์เรามี 2 กลุ่ม กลุ่มแรกๆคือกลุ่มหุ่นยนตร์บิน ที่เราเรียกกันว่า โดรนครับ อีกกลุ่มคือหุ่นยนต์ภาคพื้นดินไว้ทำงานวันที่ฝนตกหนัก”

โดรนเหรอ... ผมนึกว่ามันเป็นแค่ของเล่นซะอีก ผมพึมพำออกมาเบาๆ

“โดรนถูกพัฒนาไปไกลมากแล้วครับ เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการขนส่ง เราพัฒนาโดรนเพื่อการปลูกป่าโดยเฉพาะ มีความทนทาน รักษาง่าย และที่น่าสนใจคือต้นทุนการปลูกต่ำมาก”


ต้นทุนต่ำ ประมาณขนาดไหนครับ 
“โดยปกติแล้วการปลูกป่านี่เราต้องมีการซื้อกล้าไม้ ให้ชาวบ้านปลูกและดูแล ตกต้นละ 50 บาท แต่วิธีการของเราตกต้นละไม่เกิน 15 บาท รวมการดูแลแบบ real time ตลอดทั้งปี คุณสามารถเป็นสมาชิกบำรุงต้นไม้ของคุณรายปี เราดูแลทุกต้นให้ดีที่สุดครับ”

 อย่างนี้ชาวบ้านก็ตกงานสิครับเนี่ยะ 
ผมออกความเห็นแบบคนในเมืองที่ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเท่าไหร่ว่าจริงๆแล้วใครบ้างที่รับปลูกป่าเป็นอาชีพหลัก

"คุณเคยเห็นชาวบ้านคนไหนที่มีอาชีพปลูกป่าเหรอครับ ผมเห็นแต่เกษตรกรบางคนที่มารับจ้างปลูกเป็นจ๊อบๆไป ปีนึงได้กี่ต้น แล้วปีถัดไปมันก็กลายเป็นข้าวโพด"  
"โครงการของเราเกิดขึ้นเพราะเราต้องการบางสิ่งบางอย่างมาทำงานที่มนุษย์เองไม่ได้อยากทำ จากสถิติของเราป่าลดลงทุกปี คนตัดเร็วกว่าคนปลูก แถมคนปลุกก็ปลูกบ้างไม่ปลูกบ้าง พอถ่ายรูปกันสวยๆเสร็จก็พากันทิ้งกันไป" 
เขาเล่าได้แทงใจดำผมมาก ในปีหนึ่งๆผมเห็นคนแห่ไปปลูกต้นไม้ ถ่ายรูปลงเฟสบุ๊คไว้โชร์เพื่อน แล้วปีต่อมาคนก็แห่กันไปทำที่อื่นต่อ จนลืมไปว่าต้นไม้ที่ตัวเองปลูกไปแล้ว ตอนนี้มันยังคงอยู่รอดหรือเปล่า


แล้วเราจะเข้าไปปลูกป่าร่วมกับชาวบ้านยังไงครับ เค้าจะเข้าใจและยอมรับวิธีการแบบนี้เหรอครับ ผมเริ่มยิงคำถามภาคสังคมต่อเนื่องเข้าไปทันที เผื่อเค้าจะไม่ได้มีคำตอบให้ผมตรงนี้

“เราไม่ได้ทำงานคนเดียวครับ เราทำงานร่วมกับมูลนิธิในพื้นที่ โดยทางมูลนิธิจะทำความเข้าใจกับชาวบ้านในส่วนที่เป็นงานด้านสังคม เราเพียงแต่จะช่วยปลูกเพื่อให้มันเกิดเร็วขึ้น และหุ่นยนต์เราก็สามารถไปทำงานภาคสังคมได้ด้วยนะครับ เช่น ไปช่วยปลูกพืชผักให้ชาวบ้านเป็นครั้งคราว หุ่นเราก็ทำ CSR เป็นกะเค้าด้วยนะครับ 555” เค้ายังคงอารมณ์ขันไว้ได้เรื่อยๆ

"ข้อดีคือ เทคโนโลยี่ที่เราพัฒนาขึ้นมานี้ สามารถพัฒนาวงการเกษตรในบ้านเราได้ แต่เราเอามาปลูกป่าก่อน เพราะมันสำคัญกว่า" 
เค้าบอกผมว่าถ้าการปลูกป่าที่เป็นเรื่องหินๆสามารถมีเทคโนโลยี่ที่ทำได้แล้ว ในอนาคต เกษตรกรของเราอาจนั่งจิบน้ำชาแล้วดูหุ่นยนต์ทำงานแทนก็เป็นได้ ยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้

แล้วการดูแลล่ะครับ คุณมีวิธีการดูแลต้นไม้ที่คุณปลูกอย่างไรบ้าง 
“แน่นอนครับ เราไม่ได้ปลูกอย่างเดียว เรายังมีวิธีที่จะดูแลรักษาต้นไม้ให้อยู่รอดไปอีกเป็นสิบปีด้วยครับ” 
ยังไงครับ 
“ทุกครั้งที่เราปลูก 1 ต้น เราจะเก็บข้อมูลต้นไม้ไว้ใน Big Data ของเรา ต้นไม้ที่เราปลูกทุกต้นจะถูกดูแลอยู่ตลอดเวลาจากทางดาวเทียมและโดรนตรวจการ เมื่อมีการบุกรุกตัดต้นไม้ของเรา โดรนจะส่งสัญญาณบุกรุกแบบ real time แล้วไม่เกิน10 นาที คนในกรุงเทพฯจะรู้ทันทีว่าต้นไม้ของเค้ากำลังอยู่ในอันตราย ผมเองอยากจะปลูกต้นสักทองด้วยซ้ำ ผมอยากทดสอบระบบป้องกันของผม"  
"การที่เราเก็บ Big Data ของต้นไม้คือการบริหารป่าเพื่อให้เกิดประโยชน์ที่สุด ในอนาคตเราจะรู้ว่าต้นกระถินเรามีกี่ต้น เราสามารถบริหารป่าสมุนไพรและสร้างป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาคด้วยเทคโนโลยี่ของเราครับ”


ฟังดูเหมือนเป็นความฝันเลยนะครับ แล้วการเลือกกล้าไม้และพันธุ์ปลูกละครับ หุ่นยนต์คุณจะแบกต้นไม้ไปปลูกเหรอครับ 
“ไม่เลยครับ เราคิดไกลกว่านั้น” เขาพูดพลางหยิบวัตถุรูปร่างประหลาดๆที่มีหัวเป็นปลายแหลมคล้ายหัวกระสุนมาโชร์ให้ผมดู

“นี่คือ bio capsule ครับ ทำจากพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ ภายในบรรจุเมล็ดพันธุ์พิเศษที่พร้อมจะเติบโต ถูกห่อหุ้มด้วยเจลพิเศษที่เราผลิตขึ้นมาเพื่อให้อาหารและน้ำกับเมล็ดพันธุ์จนสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องดูแล 200 วัน กระสุนพวกนี้จะถูกยิงจากโดรนลงไปในพื้นผิวดิน เมื่อกระทบกับดินตัว capsule จะเริ่มร้าวเพื่อให้ต้นไม้สามารถเบียดแทรกตัวออกมาได้ ส่วนตัว capsule จะย่อยสลายหายไปในธรรมชาติ เราใช้ bio plastic เพราะคงไม่มีใครอยากเอาขยะพลาสติกไปทิ้งไว้เต็มป่าใช่มั้ยครับ” พูดพลางส่งกระสุนพลาสติกมาให้ผมได้ลองจับดู 

โห.. นี่มันล้ำเกินจินตนาการผมไปมากเลยนะครับ เสียงผมตื่นเต้นอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

แล้วน้ำล่ะครับ เอาน้ำที่ไหน ผมเริ่มพยายามหาทางให้เค้าจนทางผมบ้าง ป่าต้องใช้น้ำเยอะนะครับ ปีนี้แล้งมากๆ คุณจะเอาน้ำมาจากไหน 
“บริษัทผมทำเทคโนโลยี่เปลี่ยนอากาศให้เป็นน้ำครับ” เขาตอบแบบยิ้มๆ ในรอยยิ้มนั้น ผมเห็นสายตาของผู้ชนะมองมาที่ผมอย่างเอ็นดู

เฮ้ยยย!!!ผลิตน้ำจากอากาศ นี่คุณเป็นใครเนี่ยะ มันเหลือเชื่อเกินไปละ นี่ผมมาจากโลกที่แสนจะโบรานแล้วใช่มั้ย ผมเริ่มรู้สึกจนแต้มผู้ชายคนนี้ซะแล้ว

“เราผลิตน้ำได้ทุกที่ครับ แม้แต่ในที่ที่ไม่มีน้ำ ในพื้นที่ที่น้ำเข้าถึงยาก เราใช้อากาศผลิตน้ำ หุ่นยนต์ของเราจะเอาน้ำไปรดต้นไม้ ที่โคนต้นไม้จะมีไฮโดรเจลที่สามารถอุ้มน้ำได้นานโดยที่ไม่ปล่อยให้น้ำระเหยไปหรือซึมลงดินไปง่ายๆ น้ำทุกหยดเพื่อต้นไม้เท่านั้นครับ” 
คำตอบของเขาทำให้ผมอึ้งไปพักหนึ่ง พยายามจะหาคำตอบให้เขาจนมุมผมบ้าง


คุณบอกว่าคุณอยากปลูกต้นสัก คุณไม่กลัวโดนคนลักลอบตัดเหรอครับ 
“เราทราบครับว่าเรื่องนี้ป้องกันยาก แต่เราวางระบบไว้หลายชั้น ชั้นแรกคือเราวางเซ็นเซอร์ไว้บางจุดในป่า เมื่อมีเสียงเลื่อยไฟฟ้าดังขึ้นในป่า หุ่นยนต์โดรนของเราจะออกติดตามทันที เราสามารถถ่ายภาพคนที่กำลังตัดไม้ของเรา บินตามสอดแนมไปจนถึงที่เค้าเอาไม้ไปเก็บและติดต่อกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทันที คนในกรุงก็จะได้รับทราบไปพร้อมกันและตามดูแลการติดตามอย่าง real time โชคดีที่เราอยู่ในยุคอินเตอเนตครับ และที่สำคัญเรากำลังพัฒนาสัญลักษณ์พิเศษที่จะมีอยู่ใน DNA ต้นไม้ของเรา ต้นไม้ทุกต้นจะมีเจ้าของและเมื่อเราจับคนตัดไม้ได้ เราสแกนตรวจ DNA ของเราเจอ มันจะกลายเป็นข้อหาลักทรัพย์ทันที เราคิดไปถึงว่าวันหนึ่งถ้าผมไปบ้านคุณ แล้วปรากฏว่าโต๊ะไม้ของคุณตรวจพบว่าเป็นไม้ของผม คุณจะโดนข้อหาว่าซื้อของโจรเลยนะครับ แล้วคุณจะกล้าซื้อไม้ที่มีที่มาไม่ถูกต้องมั้ยล่ะครับ”

ทำที่มาของไม้ให้มีการบันทึกอย่างถูกกฎหมาย เป็นไอเดียที่น่าสนใจจริงๆ....

ทั้งหมดที่คุณพูดมานี่คุณไม่ได้โม้ให้ผมฝันใช่มั้ยครับ คุณลองลงมือทำมันรึยัง  
“เรากำลังทำโครงการทดลองโครงการแรกอยู่นะครับ โดยคงจะไปทดลองทำที่จังหวัดน่าน เรามีทีมจากหลายส่วน ที่ปรึกษาเราก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน biotechnology ศาสตาจารย์อังกฤษจากมหาวิทยาลัย Oxford งานนี้เราพลาดไม่ได้ครับ เราเป็นความหวังของคนทั้งโลก และทีมเราทุกคนก็แข็งขันมาก ถึงเวลาที่ป่าไม้เราจะกลับคืนมาแล้วครับ 

ถ้าผลทดลองออกมาได้ดีอย่างที่เราคิดไว้ เราจะเริ่มเปิดตัวระดมทุนครับ คุณจะซื้อต้นไม้ของเรามั้ยครับ” เขาแหย่ผมอีกครั้งแบบติดตลก


ซื้อสิครับ ผมซื้อแน่ๆ...ผมครางออกมาแบบยอมทุกอย่าง แต่ว่า ถามอีกข้อนะครับ อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณเข้ามาจับเรื่องนี้ครับ 


"ถ้าผมบอกคุณว่าผมรักโลก รักประเทศไทย อยากให้สิ่งแวดล้อมดี บลาๆๆๆคุณคงจะชินหู เหมือนกับที่เคยได้ยินนักการเมือง นักวิชาการทางโทรทัศน์พูด แต่จริงๆแล้ว มันมีอีกเหตุผลที่ใช่กว่า...." เขาหยุดคำพูดไว้ขณะหนึ่ง มองหน้าผมเหมือนกับกำลังครุ่นคิดว่า จะตัดสินใจบอกสิ่งที่เค้าคิดให้ผมรู้ดีมั้ย

ระหว่างที่รอคำตอบเขาอยู่นั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาขัดจังหวะเราพร้อมกระซิบเบาๆที่ข้างหูเขา ทำให้เขาต้องรีบตัดสินใจบอกคำตอบสุดท้ายนั้นแก่ผม

“ผมเคยหลงรักผู้หญิงคนหนึ่ง เขากล่าวแบบยิ้มๆพร้อมกับส่งสายตาทอดยาวออกไป เธอเป็นคนรักต้นไม้และเธอชอบเดินเล่นในป่ามาก”

“เธอมักจะบ่นให้ผมฟังว่า ป่าในเมืองไทยลดลงไปทุกปีๆจนเธอกลัวว่าวันหนึ่งจะไม่มีป่าให้เธอเดินเล่น.... ผมอยากปลูกป่าให้เธอ เผื่อที่ว่า วันที่เธอแก่ลง ป่าของผมจะมีเยอะพอให้เธอได้เดินเล่นพักผ่อน….." 

แต่......เธอคงไม่มีทางรู้ว่านี่เป็นป่าที่ผมปลูกไว้ให้เธอ 555…..”


เขาสรุปประโยคสุดท้ายแบบตลกเหมือนตั้งแต่ตอนต้น ก่อนจะขอตัวเดินจากไปต้อนรับคณะนายกรัฐมนตรีที่เดินเข้ามาในบู้ทของเขา



SHARE
Writer
Imagist
Imagination has no limite
เป็นคนโลกสวย รักทุกคน รักดินร่วน น้ำตกเหวนรก ก้อนเมฆ ดอกหญ้า อ่องซาน คานธี และแมวดำ

Comments

Patpitcha_Eua
3 years ago
ขอแก้คำผิดให้คำเดียวค่ะ คุณพี่...
หุ่นยนต์ ใช้แบบนี้ค่ะ
แต่ถ้าจะมี ตร์ ให้ใช้กับคำว่า ภาพยนตร์ค่ะ ☺
Reply
niji
3 years ago
สนุกมากค่ะ
Reply
Imagist
3 years ago
😄
nananatte
3 years ago
โหหหห สนุกจังค่ะ อ่านไปอ้าปากค้างไป :-)
Reply
nananatte
3 years ago
ตอนอ่านไปนี่คิดอยู่ 2 เรื่องค่ะ
1.ตอนเค้ายิงอัดแคปซูลมาฝังดิน ต้อง make sure ว่าไม่มีใครเดินอยู่จุดที่ยิงน๊า... ไม่งั้นคนบนพื้นคงต้องเจ็บตัวน่าดู
2. เค้าต้องคุย/ตกลงกับใครถึงจะสามารถเข้าไปทำงานในพื้นที่ต้องการการพัฒนาผืนป่าได้กันนะ

บริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีรอบด้านขนาดนี้เยี่ยมมากจริงๆ ค่ะ แต่ก็ต้องขอบคุณคุณเช่นกันนะคะที่มาเล่าเรื่องดีๆ ให้ฟัง ...เพราะงานแนวนี้เราคงไม่ไปเดินแน่ค่ะ 555
Imagist
3 years ago
ตอนยิงแคปซูล ยิงจากพื้นระยะ 1 เมตรเท่านั้นครับ ส่วนการได้รับอนุญาตินี่คงต้องคุยกะรัฐมั้งครับ
nananatte
3 years ago
:-)