ฝันครั้งสุดท้าย
ฉันสำลักอิตาเลียนโซดารสราสเบอร์รี่
ความรู้สึกหลักๆคือแสบร้อนเริ่มจากจมูกแล้วลามขึ้นไปบนศีรษะ  อีกทางหนึ่งคือความรู้สึกจุกเสียดที่พุ่งตรงลงมายังทรวงอก ความรู้สึกคล้ายกับเวลาสำลักน้ำคลอรีนในสระว่ายน้ำแต่หอมหวานและซาบซ่านมากกว่า  ฉันไอเป็นเสียงบุ๋งๆเพราะรอบตัวฉันคืออิตาเลียนโซดาราสเบอร์รี่ ฟองก๊าสเล็กๆฟุ้งเต็มหน้าฉัน  เจ้ากวางเขาควายที่กำลังเล็มหญ้าอยู่ตรงก้นอ่างเก็บโซดาหันขวับมามอง  จากนั้นก้มลงเล็มหญ้าสีสายรุ้งต่ออย่างสบายอารมณ์  ฉันเคยแอบชิมหญ้าสายรุ้งครั้งหนึ่ง  รสชาติมันหวานจ๋อยแถมอมแล้วละลายในปาก
"ทิ้งกี้!!" เสียงทุ้มใหญ่ตะโกนเรียกชื่อฉันดังมาจากด้านบน
ฉันถอนหายใจเป็นฟองอากาศก่อนจะแหวกว่ายน้ำโซดากลับขึ้นไปโผล่พรวดด้านบน เสื้อกล้ามและกางเกงขายาวสีขาวสะอาดของฉันไม่เคยเปียกเลย   ใช้มือเสยปาดหน้าและผมที่เหนียวเหนอะเล็กน้อย  นับวันผมฉันขาวลงเรื่อยๆ จากสีเงินยวงกลายเป็นสีหิมะ ยาวจนเกือบจะถึงก้นของฉันแล้ว   ฉันเคยขอให้นกเงือกใช้ปากช่วยงับ  ขอให้พวกลิงหยิกทึ้งและเอาหินคมๆมาตัดให้  แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมขาด  ฉันพยายามซ่อนสีหน้าไม่สบอารมณ์เอาไว้
"ขึ้นมาแล้ว มีอะไรเหรอ" ฉันแกล้งถาม ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ
'พี่ไม้' ต้นไม้ขนาดใหญ่ขนาดที่คนอย่างฉันโอบได้สิบคนฉีกปากยิ้ม ตอบด้วยเสียงทุ้มๆเนือยๆว่า"ได้เวลานอนแล้ว"
"ไม่เอา! ไม่อยากฝันอีกแล้ว" 
"อย่างอแงสิ เธอต้องนอน" พี่ไม้พยายามทำเสียงดุแต่ไม่ต่างจากเดิมเท่าใด  รากอากาศระโยงระยางของเขาส่ายไปมา  ที่ใจกลางลำต้นมีเสียงไม้กระทบกันดังติ๊กๆเป็นจังหวะอยู่ตลอด แต่บางทีช้า บางทีก็เร็ว ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเสียงหัวใจเขา  รัศมีกางใบสีน้ำเงินของเขากว้างขวาง  แสงส่องมาถึงบริเวณใต้ต้นได้เพียงเล็กน้อย  แต่กระนั้นรอบๆข้างก็ยังมีต้นหญ้าสีขาวเจริญเติบโตได้ดี  พวกนี้รสชาตมันแข็งและเค็มปี๋
"อุตส่าห์ปล่อยให้ฉันตื่นมาตั้งนานแล้ว  ให้ตื่นต่อไปอีกหน่อยเถอะนะ"
"ไม่ได้ ทำอย่างนั้นจะไม่ผลดีต่อตัวเธอ"
"ไม่ดียังไง  บอกฉันหน่อยสิ" ฉันเร้าถาม
พี่ไม้มีท่าทีหลังเลที่จะตอบ  ฉันวิ่งมุ่งหน้าไปทางป่านานาสัตว์ที่แผ่อาณาเขตกว้างอยู่ด้านหลังของพี่ไม้  แต่เขาพุ่งรากอากาศที่เหนี่ยวแน่นแข็งแรงของเขามาม้วนรัดแขนขาฉันไว้แล้วดึงฉันขึ้นไป
"ปล่อยฉันนะ พี่ไม้ใจร้าย" ฉันแว้ด
"ตัวเธอก็โตแล้ว ทำไมนิสัยไม่โตตามบ้าง" พี่ไม้ตำหนิพลางดึงตัวฉันให้ค้างเติ่งกลางอากาศ
คำพูดเขาสะกิดใจฉัน  เสียงฉันจากที่เคยแหลมเล็กตอนนี้ทุ้มลงมาได้สักระยะหนึ่ง  แขนขาฉันยาวขี้น ผิวหนังเริ่มมีรอยเหี่ยว  ที่คางฉันเริ่มมีตอขนสีขาวๆขึ้น
"ฝันมันไม่สนุกเลยพี่ไม้ ไม่เคยพี่ไม่รู้หรอก"
ไม่มีสิทธิอ้างอะไรต่ออีก คลื่นพลังบางอย่างส่งผ่านมาทางรากอากาศแล้วแล่นเข้าสู่ศีรษะของฉันอย่างรวดเร็ว
ฉันลืมตาขึ้นในท่านอนหงายบนที่นอน ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาด มีกลองเหล็กส่งเสียงติ๊ดๆดังสม่ำเสมออยู่ข้างหัวนอนฉัน แสดงให้เห็นเส้นสีเขียวขะยึกขะยือเคลื่อนที่ไปมา  ฉันคงเก็บเอาพี่ไม้มาฝันเป็นกล่องเหล็กใบนี้แน่ๆ  ฉันขยับส่วนใดๆไม่ได้นอกจากตา  คงเพราะในความเป็นจริงพี่ไม้ใช้รากอาการยึดโยงแขนขาฉันไว้หมด  ฉันเพิ่งสังเกตุเห็นว่าใครคนหนึ่งนั่งฟุบอยู่ข้างกายฉัน  ในความเป็นจริงมีฉันเพียงคนเดียวที่เป็นมนุษย์ แต่ในฝันกลับมีมนุษย์อีกคน  เขาคล้ายสัมผัสได้ถึงการมองของฉัน สะดุ้งตื่นเงยหน้าขึ้นมามองฉัน  โครงหน้าของเขาดูคล้ายกับฉันยามส่องดูตัวเองในน้ำอยู่บ้าง แต่ริ้วรอยเยอะกว่า และผมไม่ได้สีขาวเหมือนหิมะแต่เป็นสีขาวแซมดำเหมือนฉันในสมัยก่อน  เขามองฉันอย่างอึ้งๆ ทำปากพะงาบๆ สายตาบ่งบอกถึงความรู้สึกที่แรงกล้า ก่อนที่เขาจะร้องออกมา
"ทิน!  ฟื้นแล้วเหรอลูก" เสียงเขาสะแดงความดีใจ ลุกขึ้นมาประคองไหล่ฉัน วินาทีนั้นฉันรู้สึกเจ็บปวดไปแปลบไปทั่วสรรพางค์กาย  แต่ก็ขยังไม่สามารถขยับส่วนอื่นหรือส่งเสียงร้องบอกได้  นี่มันฝันร้ายชัดๆ  ยังดีที่เขาคล้ายอ่านความเจ็บปวดผ่านสายตาฉันได้ 
"พ่อขอโทษ ทิน  พ่อขอโทษ" เขาค่อยๆปล่อยมือออกจากฉันแล้วนั่งลงที่เดิมอย่างเขินๆ จริงๆแล้วฉันชื่อ ทิ้งกี้ ต่างหาก "นี่พ่อเองนะ จำได้มั้ย"
ฉันไม่มีพ่อ ฉันมีแต่พี่มายและเพื่อนๆในป่านานาสัตว์  ฝันครั้งนี้เป็นเรื่องเป็นราวและดูท่าจะไม่จบง่ายๆเหมือนครั้งก่อน ที่ฉันหายใจเข้าออกธรรมดาไม่กี่ร้อยครั้งก็ตื่น  เพียงแต่ครั้งนี้ดีหน่อยที่ไม่มีแท่งอะไรกลมๆสอดเข้ามาในปากฉันเหมือนครั้งที่แล้ว
ชายคนนั้นน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง เงยหน้าพูดขอบคุณสวรรค์ไม่ขาดปาก  ชายคนนี้ฉันคงเก็บเอาตัวฉันเองมาฝันเป็นแน่เลย  ความฝันนี้สร้างขึ้นโดยใครกันหนอ ใช้ได้ทีเดียว แต่ก็อย่างว่ามันเป็นแค่ฝัน มันจึงมีแค่ห้องสี่เหลี่ยมและกล่องเหล็กส่งเสียงตี๊ดๆ ไม่มีสีสันสดใสเหมือนโลกที่ฉันอยู่
"ถ้าแม่ดูอยู่บนสวรรค์ แกคงดีใจไม่น้อยเลย ว่ามั้ยลูก" เขาพูด ยิ้มทั้งน้ำตา
แม่? คำนี้กลับจุดประกายภาพย้อนบางอย่างขึ้นในหัวผม เฮ้ย! ทำไมฉันถึงแทนตัวเองว่าผม แล้วภาพผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูมีส่วนคล้ายฉันเป็นใคร เดี๋ยวก่อน! โลกนี้มีผู้หญิงผู้ชายด้วยเหรอ ผมรู้ความจริงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่  ภาพเธอคนนั้นยิ้มให้ผมอย่างรักใคร่เอ็นดู ความรู้สึกที่เธอกำลังขยี้หัวผมเล่น  ทำไมมันให้ความรู้สึกสมจริงยิ่งกว่าโลกของผม  ความฝันครั้งนี้เล่นกันเกินไปแล้ว
กล่องเหล็กส่งเสียงตี๊ดๆถี่กระชั้นขึ้น ร่างกายผมสั่นกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ ผมหายใจถี่กระชั้นขึ้น ปวดจุกกลางทรวงอกเกินจะทานทน  ที่หัวรู้สึกเหมือนจะเบิด
"พยาบาล  พยาบาล!!" ผู้ชายที่แทนตัวเองว่าพ่อวิ่งออกไปพร้อมส่งเสียงเรียกดังลั่น
ภาพตัดกะทันหัน  ผมนอนอยู่บนพื้นใต้ร่มเงาของพี่ไม้ เพียงแต่ตอนนี้หญ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว ผมขยี้ตาแล้วมองอีกครั้งพบว่าหญ้าก็เป็นสีเขียวเช่นเดิม  ผมรีบฉีกมันแล้วเคี้ยวกิน ถุยทิ้งแทบไม่ทัน รสชาติดินเฝื่อนๆกับใบเหนียวๆเหม็นเขียว ผมหันขวับมองขึ้นไปยังพี่ไม้  เป็นอย่างที่พบคาดไว้เช่นกัน ใบของพี่ไม้แต่เดิมสีน้ำเงินเข้มบัดนี้กลายเป็นสีเขียวทั้งหมด
"อรุณสวัสดิ็" เสียงพี่ไม้จากทุ้มใหญ่ ยามนี้เบาบางจนแทบกลายเป็นเสียงของสายลม
"ไม่!" ผมร้องเสียงหลงอย่างลืมตัว  อย่างที่ผมเกรงกลัวไว้ ป่านานาสัตว์ด้านหลังของพี่ไม้คล้ายกับถูกตัดฉับออกกลายเป็นหุบเหว   น้ำตาผมไหลอาบสองแก้ม ผมหันหน้าไปยังอ่างเก็บน้ำอิตาเลียนโซดารสราสเบอร์รี่ที่บัดนี้หดเหลือเป็นบ่อเล็กๆ  ผมกระโดดลงไปในทันที  มันกลายเป็นน้ำเปล่าสีใสไร้รสชาติ  ไม่มีหญ้าสีรุ้ง  ไม่มีกวางเขาควายอยู่ที่ก้นบ่อ  ผมโผล่พรวดขึ้นมาจากผิวน้ำ  ขึ้นมานผืนหญ้าสีเขียว  เสื้อผ้าผมเปียกโชกแนบตัวไปหมด
"นี่มันอะไรกันพี่ไม้!  นี่มันอะไรกัน!!" ไร้เสียงตอบรับ มีเพียงเสียงสายลมหวีดหวิว
"นี่มันเป็นฝันซ้อนฝันใช่มั้ย!" ผมตะโกนถามเสียงหลง "อย่าแกล้งกันสิพี่ไม้ ให้ผมตื่นเดี๋ยวนี้"
"ใช่แล้ว นี่คือความฝัน" เสียงหวีดหวิวตอบอีกครั้ง ถึงตอนนี้ผมทรุดเข่าร้องไห้ ผมเข้าใจ  พี่ไม้ไม่อยู่กับผมอีกต่อไปแล้ว  เขาเพียงแต่ยืนต้น ไม่สามารถพูด ยิ้ม หรือขยับรากอากาศอีกต่อไป  การฝันครั้งล่าสุดของผมมันกลืนกินโลกที่ผมอยู่
"คุณ..ฮึกๆ ..เป็น...ใคร" ผมถามเจ้าของเสียง สะอื้นได้ไปด้วย "สายลม...เหรอ"
"ฉันเป็นทุกอย่าง" เสียงนั้นตอบ จับแหล่งที่มาไม่ได้ "ฉันคือจิตใต้สำนึกของเธอ"
"จิตใต้สำนึก?" ความเสียใจเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสัย
ทันใดนั้นทุกสิ่งทุกอย่างสะเทือนเลือนลั่น  ภาพห้องสีเหลี่ยมสีขาวฉายเข้ามาแทรกวูบหนึ่งก่อนผมจะกลับมาอีกครั้ง  ความหนาวเหน็บจู่โจมผมอย่างฉับพลันจนสั่นระรึก ไม่มีผืนดินและผืนหญ้าอีกต่อไป ผมอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางๆเหนือน้ำทำเลที่กำลังกระเพื่อมและเย็นเสียดกระดูก ท้องฟ้ากางกั้นด้วยม่านราตรีอันมืดมิด ฟ้าแลบเปลบปลาบเป็นสีม่วงและส่งเสียงครืนๆ เป็นระยะๆ ลมหนาวพัดจนโกรกหูจนหูอื้อ บวกกับเสียงสั่นจนฟันกระทบกันในปากของผม
"นี่คือตัวฉัน" เสียงของเธอหรือเขา ผมจำแนกเพศเจ้าของเสียงไม่ออก เสียงไม่ได้เข้าผ่านหูของผม ผมรับรู้มันได้โดยตรง เพียงแต่งรู้ว่าเสียงมาจากผู้เขาน้ำแข็งมหึมาใต้น้ำที่อยู่ด้านล่างสองเท้าของผม  กล่าวคือผมยืนอยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำทะเลมาเพียงเล็กน้อย  ลมพัดแรงขึ้นเรื่อยๆจนผมเริ่มจะปลิวไปตาม  พยายามใช้เล็บสั้นๆจิกน้ำพื้นน้ำแข็งอย่างหมดหวัง  ต้นกำเนิดลมปรากฎตัวให้เห็นแล้ว  พายุหมุนขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหา ยิ่งเข้าใกล้ลมยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ
"เธอเข้าใจหรือยัง" เสียงภูเขาน้ำแข็งถาม
โดยไม่มีเหตุผล ตอนนี้ผมเข้าใจส่ิงที่ผมเป็นและโลกที่ผมอยู่  มันอยู่ในภูเขาน้ำแข็งมาตลอดและภูเขาน้ำแข็งนั่นอยู่ในผม  
"เธอรู้กติกานะ" 
ผมรู้  เหมือนอยู่บนทางสองแพร่ง  ทางแรกคือปล่อยตัวจมลึกลงไปในใต้น้ำเพื่อสัมผัสกับภูเขาน้ำแข็ง  ทางที่สองคือรอเวลาให้พายุพัดพาผมลอยจากไป  ช่วงเวลานี้เองที่ผมรู้สึกว่าผมคือผม และผมเองก็ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น  
ผมกระโดดพุ่งตัวลงน้ำ  หนาวเย็นเสียดกระดูจับใจ  ผมลืมตาดำลงไปให้เร็วและลึกที่สุด  ผมเพ่งมองแล้วเอามือสัมผัสกับตัวภูเขาน้ำแข็ง  ผมหลอมตัวตนเข้ากับมันแล้วดูดซับพลังของมันมาขับเคลื่อนตัวผม  พายุกำลังจะเคลื่อนผ่านด้านบนไป  มันควรจะจบลงอย่างนี้ ผมควรจะดำดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆเพื่อลิ้มรสชาติของความลึกที่ไม่มีที่สิ้นสุด
แต่แล้วในน้ำเย็นเสียดกระดูก ผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้  ผมตัดสินใจเลือกทางเส้นที่สามผมรีบถีบตัวว่ายน้ำขึ้นไป  ใช้เวลาชั่วขณะหนึ่ง อากาศหมดปอดจนผมสำลักน้ำเข้ามาหนึ่งครั้ง ทรมานเกินจะบรรยายเป็นภาษา  พายุเคลื่อนที่ผ่านไปแล้วเล็กน้อย ผมตัดสินใจถีบตัวส่งจากพื้นน้ำแข็ง กระโดดเพื่อตามพายุลูกนั้นไป  ทันเวลาอย่างฉิวเฉียด พายุยังสามารถหอบผมตามไปด้วย  ผมถูกพายุพาหมุนรอบเร็วๆขึ้นเรื่อยๆ  สติสัมปชัญญะค่อยๆเลือนหายผกผันกับความเร็วในการหมุน  จนกระทั่ง ....

ผมตื่นขึ้นมาในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆสีขาวอีกครั้งหนึ่ง  พ่อกอดผมทั้งน้ำตาเพราะนึกว่าจะเสียผมไปแล้ว  ตอนนี้ผมสามารถขยับตัวได้ตามปรกติ พูดสื่อสาร และเข้าใจเรื่องทั้งหมด
"ลูกจำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก" พ่อผมถาม
"ผมจำได้ทุกอย่างครับ  แต่นั่นมันคืออดีต  ตอนนี้ผมคือทินคนนี้ และผมก็รักพ่อครับ"
"พ่อก็..." คำว่า รักลูกเหมือนกัน ฟังไม่ออกเพราะพ่อดันหลุดร้องไห้ออกมาด้วย ผมต้องเป็นฝ่ายสวมกอดแล้วลูบหลังเพื่อปลอบประโลมพ่อเอง

ผมยอมรับในโลกที่ผมอยู่ตอนนี้  แต่จากการที่ผมได้สัมผัสกับภูเขาน้ำแข็งก่อนมากับพายุ ทำให้ปณิธานบางอย่างติดตัวผมมาสู่โลกใบนี้ด้วย   อ่างเก็บอิตาเลียนโซดา กวางเขาควาย หญ้าสีรุ้ง ป่านานาสัตว์ พี่ไม้ ชีวิตและสีสันอื่นๆทั้งมวล  ผมจะนำมาฝากไว้กับโลกใบนี้ให้ได้  คอยดูก็แล้วกัน
 

SHARE
Writer
superwins
Walk by words
ตัวอักษรเรียงร้อย สร้างสรรค์โลกใบใหม่

Comments