เครื่องเกมคอนโซลเครื่องแรกของคุณคือ..
ความทรงจำเลือนลางไปบ้างตามกาลเวลา 
ในวัยเด็ก
                          พี่ชายที่ข้างบ้านมาหาเราที่บ้านตั้งแต่เช้าเขาชวนเราไปเล่นที่บ้านของเขา เราเดินเข้าไปในบ้านของเขา พี่เขาก็ไปทำอะไรสักอย่างอยู่หน้าทีวี ทันใดนั้นจอทีวีก็สว่างขึ้น ภาพแรกที่เราเห็นเลยก็คือ ตัวละครที่วิ่งวนไปมาในจอโทรทัศน์ ใช้ปืนไล่ยิงเหล่าร้าย เป็นความประหลาดใจผสมกับความตื่นเต้นระคนกัน เพราะเราไม่เคยเห็นปรากฏการที่เกิดขึ้นกับโทรทัศน์ในตอนนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ที่เราเห็นก็จะมีคุณพ่อใช้ดูข่าวหลังทานอาหารเย็นเสร็จ คุณแม่ใช้ดูละครต่อหลังจากคุณพ่อ และเราก็จะใช้ดูการ์ตูนในช่วงเช้าวันเสาร์อาทิตย์แค่นั้น แต่นี่เรากำลังยืนดูพี่ชายข้างบ้านกำลังถืออะไรสักอย่างคล้ายรีโมตไว้บนมือ เจ้าสิ่งนั้นมีสายเชื่อมลากยาวไปต่อกับกล่องสีดำที่ตั้งอยู่ตรงหน้าจอทีวี เขาดูตื่นเต้นระหว่างที่กดปุ่มต่างๆที่อยู่ในสิ่งที่เขาถือไว้บนมือ และจ้องมองภาพในจอทีวี ทำเอาผมที่อยู่ข้างๆ พลอยตื่นเต้นไปด้วย

              เท่าที่นึกออกมันคงจะเป็น เครื่อง famicom fr202 thunder (เครื่องก๊อบ) 
และเกมที่เล่นก็คือเกม contra เกมคลาสิกสุดฮิตตลอดกาลของใครๆหลายๆคนนั่นเอง

หลังจากที่พี่เขาเล่นไปได้สักพักเขาก็หยิบสิ่งที่เขาเรียกว่า จอยสอง ให้เราเล่น ด้วยความที่เราในตอนนั้นยังเด็กมาก และเล่นไม่เก่ง ก็เลยเล่นตายบ่อยมากและก็ทำให้พี่เขาตายไปด้วย เขาดึงจอยคืนมาจากมือเราอย่างหงุดหงิด ก่อนที่จะเอาให้เด็กข้างบ้านที่เข้ามานั่งดูเหมือนกับเราเล่น หมอนี่อายุน้อยกว่าเราหนึ่งปี แต่ก็เล่นเก่งกว่าเราเยอะ สามารถผ่านด่านยากๆไปได้หลายด่าน ทั้งสองเล่นด้วยกันอยู่นานจนเหมือนลืมไปว่ามีเรานั่งดูอยู่ด้วย สักพักเราแอบกลับบ้านโดยที่พวกเขาทั้งสองไม่รู้ตัว ระหว่างเดินเราหยิบกิ่งไม้ข้างทางขนาดเหมาะมือ มาถือเป็นปืนแล้วทำท่ายิงเหล่าร้ายต่างๆเหมือนในเกมไปตลอดทาง 

ถึงแม้ว่าจะได้ลองเล่นเพียงเล็กน้อย..แต่เราสนุกกับมันได้              "เราก็มีเกมคอมพิวเตอร์อยู่แล้วไม่ใช่เหรอลูก" คุณพ่อพูดขึ้นหลังจากที่เราขอให้พ่อเครื่องเกมให้เหมือนกับพี่ข้างบ้านเขาบ้าง คุณพ่อเขามีเหตุผลเสมอ แต่ก็แอบทำเราผิดหวังเล็กน้อยตามประสาเด็กๆ ก่อนจะเดินขาลากไปเปิดคอมพิวเตอร์เล่น  ในสมัยนั้นเขาน่าจะเรียกว่า เกมDos นะถ้าจำไม่ผิด เราเปิดเกมที่เคยเล่นจนเบื่อ(เกมPrehistorik) แต่ไม่เคยผ่านถึงด่านสองสักที  เราเล่นตายแล้วตายอีกไปประมานสักสองสามรอบ ก็ปิดเกม เราจ้องมองจอคอมพิวเตอร์ในขณะที่มันปิดตัวเองลง ก่อนจะวิ่งออกไปเล่นกับเพื่อนข้างนอกในที่สุด 


แฟมิคอม คือคอนโซลเครื่องแรกที่เรารู้จัก

ประถม                       
                    เราก็เติบโตมาตามประสาเด็กทั่วๆไป ที่ชอบอยู่บ้านเงียบๆ ก็มีออกไปเล่นกับเพื่อนๆบ้าง ชีวิตในชนบทก็ไม่ค่อยมีอะไรให้เล่นมากนัก นอกจากปั่นจักรยานเล่น ไปเรื่อยๆ  เรารู้สึกดีเสมอเวลาปั่นจักรยานให้สายลมผ่านปะทะหน้า แต่ ความสุข ความสนุกที่เกินเลยเวลา ทำให้ครอบครัวค่อนข้างจะต่อต้านการปั่นจักรยานของเรา เพราะทุกครั้งจะกลับถึงบ้านหลังพระอาทิตย์ตกดินเสมอ
                       เราชอบปั่นจักรยานก็จริง แต่การปั่นจักรยานของเราจะมีขอบเขตในการปั่นเสมอ โดยเราจะไม่ปั่นออกถนนใหญ่ แต่จะปั่นไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ ในหมู่บ้านที่ไม่ติดกับถนนใหญ่ หรือแม้แต่คันนาเราก็ปั่นไป (ซึ่งมันลำบากมากเลยล่ะ) 
มีอยู่วันหนึ่ง พี่ที่อยู่ข้างบ้านได้มาหาเราที่บ้าน ถามว่ามีค่าขนมเท่าไหร่วันนี้ เราตอบไปว่า 20 บาท จากนั้นเขาก็ชวนปั่นจักรยานออกไปข้างนอก เขาพาเราไปในเส้นทางที่ไม่เคยไปมาก่อน ด้วยความที่เราไม่คุ้นชินกับสถานที่ใหม่ๆก็เลยถามเขาว่ากำลังจะไปไหน

ไปร้านเกม...เขาบอก

                   เรารู้จักร้านเกม ถึงจะอยู่ชนบทก็เถอะ ที่นี่ยังจะพอมีคนมาเปิดร้านเกมอยู่บ้าง ส่วนมากจะเป็นเกมคอมพิวเตอร์เสียส่วนใหญ่ (เน็ตไม่มีอีกต่างหาก) เกมที่เล่นๆกันก็จะมี Counter strike Command and conquer red alert 2 Diablo 2  ซึ่งส่วนตัวเราก็ไม่ค่อยอินเท่าไหร่ เพราะคอมเครื่องเดิมที่อยู่บ้าน ถูกแทนที่ด้วยเครื่องใหม่ ที่ผ่านการลงวินโดวส์มาแล้ว2รอบ (98,Me)  เกมส่วนมากก็จะมีคุณพ่อซื้อแผ่นมาติดตั้งให้ ด้วยความคมชัดในระดับยุคนั้น ทำให้เราลืมเกมแฟมิคอม ไปเสียสนิท  

           ร้านเกมที่เขาไปก็คงจะเป็นคล้ายๆร้านคอมแถวๆบ้านเราล่ะมั้ง คงจะโดนคนอื่นแย่งเล่นอีกตามเคย (เป็นปัญหาประจำร้านเกมมักจะชอบมีพวกรู้มากชอบมาบอกนั่นบอกนี่สุดท้ายก็กลายเป็นมันมานั่งเล่นแทนเราซะงั้น) ก็คิดเสียว่าเอาเงินนี้ไปแวะซื้อขนมข้างทางไปนั่งดูพี่เขาเล่นก็ไม่เสียหายอะไรละมั้ง แต่ปัญหาที่ตามมาอีกอย่างก็คือ มันต้องปั่นไปตามถนนเส้นใหญ่
เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เราปั่นไปตามถนนใหญ่ เราปั่นตามหลังพี่เขาอย่างอีหลักอีเหลื่อ จนไปถึงในตัวอำเภอ ซึ่งปกติคุณแม่จะพาขี่มอเตอร์ไซค์มา แต่วันนี้ เราปั่นจักรยานมาได้ด้วยตัวเอง ก็รู้สึกภาคภูมิใจเล็กน้อยในความสามารถของตัวเองพอตัว เขาพาเราไปจอดอยู่บ้านชั้นเดียวแห่งหนึ่ง มีประตูเป็นบานม้วนดึงขึ้นสุด หน้าบ้านมีรถจักรยานคันเล็กใหญ่จอดเรียงรายจนอาจทำให้คิดว่า ที่นี่มันชุมนุมคนรักจักรยาน หรือรวมพลแก๊งซิ่งจิ๋ว หรือเนี่ย

               พี่ชายข้างบ้าน พาเราเดินเข้าไปข้างใน ใช่แล้ว มันเป็นร้านเกม แต่แทนที่จะเป็นเกมคอมพิวเตอร์อย่างเดียว กลับมีทีวีเครื่องใหญ่ตั้งอยู่ด้วยหลายเครื่อง และก็มีกล่องสีขาวอยู่ใต้ชั้นวางทีวี มีสายสองเส้นเชื่อมต่อยื่นออกมาจนถึงมือเด็กน้อยสองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าทีวี ในจอทีวีฉายภาพตัวละครจากการ์ตูนดราก้อนบอลที่กำลังเข้าห้ำหั่นกันอย่างบ้าคลั่ง ภาพจากจอทีวีที่เราเห็นนั้น มันสวยสดงดงามยิ่งกว่าในคอมพิวเตอร์เสียอีก เรายืนจ้องมองอยู่นานจนพี่ชายที่มาด้วยสะกิดให้เราตามมานั่ง เราตามเขาไปจนเกือบสุดร้าน แล้วนั่งลงตรงหน้าทีวีเครื่องหนึ่ง เจ้าของร้านถามพี่ชายว่าเขาจะเล่นกี่ชั่วโมง เขาบอกสองชั่วโมงพร้อมกับยื่นเงินให้เจ้าของร้านไป 40 บาท เจ้าของร้านรับเงินแล้วใช้รีโมตทีวีปรับเวลาเปิดปิดในจอให้เป็นสองชั่วโมงเป๊ะ จากนั้นเขาหยิบกระเป๋าใส่แผ่นซีดีมาให้ แทนที่ข้างในจะมีแผ่นหนัง หรือแผ่นเพลงคาราโอเกะ กลับมีแต่แผ่นเกมจำนวนมากที่ยัดไว้อยู่ในนั้น พี่ชายเลือกแผ่นเกมมา 1 แผ่น จากนั้นเขาเอื้อมมือไปกดเปิดฝาเจ้ากล่องสีขาวนั้น แล้วใส่แผ่นซีดีเข้าไป ทันใดนั้นเองจอทีวี ก็สว่างขึ้น เขายื่นจอยสองให้เราถือ จากนั้นเราก็เริ่มเล่นเกมกัน ครั้งนี่เราไม่ได้กระจอกเหมือนครั้งแฟมิคอม คราวที่แล้ว เราเรียนรู้ปุ่มต่างๆได้คร่าวๆ และผ่านไปได้หลายด่าน แต่ก็ยังไม่คุ้นชินกับจอยที่แตกต่างจาก คียบอร์ด กับ เม้าส์ เสียเท่าไหร่ และปุ่มแอนนาล็อกที่เคลื่อนไหวได้อิสระรอบด้าน ก็ทำให้เราควบคุมหลงทิศหลงทางอยู่บ้างไม่น้อย วันนั้นเราได้เล่นเกมเยอะแยะมากมาย มีบางเกมก็เล่นได้คนเดียว เราก็นั่งดูเขาเล่น บางเกมต้องสู้กันเอง เราก็สู้เขาไม่ได้ แต่เราก็รู้สึกสนุกและตื่นเต้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะมันเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน เราใช้เวลาอยู่ที่นั่น สามชั่วโมง (เราออกเงินต่อเวลาช่วยพี่เขาด้วย) ก็ปั่นจักรยานกลับบ้าน 

                  เครื่องที่เราเล่นก็คือเครื่อง Sony PlayStation หรือเพลย์วัน ที่หลายๆคนเรียก เกมแรกที่เล่นก็น่าจะเป็น Kattekita Cyborg Kurochan มั้งนะ

Ps1 คือคอนโซล เครื่องที่สองที่เรารู้จัก                         เราก็มีโอกาสได้ไปเล่นอยู่นั้นอีกหลายครั้งจนกระทั่ง ทางบ้านรู้ว่าเราแอบไปเล่นที่นั่นจนเขาสั่งห้ามเราไปเล่นที่นั่นอีก ซึ่งเราก็ทำตามแต่โดยดี เราก็กลับมาเล่นคอมพิวเตอร์เหมือนเดิม จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่งเขาเอาแผ่นซีดีแผ่นหนึ่ง มาต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์เรา พร้อมกับลากไฟล์ในแผ่นลงมาไว้ในไดรฟ์ดีของเครื่อง มันคือโปรแกรมจำลองอีมูเลเตอร์ของ Game boys color  ซึ่งตอนนั้นมีเกม โปเกมอน ภาคเรด จนถึงภาคโกลด์ ไว้ให้ ทำให้เราได้เล่นเกมโปเกม่อนเป็นครั้งแรก และทำให้เราชื่นชอบมันมาถึงปัจจุบัน

            คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลย่อมมีระยะเวลาการใช้งานตามสภาพของมัน จนคุณพ่อได้เปลี่ยนคอมเครื่องใหม่พร้อมกับวินโดวส์ Xp ซึ่งแน่นอนเกมโปเกมอนของเราก็หายไปพร้อมกับเครื่องเก่านั่นแหละ 

             มาวันหนึ่ง  เหตุการณ์บังเอิญให้เราไปเจอเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่บนชั้นร้านหนังสือในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด มันเป็นหนังสือเล่มบางๆขนาดพอๆกับนิตยสารละคร ในสมัยนั้น แต่มีภาพตัวละครจากเกมต่างๆอยู่เต็มหน้าปกและที่พิเศษที่สุดคือ มันแถมแผ่นซีดีมาด้วยแผ่นหนึ่ง ด้วยราคาที่ไม่สูงมาก เราได้รบเร้าให้คุณพ่อซื้อให้ ซึ่งเขาก็คิดอยู่นานจนตัดสินใจซื้อมา เราดีใจมาก หลังจากที่รถยนต์จอดถึงที่บ้าน เรารีบพุ่งไปยังคอมพิวเตอร์ เปิดเครื่องอ่านซีดี วางแผ่นซีดีอย่างบรรจง แล้วเอามือดันเครื่องอ่านที่ยื่นออกมาปิดกลับเข้าไป
แล้วรอ...




จอฟ้า ( Blue screen ).......




                      เรานั่งมองจอนิ่งๆ อยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะกดปุ่มรีสตาร์ท โชคดีที่ยังใช้งานได้ แล้วพบว่า มันเป็นแผ่นรวมโปรแกรมจำลองอีมูเลเตอร์ ซึ่งไม่ได้มีแค่ เกมบอยคัลเลอร์ แต่ยังมี เกมบอยแอดวานซ์ พีซีเอนจินส์ นีโอจีโอ เมก้าไดร์ฟ  หรือแม้แต่ แฟมิคอม และ ซูเปอร์แฟมิคอม ก็ยังมี ในช่วงเวลานั้นเรารู้สึก Hype อย่างมหาศาลเลยทีเดียว เราเลือกเล่นเกมต่างๆทั้งวันทั้งคืน จนกระทั่งที่บ้านสั่งห้ามเล่นคอมพิวเตอร์อีก เพราะผลการเรียนเริ่มตกต่ำ และก็มีคนโน้นคนนี้มาขอยืมไปเล่นจนมันหายไปจากชีวิตเราในที่สุด


เป็นไงล่ะ....เศร้าเลย



              ไม่นานเรื่องราวเก่าๆก็ผ่านไป และแทนที่ด้วยเรื่องใหม่ๆเสมอ เราลืมอีมูเลเตอร์จำลองพวกนี้ไป จนผ่านไปหลายปี เริ่มเรียนมัธยม ก็พอมีโอกาสได้เล่น PS2 บ้าง แต่พักหลังก็ไม่ชอบเล่น เพราะเหลือแค่เกมฟุตบอลวินนิ่ง ก็หันไปเล่นเกมออนไลน์แทน แล้วก็เลิกไป หันมาเล่น พวก Moba  และก็เกมพีซีทั่วไป  และไม่ได้แตะคอนโซลอะไรเลยจนถึงปัจจุบัน

แต่ก็ไม่นานนักเราก็มีโอกาสได้ลองเล่นเครื่องคอนโซลอีกครั้ง  และได้เล่นถึงสองเครื่องพร้อมกัน คือ  psp ตัวแรกซึ่งมันออกมานานแล้ว ราคามันถูกลง ญาติๆเลยซื้อมาฝากน้องชายลูกพี่ลูกน้องของเรา ส่วนเครื่องที่สองคือ nintendo ds มือสอง ที่น้องชายแท้ๆของเราไปซื้อมาจากญี่ปุ่น 
พอมาลองเล่นดูก็รู้สึกสนุกนะ แต่มันก็ยังไม่ใช่ของเราอยู่ดี
  
                      มาจนวันนี้ นึกอะไรก็ไม่รู้ไปแอบโหลดอีมูเลเตอร์เก่าๆ มาเล่น ก็ทำให้รู้สึกว่า เกมสมัยก่อนมันยากกว่าสมัยนี้เยอะมาก แถมภาพก็แย่กว่าอีก 

 
ทำไมเรารู้สึกอบอุ่นเหมือนเจอกับเพื่อนเก่าอย่างนั้นล่ะ
                          ด้วยวัยที่เติบโตขึ้น ความรับผิดชอบที่มากขึ้น หรือแม้แต่รูปแบบการเล่นเกมที่เปลี่ยนไป บางคนเสพกราฟฟิกสวยๆ เสพการแข่งขันกับหลายๆคน เสพการปั้นแต่งตัวละครในเกมให้เก่งเทพ เสพเนื้อเรื่องในเกม ฯลฯ ซึ่งมันก็ไม่ผิดสำหรับการเล่นเกมหรอกนะ

ถ้าคุณยังสนุกไปกับมัน..ล่ะนะ               เกม มันก็คือเกมอยู่วันยังค่ำ มีรูปแบบที่เปลี่ยนไปตามกระแสเวลา มันไม่ผิดหรอกที่เล่นเกม เราเองก็คิดว่าแม้แต่อีมูเลเตอร์ ที่จำลองเล่นเกมคอนโซลเก่าๆ เทียบกับเครื่อง PS4 หรือ XBoxOne ถ้าเรามีความสุขกับมัน เราก็ว่ามันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก 


เผลอๆเกมเก่าๆมันจะช่วยเติมความทรงจำในวัยเด็กให้อบอุ่นขึ้นมาในใจอีกเสียด้วยซ้ำ


ตอนนี้ Nintendo DS กับ PSP ของๆน้องๆ ก็ยังอยู่กับตัวเรา (ยืมมาเล่นก็เลยเอามาถ่ายขึ้นปกซะเลย)


แต่ว่ามันไม่ใช่ของเรา..

เพราะฉะนั้นคอนโซลเครื่องแรกของเราก็คือ เจ้าอีมูเลเตอร์จำลองเกมนี่ล่ะ ทำให้เรามีโอกาสได้เล่นเกมคอนโซลเก่าๆมากมาย และเราชอบ ซูเปอร์แฟมิคอม กับ เมก้าไดรฟ์ เอามากๆเสียด้วยสิ   

ถึงมันจะผิดกฎหมายก็เถอะ แต่ในตอนเด็กๆ มันทำให้เราสนุกกับมันมากมายเหลือเกิน

Mario กับ sonic เป็นตัวละครที่เราชอบมากที่สุดแล้วมั้งในวัยเด็ก

นี่แหละเครื่องคอนโซลเครื่องแรกของเรา





แล้วคอนโซลเครื่องแรกของคุณล่ะ คืออะไร





 



SHARE
Writer
DRIEDCHILLI
Dreamer
ชอบเสียงเพลง ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์และเทคโนโลยี

Comments

Bubaman0413
3 years ago
เรื่องรายของนายอารมณ์คล้ายๆ เราสมัยนั้นเลย
Reply