ปีนังตามลำพัง Day 3
ฝนตก รูปวาด มิตรภาพ 

วันสุดท้ายในปีนังเริ่มขึ้นด้วยความเปียกของฝนเพราะจำได้ว่าตั้งแต่ตื่นเช้ามาก็มีแต่ฝนโปรยปรายตลอดเวลา แผนที่วางไว้อย่างแรกของวันคือ การไปกินอาหาราเช้าที่ร้าน old town white coffee เนื่องด้วยไปอ่านเจอรีวิวว่าเป็นร้านที่อร่อยและน่าสนใจเราเองก็เลยอยากจะลองดูบ้าง....แต่อุปสรรคแรกของวันสุดท้ายที่เจอคือฝนตกตลอดเวลาเราเองต้องคอยออกมาชะโงกหน้าดูอยู่ตลอดเวลาว่า เอ....ฝนหยุดแล้วหรือยังนะ เป็นแบบนี้อยู่หลายรอบเหมือนกัน จนสุดท้ายหลังจากที่ความเบาบางของฝนได้ลดลงเราจึงตัดสินใจฝ่าสายออกไปเผื่อไปเจอปีนังวันสุดท้าย  


หลังจากที่ชะโงกหน้าออกมาดูความคืบหน้าในการหยุดของฝนสุดท้ายแม้ฟ้าจะไม่เป็นใจซักเท่าไหร่ก็ยังพยนามที่จะออกมาจากที่พักจนได้ 

จากวันแรกที่มาจำได้ว่ามีร้าน old town white coffee ชื่อดังอยู่ซึ่งเราก็เล็งไว้แล้วว่าต้องมากินให้ได้ก่อนกลับและแล้วก็เป็นจริง ... ถึงร้านแล้วด้วยความเปียกปอนนิดๆแต่พอรับได้ เดินเข้าร้านก็หาที่นั่งได้ตามสะดวก

รับเมนูมาจากพนักงานแล้ววิธีการสั่งก็คือ..ติ๊กๆเอาในใบออเดอร์ โอเคร....เรื่องนี้ไม่มีปัญหาแต่ปัญหาคือ ... อันนี้ก็อยากกิน อันนู้นก็อยากกิน แต่เอาอีกแล้วด้วยความที่มาคนเดียวถ้าสั่งเยอะและอาจจะกินไม่หมดก็ได้ ถ้างั้นก็... สั่งอย่างเดียวก็ได้ พร้อมกับกาแฟ old town อันโด่งดัง 🙂 ความยากในการตัดสินใจว่าจะกินอะไรดีให้ตายสิเป็นแบบนี้ทุกร้านก็ของกินมันน่ากินไปหมดนี่นา ถ้างั้นเอางี้ ดูจากรูป รูปไหนใหญ่สุดแสดงว่ามันต้องอร่อยและดังจริง 555  สิ่งที่เราสั่งไปนั้นต้องขอประทานโทษด้วยจริงๆจำชื้อไม่ได้ที่จริงก็ถ่ายรูปมาแต่ว่ามือถือเรารูปเหล่านั้นถูกลบไปหมดแล้ว บรรยายหน้าตาแทนละกัน .... สิ่งที่เราสั่งนั่น เป็นก๋วยเต๋ยวน้ำ ซุปสีครีมข้น โรยไก่ต้มมาพร้อม เส้นสีเหลืองนุ่มและอร่อยมาาาาาาาาาาก อาจจะเป็นเพียงอย่างเดียวที่มาเจอที่ปีนังแล้วรู้สึกว่า เออ แมร่งโคตรอร่อยจริงๆด้วย (ขอโทษที่ต้องหยาบคายไม่งั้นไม่ได้อารมณ์) ในส่วนของกาแฟนั่น เราสั่ง old town ice coffee ที่เป็นซิกเนเจอร์ หลังจากชิมไปแล้วมีความรู้สึกว่าเหมือนกาแฟโบราณบ้านเราแต่รสนวลกว่าและอร่อยกว่า ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ร้านนี้ให้ผ่านฮ่ะ 😉 
หลังจากรู้สึกดีขึ้นมากับเช้าวันสุดท้ายในปีนังแล้วเราเดินเล่นไปเรื่อยผ่านสตรีทอาร์ตอันโด่งดัง ความลำบากของการไปคนเดียวนั่นเกิดขึ้นอีกแล้วเมื่อเราอยากมีรูปของตัวเองบ้าง เอาไงดี .... งั้นเอางี้สาวชาวอินโดนีเซียเดินผ่านมา(ที่รู้ว่าเป็นอินโดนีเซียนั้นเพราะเรามาถามนางทีหลัง☺️) ที่จริงแล้วเรื่องการคุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่เราไม่รู้จักสำหรับเราแล้วนั่นเป็นเรื่องที่ธรรมดาและรู้สึกเฉยๆมากก็เราไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนี่นา บางทีก็แค่อยากมีเพื่อนคุยหรือหาข้อมูลบ้าง 555 

เราเลยขอให้สาวนางนี้ถ่ายรูปให้ซึ่งผลงานก็ออกมาน่าพอใจทีเดียว เราเลยเสนอนางว่าให้เอามือถือมาเดี๋ยวเราจะถ่ายให้ 📷 ว่าแล้วก็จัดแจงจัดท่าโพตส์จัดมุมให้อีกตะหาก เสียดายที่ตอนนั้นไม่ได้ขอ facebook มาเพราะทุกครั้งที่เราไปไหนมาไหนเป็นไปได้ก็จะขอเก็บไว้ 😊 เทคโนโลยีมันก็ดีแบบนี้นี่เอง

เดินเล่นอยู่สักพักก็เจอกับน้องข้าวฟ่างสาวคนสวยที่เราเจอตอนนั่งรถตู้มาจากด่านประกอบด้วยกันพูดคุยกันซักพักถามทางหาภาพวาดที่กำลังตามหา ก่อนจากกันเลยบอกไปว่าเดี๋ยวถ้ารถมารับแล้วจะส่งสัญญานไปนะจ๊ะ 👌🏼 

ถึงที่พักเก็บของครั้งสุดท้ายเตรียมลาปีนังจริงๆซักที .......................... 

นอกจากฝนจะโปรยปรายมาตั้งแต่เช้าแล้วนี่ก็เข้าไปจะเที่ยงวันฝนก็ยังตกอยู่อย่างนั้น ไม่รู้แหละเก็บกระเป๋าเช็คเอ้าท์เรียบร้อยนอรถมารัลกลับหาดใหญ่ตามคำนัดแนะของคนขายตั๋วละกัน 

นั่งรอซักพัก รถตู้ทะเบียนไทยก็ตรงดิ่งฝ่าสายฝนมารับทันใดขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว อ้าวเหลือที่เดียวแต่ๆๆๆ ข้าวฟ่างมากะแฟนนี่หว่า แอบงงเล็กๆ สส่งสัญญานไปบอกว่าเจเจ๊ขึ้นรถละนะ แต่ว่าดักไม่ได้ไปรับน้องข้าวฟ่างซะนอ ดันเป็นรับผู้ชายหัวเกรียนมาซะงั้น เอ .... ถ้างั้นสงสัยต้องเป็นอีกคันแน่นอน สงสัญญานคุยกันเรียบร้อยให้ข้าวฟ่างรอรถคันอื่นต่อไป ☺️ 

ระหว่างทางที่กลับจากปีนังมาสู่ชายแดนนั้นอันที่จริงตอนแรกเราแอบนึกในใจว่าแยากให้ผ่านประดังแบซาเนื่องจากว่าขามานั้นเรามาทางด่านประกอบเลยรู้แล้วว่าหน้าด้านประกอบเป็นยังไงแต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้เห็นหน้าตาของด่านประดังเบซาซักทีเนื่องจากว่าคนขับรถบอกเองเลยว่าเพิ่งจะโดนขูดรีดไปเลยต้องกลับทางเดิม 

รถวิ่งจนถึงด่านประกอบแล้วเราทักคนข้ามด่านเรียบร้อย ยกเว้นๆ หนุ่มหัวเกรียนที่นั่งข้างๆ อ้าว...! หายไปไหนละ ฟังความไม่ค่อยถนัดนักรู้แต่ว่า ข้ามมาไม่ได้เพราะอะไรซักอย่าง แต่ก็ช่างเถอะ ช่างเถอะ 555 จะไปรู้ได้ยังไงหล่ะ 

เอาหล่ะข้ามมาฝั่งไทยแล้ว สิ่งแรกที่รู้สึกแตกต่างกันได้เลยคือ สภาพถนนแม้ว่าจะเป็นต่างจังหวัดเหมือนกันแต่ว่าสภาพถนนที่มาเลเซียนั้นดีกว่าเมืองไทยเยอะมากๆ แล้วยังไงนะหรอนั่งอยู่บนรถตู้ก็เด้งๆกันไป 

รถวิ่งใช้ระยะเวลาน่าจะประมาณเกือบๆสองชั่วโมงคนขับก็บอกว่าถึงสถานีขนส่งหาดใหญ่แล้วครับเราเองก็นึกในใจว่าเอ...นี่มันที่ที่เราลงตอนจามานี่นา แต่เราต้องไปสนามบินนี่หว่าก็ เวลาก็ยังเหลืออีกตั้งเยอะ ที่จริงแล้วนั้นตอนแรกเรากะว่ายะเลือกนั่งรถสองแถวไปสยามบินเพราะว่าค่ารถนั่นแค่ 60 บาทเองถ้าเปรียบเทียบกับเหมารถเข้าไปนี่อาจจะโดน300ก็เป็นได้ ว่าแล้วเอาหล่ะไปตั้งหลักที่ ตลาดหาดใหญ่ก่อนแล้วกัน 

สำหรับทริปนี่บอกได้เลยว่า"การพบกันเป็นเรื่องบังเอิญ" สองสาวพี่น้องนั่งรถไฟเก๋มาเที่ยวปีนังแล้วกลับทางรถ อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าการคุยกับคนแปลกหน้าของเราเราว่ามันไม่ได้พิเศษอะไรก็คุยได้ แถนะ้าคุยกันถูกคอก็จะได้เพื่อนใหม่ 🙂 
แอน :ลงไหนหรอคะ 
ซักคนหนึ่ง: สนามบินคะ 
แอน : เออไปเกมือนกันเลยไปด้วยกันไหมเดี๋ยวถามพี่รถตู้ว่าเขาไปส่งเราไหม 
หลังจากที่พี่รถตู้เกินมาด้านหลังเราเลยถามไปด้วยความซื่อบื้อว่า พี่พี่สบามบินไหมคะ สามคนคนละสิบบาท (ซึ่งเราคาค่ารถจริงๆคือสามร้อย555) ที่นริงเราเองก็พูดไปงั้นแหละไม่รู้หรอกว่าราคาเขาไปกันเท่าไหร่ 

สองสาวปรึกษากันซักพักดูหน้าตาเราแล้วน่าจะไว้ใจได้เลยยอมมาด้วย555 ที่จริงแล้วเราก็จะหาเพื่อนหารค่ารถมาสนามบินนะแหละเพราะคิดว่าถ้ามาสนามบินคนเดียวต้องจ่ายแพงแน่นอนนนนนนน  

สุดท้ายเรากับสองสาวน้องเมย์และน้องโมก็มานั่งกินข้าวมันไก่เ้วยกัน(เฉยเลย555) เนื่องจากว่านั่งรถมานานและเกิดอาการหิว ก็พูดคุยแลกเปลี่ยนมีหลายอย่างคุยกันก็ถูกคออัธนาศัยดีน่ารัก ☺️

เอาหล่ะกินข้ามมันไก่เสร็จแล้วเรียกพนักงานมาเก็บตัง "สารอบ่ะ" 
แอน "ห๊า พูดอะไรนะ"
เด็กเก็บตัง "สารอบ่ะ " 
คือ.... ที่่ตกใจเนี้ยไม่ได้ตกใจว่าแกพูดไม่ชัดหรอกนะคนเก็บตัง ฉันตกใจที่ข้าวมันไก่สามจานสามร้อยบาทว้อย !!!!!!! 
แอน: โห้ ทำไมแพงจัง 
เด็กเก็บตัง : มันไม่เหมือนไก่ธรรมดา 
แอน : <พ่อมึง>นึกในใจ  ข้าวมันไก่บ้าอะไรจานละร้อย เอ็มโพเรี่ยมยังไม่ถึงเลยป่ะ 
แอน : ลดได้ไหม 
เด็กเก็บตัง: เจ้าของร้านอยู่นู้นไม่ได้หรอก 
หลังจากนั้นเราและสองสาวก็รุมด่าข้าวมันไก่หาดใหญ่จานละร้อยยยยยยย !!!!!! เข็ดมากจำไว้เลยว่าก่อนกินอะไรให้ถามก่อนเลย 

ออกมาจากร้านเข้ามันไก่เจอพี่รถตู้คนเดิม เราเลยไปถามว่าไปสนามบินไหม สุดท้ายสรุปราคากันได้ที่คนละ 100 บาท...ก็โอเค๊ะ 

ที่จริงแล้วเราแพลนกันเล่นๆว่าจะไปดินเล่นตลาดกิมหยงแต่แล้วก็ฝนฟ้ามามืดจริงๆ เอาเป็นว่าสรุปคือไปนั่งรอที่สนามบินก็ได้ๆ 

ความรู้สึกแรกของเราต่อสนามบินหาดใหญ่ ... ทำไมทหารเยอะจังเนอะ ...แต่ก็ไม่รู้จะไปถามใคร 555 
 
ถึงสนามบินแล้ว ... ลงรถจ่ายตัง เข้าข้างใน 
เอาละเหลือเวลาอีก 4-5 ชม เดินๆนอนๆอยู่ในนี้แหละ จนแล้วจนรอดเราก็ยังกระเตงๆกันไปกับสองสาวคนสวย555 ก็มาคนเดียวก็มีเหงาบ้างนี่นา มีเพื่อนคุยก็น่าจะดีกว่าในสนามบินนั้นเราก็นั่งๆเล่นๆเดินๆกินๆถ่ายรูปกันในสนามบินเป็นเวลาทั้งหมดเกือบ5ชมจ๊า 

และแล้วเวลาที่รอคอยก็ถึงถึงไฟท์ของสองสาวออกก่อนเราก็เลยต้องร่ำลากันซักที 🙂 สองสาวเข้าเกตไปแล้วแต่ก็ยังส่งข่าวมาเรื่อยๆ คนเยอะมากเลยเจ๊ เครื่องมาแล้วเจ๊ จนข้อความสุดท้าย โชคดีน๊า เจอกันที่ กทม 🤗🤗🤗 

เอาละเหลือตัวคนเดียวอีกแล้ตอนนี้ เราก็ใช้เวลานั่งรอไม่นานสุดท้ายก็ได้กลับบ้านซักที 

ที่จริงเวลาที่ไปเที่ยวนั่น ในหัวเราสิ่งที่คิดก็จะมีเพียงแค่ ไปไหนต่อดีน๊า ไปกินอะไรดีน๊า ไปทำอะไรดีน๊า แค่นั้นเอง เอาเป็นว่าถ้าใครยังไม่เคยออกเดินทางเลย แนะนำว่าควรไปทั้งกับเพื่อนรู้ใจและคนเดียว เพราะบางทีหลังจากที่เราเดินทางแล้วเราก็จะได้อะไรๆกลับมาเยอะเลย แล้วก็อย่ากลัวที่จะเริ่มคุยกับคนแปลกหน้าเพราะเราไม่มีทางเลยรู้เลยว่าหนึ่งมันอาจจะกลายมาเป็นมิตรภาพที่ดีก็ได้ ☺️ 












SHARE
Writer
Whatabouta
Duaghter
บ้ากล้องแต่ไม่มีกล้องก็มือถือมันก็ถ่ายได้ป่ะ

Comments