เราไม่เคยจะรักกัน มีแต่วันที่อ่อนไหว
เคยมีคนบอกว่า "ผู้ชายกับผู้หญิงไม่สามารถเป็นเพื่อนกันได้"

เราสองคนเลยมีระยะห่างที่พอดี ไม่ใกล้หรือไกลกันจนเกินไป

ฉันไม่เคยนึกเลยว่าตัวเองจะมานั่งนึกถึง และเขียนถึงเธอ
...
เราเริ่มรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
     แต่ตั้งแต่จำความได้ ก็เจอเธอในชีวิตแล้ว
...
แม่เราสองคนเป็นครูโรงเรียนเดียวกัน
แม่เธอมักจะไปโรงเรียนพร้อมแม่ฉันเสมอ
เวลามีงานโรงเรียนของแม่ๆ
แม่ๆก็จะหอบหิ้วลูกไปด้วย ทำให้เราเจอกันบ่อยๆ
...
เธอเป็นลูกชายคนเล็ก
ตอนเด็กๆ เธอเป็นเด็กงอแงและเอาแต่ใจ 
จำได้ว่าตอนที่ไปทะเลด้วยกัน
เธอร้องไห้ งอแงเพราะอยากเล่นน้ำทะเลเร็วๆ
ไม่รู้ทำไมภาพนั้นถึงติดตานัก
...
ฉันก็เป็นลูกคนเล็กเช่นกัน แต่ฉันเป็นเด็กเรียบร้อย... (อันนี้แม่บอก)
ฉันมักจะนั่งเงียบๆคิดอะไรเพลินๆ ไม่ก็ตัวติดอยู่กับหนังสือ
ฉันสามารถอยู่ห้องสมุดได้ทั้งวัน โดยไม่เบื่อ

ฉันมักถูกปล่อยทิ้งไว้กับเธอ
เวลาที่พี่สาวของเราออกไปเล่นด้วยกัน แล้วไม่ให้เราตามไปด้วย
...
ฉันรู้จักครอบครัวเธอ 
เธอมีครอบครัวใหญ่
ปู่ย่า ลุงป้าน้าอา บรรดาพี่น้องเธอที่อยู่ในบริเวณรั้วบ้านเดียวกัน
แม่ฉันมักพาฉันและพี่ไปเล่นที่บ้านเธอเสมอ
ในวันสำคัญ อย่าง วันปีใหม่ วันสงกรานต์
ที่บ้านเธอมักจะจัดงานฉลองและมีกิจกรรมครอบครัวกัน
จับฉลากของขวัญปีใหม่
รดน้ำดำหัวปู่ย่าตายาย
เล่นเกมส์
จัดปาร์ตี้ ร้องคาราโอเกะ
ครอบครัวเธออบอุ่นกับฉันเสมอ
...
ฉันยังจำวันที่เราไปทะเลด้วยกัน ตอนที่เรายังเด็กๆ
แล้วยายเธอให้เกาะหลังไปกลางทะเลได้อยู่เลยว่าวันนั้นเราสนุกกันมากแค่ไหน

เวลาไปเที่ยว เรามักจะได้นอนข้างๆกัน 
...
พอเราโตขึ้น อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงไป
แม่ๆต่างย้ายที่ทำงาน เพื่อให้เข้าใกล้บ้านมากขึ้น
แต่เราสองบ้านก็ยังไปมาหาสู่กันเสมอ
...
เด็กผู้ชายขี้แง กับ เด็กผู้หญิงเรียบร้อย
กลายเป็นผู่ใหญ่แล้ว ...แต่ก็ยังเป็นเด็กในสายตาผู้ใหญ่เสมอ
...
ตอนนี้เราก็รู้จักกันมายี่สิบกว่าปีแล้วนะ
สองปีที่แล้ว เราเพิ่งรับปริญญาโทไปพร้อมกันเอง

ตอนนี้เราต่างก็กำลังเรียนต่อปริญญาเอก
...และกำลังเดินทางตามฝัน มุ่งหาความสำเร็จ
เธอมีหนทางของเธอ
ฉันก็มีหนทางของฉัน
แต่เวลาที่เรามาเจอกัน ความรู้สึกยังเหมือนเดิม 
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรกันที่ฉันเริ่มรู้สึกดีๆกับเธอ
มันไม่ใช่ความรัก ...คงเรียกว่าความผูกพัน

มีแต่คนยุให้เรารักกัน
เขาบอกว่า เราเหมาะสมกัน

พี่สาวเราต่างชอบแซวเวลาเราพูดคุยกัน
แม่ๆก็ชอบให้เราไปไหนมาไหนด้วยกัน

ฉันไม่อยากคิดไปเองว่าเธอก็รู้สึกดีๆกับฉันเช่นกัน

วันที่แม่ไปส่งฉันไว้ที่บ้านเธอ
แล้วเธอออกไปซื้อกับข้าว 
เธอตักข้าวมาให้ฉัน แล้วเราก็มานั่งกินด้วยกันสองคน
มันมีความสุขแบบแปลกๆเกิดขึ้น
มันมีความอบอุ่นแฝงอยู่

บทสนทนาของเราไม่เคยพูดถึงเรื่องความรู้สึกหรือความสัมพันธ์ระหว่างเรา
เราต่างรู้ว่าเรากำลังอยู่จุดไหนของความสัมพันธ์
และระวังตัวไม่ให้มันเกินเลย

สำหรับฉัน
คำว่าเพื่อนมีค่ามากกว่าที่จะเปลี่ยน
อาจเพราะกลัวว่าถ้าความรู้สึกเปลี่ยนไป ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม

อยู่กันไปแบบนี้นานๆนะ เพื่อนวัยเด็กของฉัน

รูปข้างบนคือรูปคู่วันรับปริญญา
เผื่อเธอผ่านมาเห็นข้อความนี้ เธอจะได้รู้ว่าฉันนึกถึงเธออยู่นะ ^ ^
SHARE
Written in this book
My Diary -- My Memory
ความทรงจำ สุขบ้าง ทุกข์บ้าง แต่ขอให้ทุกวันยังยิ้มได้ ^___^
Writer
Saimaru
I'm not writer
I'm introvert. I'm lacto-vegetarian. I'm a cat lover. >> Love me like you do. (◡‿◡✿)

Comments

Akiprov
4 years ago
ความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะในรูปแบบไหน ถ้ามันเต็มไปด้วยความจริงใจ มันมีค่าเสมอ เก็บรักษาความจริงใจนี้ให้ดีที่สุดนะครับ

Reply
Saimaru
4 years ago
;)
madam_mam
4 years ago
เราก็เหมือนกันค่ะ เราต่างผูกพันธ์กันเหมือนเพื่อน ทุกคนคอยยุให้เราคบกัน เราเองก็ไม่อยากให้ความหวังกับตัวเอง ความผูกพันที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน
Reply
Saimaru
4 years ago
เป็นสถานะที่ก้ำกึ่งเน๊อะ ^ ^
LonelyShadow
4 years ago
นึกถง คือคำว่าคิดถึงที่ไม่กล้าบอกออกไป
Reply
Saimaru
4 years ago
"คิดถึง" ดูจะเป็นคำที่พิเศษกว่า "นึกถึง" ^ ^

ployputti
4 years ago
เราชอบความสัมพันธ์แบบนี้มากเลยค่ะ เราเองก็เคยมีเพื่อนที่รู้จักกันมานานแล้วรู้สึกดีแบบนี้ด้วยเหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากเสียเพื่อน กลัวอะไรๆ จะไม่เหมือนเดิม
Reply
Saimaru
4 years ago
บางทีความกลัวทำให้เราไม่กล้าก้าวออกจากจุดเดิม
แต่ทำไงได้ ก็กลัวหนิน่า ^ ^
beginagain
4 years ago
เราก็ยังคิดถึงเทอนะ "Tortoro"
Reply