ความมีทิฐิ ทำให้เสียใจไปตลอดชีวิต
บันทึกของปลายฟ้า  ตอนที่ 14
       
       ปลายฟ้าและสามียังคงตามหาความฝัน หลังจากขายฟาร์มยกเลิกการจองอาคารพาณิชย์ เรายังคงรักในธรรมชาติและชนบท เรายังมองหาที่ดินเพื่อเดินตามฝัน เริ่มการค้นหาจากเว็บไซด์ตระเวนดูที่ดินจริง ครั้งนี้เป้าหมายคือต้องใช่จริงๆ และต้องดูแลเองเท่านั้นความเบื่อหน่ายญาติทำให้ไม่คิดกลับบ้านแต่ยังคงทำหน้าที่ส่งเสียเลี้ยงดูพ่อ พี่สาวมักจะส่งข่าวเรื่องอาการเจ็บป่วยของน้องชายต่างแม่เสมอ หลังจากให้พวกเค้าออกจากฟาร์มเราไม่คิดจะติดต่อหรือถามไถ่ถึงพวกเค้าอีกเลย จนกระทั่งมารู้ว่าน้องชายต่างแม่ป่วยด้วยอาการติดเชื้อในสมองต้องนอนโรงพยาบาลหลายอยู่ครั้ง ในทุกครั้งที่ผ่านไปดูที่ดินละแวกนั้นพี่สาวมักจะขอร้องให้แวะเยี่ยมน้องเสมอบอกว่าเค้าอยากเจอ แต่สำหรับปลายฟ้ายังไม่ลืมความผิดที่น้องทำ ยังให้อภัยไม่ได้ไม่คิดอยากเจอคนเหล่านั้น ขอใช้ชีวิตแค่พ่อแม่ลูกลำพังเพื่อให้ลืมทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ลูกคนเล็กเริ่มโตและมีพรสวรรค์ด้านการเล่นกอล์ฟทำให้พ่อต้องส่งเสริมลูกอย่างจริงจังหาโปรสอนตั้งแต่วัยสามขวบหกเดือน พาแข่งขันตั้งแต่วัยสี่ขวบการมองหาที่ดินในงบประมาณที่เรามี  บวกกับการสร้างอนาคตของลูกเข้าไปจึงยากเป็นทวีคูณที่ดินที่ถูกใจงบประมาณไม่พอ ที่ดินแปลงที่งบพอไม่ถูกใจจนในที่สุดแปลงที่ถูกใจยอมขายให้ในงบประมาณที่เรามี ซื้อที่ดินไว้ก่อนค่อยๆ พัฒนาไปคือเป้าหมายของเรา
พี่โทรบอกว่าอาการป่วยของน้องทรุดลงเรื่อยๆ การติดเชื้อลุกลามไปที่ปอดไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเดินขึ้นบ้านชั้นบน น้องชายต้องนอนแคร่ไม้ชั้นล่างโดยมีภรรยาของเค้านอนเฝ้า ในวันโอนที่ดินน้องนอนโรงพยาบาลพี่บอกว่าน้องดีใจนึกว่าเราจะแวะเยี่ยม  แต่ในใจของปลายฟ้าไม่เชื่อว่าเด็กผู้ชายร่างกายบึกบึนที่เราเคยเห็นจะเจ็บป่วยได้ขนาดนี้ด้วยวัยยี่สิบห้าปี จึงยังไม่คิดเยี่ยมน้องเพียงเพื่ออยากดัดนิสัยให้เค้าได้สำนึก แล้วเช้าวันหนึ่งขณะนั่งทำงานโทรศัพท์ดังเสียงของพี่สาวสั่นเครือบอกว่าน้องชายต่างแม่สิ้นใจแล้วนะ ปลายฟ้าแทบไม่เชื่อหูของตัวเองความมีทิฐิในตัวเอง ทำให้น้องไม่มีโอกาสขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น พี่คนนี้ไม่มีโอกาสพูดให้อภัยน้องเพราะไม่เชื่อว่าคนเราจะตายง่ายดายแบบนี้ สองตามีน้ำตาเอ่อพร้อมกับรีบเก็บโต๊ะทำงานเขียนใบลา  บอกหัวหน้าและพี่ที่สนิทกัน ขับรถกลับบ้านมาบอกสามีที่บ้านโดยไม่บอกทางโทรศัพท์เค้าคงตกใจมากเช่นกัน เราเก็บเสื้อผ้าจัดกระเป๋าเพื่อไปงานศพของน้องชาย ลูกๆ ต้องลาโรงเรียน       เมื่อถึงบ้านพ่อศพตั้งบนบ้านของพ่อ ญาติๆ ของพ่อมาอยู่เป็นเพื่อนเหมือนงานศพบ้านนอกทั่วไป  แต่ปลายฟ้ายังไม่ขึ้นบ้านของพ่อยังคงไปนอนบ้านพี่สาว กลางคืนฟังสวดศพแล้วกลับบ้านพี่สาว  นอนคิดทบทวนเรื่องราวของน้องชายเราเกิดมาต่างแม่ เธอเกิดมาท่ามกลางความพร้อมกว่าพี่มีทั้งพ่อและแม่ดูแล ครอบครัวมีเงินส่งเสียให้เรียน ทุกสิ่งมันเป็นเวรกรรมของเธอเอง พรุ่งนี้แล้วสินะที่ร่างของเธอจะต้องถูกเผาเป็นผงธุลีดิน พี่คนนี้ให้อภัยเธอทุกสิ่งขออโหสิกรรมกันในชาตินี้พรุ่งนี้พี่จะไปมองหน้าเธอเป็นครั้งสุดท้ายแล้วปลายฟ้าก็เผลอหลับไป สะดุ้งตื่นตอนตีสี่ด้วยใจที่ต้องขอไปมองหน้าน้องชายเป็นครั้งสุดท้าย ทำให้รีบลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาเดินไปบ้านพ่อ บนบ้านของพ่อมีญาติปูเสื่อนอนเรียงราย บ้างก็ตื่นมานั่งคุยเคี้ยวหมาก ปลายฟ้าเดินเลี้ยวไปหาโลงศพที่ตั้งไว้กลางบ้านก้มหน้ามองลงไปภาพที่เห็นคือใบหน้าที่สงบนิ่งของน้องนอนประนมมือในมือมีดอกบัวสีขาวและสายสิญจน์ที่ถูกมัดตราสังไว้ ใส่เสื้อเชิ้ตลายตัวโปรดกางเกงยีนส์ตามสไตล์ พี่คนนี้สุดจะกลั้นน้ำตาไว้ต้องปล่อยโฮออกมาพร้อมกับเรียกชื่อของน้องชายมือของพี่ลูบไล้ไปทั่วโลงศพ ญาติบางคนรู้เรื่องราวของปลายฟ้ากับน้องแต่บางคนไม่เคยรู้ปลายฟ้าเก็บทุกอย่างไว้โดยไม่เคยพูดให้ใครได้รับรู้ ทุกคนต่างมองมาตามเสียง ใกล้ๆ ปลายฟ้ามีน้องสะไภ้มายืนเราหันมาโผกอดกัน ไม่ว่าพี่จะโกรธเธอแค่ไหนแต่สุดท้ายในใจของพี่คนนี้ยังรักและห่วงใยพวกเธอเสมอ พี่แค่อยากให้เธอได้คิดและทบทวนชีวิต ให้รู้สึกสำนึกผิด แก้ไขปรับปรุงตัวเอง พี่หวังว่าเธอจะอยู่ดูแลพ่อแทนพี่เป็นกำลังสำคัญของพ่อ พี่ขอโทษที่ไม่ให้โอกาสเธอได้ขอโทษพี่ นับจากวันนี้เราไม่มีอะไรติดค้างกันพี่อโหสิกรรมให้เธอทุกอย่างไม่่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้น ขอให้เธอไปเกิดในชาติภพที่ดี เกิดมาเป็นคนดีของสังคม       ได้เวลาเคลื่อนย้ายศพไปที่วัดปลายฟ้าแต่งตัวนั่งรอการเคลื่อนย้าย พ่อเดินมาหา ปลายฟ้าโผกอดพ่อสงสารพ่อเป็นที่สุดน้องชายเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อ ทำให้พ่อเลี้ยงดูอย่างตามใจพ่อบอกให้ปลายฟ้าเตรียมขึ้นทอดบังสกุลตอนเผาศพ  ญาติผู้ชายพากันเคลื่อนย้ายโลงศพของน้องลงจากบ้าน  ภาพที่เห็นคือพ่อนั่งกอดเข่าน้ำตาไหลตลอดเวลาพ่อหมดเรี่ยวแรงที่จะพยุงร่างกายตัวเอง ปลายฟ้าเดินไปหาพ่อพยุงลุกขึ้นให้ตั้งสติความรู้สึกของคนที่สูญเสียมันคงทรมานไม่น้อย  แม่เลี้ยงเธอดูมีสติมากกว่าพ่อ แต่เธอคงเสียใจไม่น้อยที่ต้องสูญเสียลูกชายคนเดียวของเธอไป คงเหลือแต่หลานชายที่ใบหน้าถอดพ่อมาเกือบเหมือนและได้บวชหน้าไฟให้พ่อของตัวเองปลายฟ้า พี่สาว และน้องยืนขอบคุณแขก และรอการเผาจริง ร่างของน้องถูกนำออกมาจากโลงปลายฟ้าเอื้อมมือไปจับปลายเท้าของน้องชายที่มีแต่ความซีดและเย็น บอกลาในใจเป็นครั้งสุดท้ายพี่ขอให้เธอไปดีหมดเวรหมดกรรมสำหรับชาตินี้  ร่างของน้องถูกดันเข้าเตาเผาเราพากันเดินลงจากเมน แม่เลี้ยงเป็นลมจนต้องมีคนพยุงร่างของเธอไปขึ้นรถ และพากลับไปปฐมพยาบาล พ่อยังคงยืนดูควันที่ลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ปลายฟ้าลาทุกคนกลับโดยไม่รอเก็บเถ้ากระดูก กอดพ่อและบอกให้ดูแลตัวเองดีๆ น้องไปสบายแล้วนะ      บางครั้งการมีทิฐิไม่รู้จักการให้อภัยมันทำให้เราต้องเจ็บปวดตลอดชีวิต  ปลายฟ้าได้แต่ทำบุญ กรวดน้ำ ทำสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้น้องชาย เธอมาหาในฝันบ้างแต่ไม่บ่อยนักภาพที่มาหาคือเรามีความสุขกับการทำฟาร์มวัวด้วยกัน พี่ได้แต่หวังว่าเธอได้ไปเกิดในชาติภพที่ดีแล้ว 


ชีวิตของปลายฟ้าจะดำเนินต่อไปอย่างไร โปรดติดตามในบันทึกของปลายฟ้า ตอนที่ 15
SHARE
Written in this book
บันทึกของปลายฟ้า
    บันทึกเรื่องราวชีวิตของเด็กหญิงที่ต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่เล็ก 
Writer
plaifah
It' my life.
เศษเสี้ยวของชีวิตที่อยากเล่าให้ฟัง

Comments